อ่านละคร กามเทพซ้อนกล ตอนที่ 6 วันที่ 7 มิ.ย.60

อ่านละคร The Cupids บริษัทรักอุตลุด

ตอนกามเทพซ้อนกล ตอนที่ 6 วันที่ 7 มิ.ย.60

รุ่งขึ้นมิ้มไปเยี่ยมศรุธที่โรงพยาบาลเห็นสภาพที่เหนื่อยล้าทรุดโทรมของศรันย์แล้วก็สงสาร ขณะนั่งรอหมอที่หน้าห้องผ่าตัด ศรันย์หลับเอนหัวมาพิงไหล่ มิ้มได้แต่มองไม่กล้าปลุก พอหมอออกจากห้องผ่าตัดเขาลุกพรวดไปถามอาการพ่อ

หมอบอกว่าพ่อเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว รอฟื้นแล้วจะให้อาจารย์หมอมาดูอีกที หมอฝากเคสนี้ให้หมอริทดูต่อ แล้วหมอริทจะส่งผลเอกซเรย์ให้อาจารย์หมอดู มีบางอย่างน่าเป็นห่วง หลังกระแทกค่อนข้างแรง ศรันย์ หงุดหงิดถามว่าทำไมอาจารย์หมอกับหมอริทไม่มาดูตอนนี้เห็นคนไข้ไม่สำคัญหรือไง

หมอพยายามอธิบายเหตุผลแต่ศรันย์ห่วงพ่อจนขาดเหตุผลต่อว่าหมอรุนแรง จนมิ้มต้องบอกให้หมอไปก่อน ตนจะจัดการทางนี้เอง มิ้มบอกให้ศรันย์ใจเย็นๆ เข้าใจความห่วงใยพ่อของเขา แต่อะไรที่เกิดขึ้นแล้วเราต้องรับมันให้ได้



แต่ในนาทีนี้ศรันย์ไม่อาจรังฟังอะไรได้จนมิ้มตัดบทว่าถ้าพ่อเขาลุกขึ้นมาพูดได้ก็คงพูดเหมือนตน แล้วเดินไปเลย

มิ้มกลับบ้าน ป้าอรสังเกตเห็นว่าหน้าตาหมองคล้ำถามว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า มิ้มบอกว่าไม่ใช่เรื่องของตนหรอก ป้าอรหว่านล้อมว่าไม่ว่าเรื่องอะไรไพ่ยิปซีช่วยหาทางออกได้ทุกอย่าง ถามว่าหนูมิ้มเครียดแทนใครอยู่หรือ มิ้มตัดสินใจบอกว่าคุณพ่อศรันย์ตกบันได ป้าอรตกใจมากถามว่าอาการหนักไหม มิ้มบอกว่าลองถามไพ่ยิปซีดูดีกว่า

มิ้มหยิบได้ไพ่ 10 ดาบ ป้าอรบรรยายว่า

“Ten of Swords ไพ่ 10 ดาบ คนที่ได้ไพ่ใบนี้ ให้ระวังโดนทรยศหักหลัง ถูกลอบทำร้ายบาดเจ็บสาหัสจนต้องเข้าโรงพยาบาล” ป้าอรหน้าซีดย้ำว่าเรียกว่ามีเคราะห์ ดวงตกสุดๆ มิ้มถามว่าแล้วต้องทำยังไง เห็นป้าอรหน้าซีดมาก ถามว่าเป็นอะไร ป้าอรบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่พอเข้าห้องพระ ป้าอรก็ไหว้พระภาวนา...“ช่วยคุ้มครองคุณศรุธด้วยนะเจ้าคะ”

รุ่งขึ้น อรดีก็เอาผ้าโพกศีรษะ ใส่แว่นดำ เดินไปสังเกตแถวห้องพักคนป่วยของศรุธ เห็นปลอดคนก็ผลุบเข้าไปทันที เห็นศรุธนอนไม่ได้สติอยู่ก็เข้าไปจับมือพึมพำ “อย่าเป็นอะไรนะคุณ”

เหมือนปาฏิหาริย์ ศรุธลืมตาขึ้น พอเห็นอรดีอยู่ตรงหน้าก็ตะลึงอึ้ง พยายามจะขยับตัวแต่ทำไม่ได้ มีแต่เสียงครางในลำคอกับกลอกตารับรู้การมาของเธอ อรดีบอกเขาว่าอย่าฝืนเลย ตนรู้...ตนรู้แล้ว...

ศรุธน้ำตารื้น ทั้งสองมองกันซาบซึ้งน้ำตาคลอ...

ศรันย์เพิ่งมาถึง เขาพบหมอริทจึงแวะคุยกัน หมอบอกอาการของศรุธว่า กรณีของคุณพ่อเขา บาดเจ็บไขสันหลังบริเวณคอทำให้แขนขาทั้งสองข้างรวมทั้งลำตัวเป็นอัมพาต ศรันย์ช็อก หมอริทปลอบใจว่าอย่าเพิ่งใจเสีย ทุกอย่างมีทางแก้

อรดียังอยู่กับศรุธ เธอขอโทษที่หนีเขาไป รู้ว่าเขาตามหาตนตลอดแต่ตนกลับไม่ได้จริงๆ

ทันใดนั้นมีเสียงเปิดประตูที่ส่วนห้องรับแขก อรดีตกใจไม่รู้จะหนีไปไหนจึงไปแอบหลังม่าน ศรันย์เข้ามาทักพ่อด้วยความดีใจว่าได้ข่าวว่าพ่อฟื้นขึ้นมาตอนเช้ามืดเป็นยังไงบ้าง แล้วเห็นแสงแดดส่องจึงจะไปปิดม่าน อรดียืนตัวลีบแทบไม่กล้าหายใจ แต่โชคดีที่ระรินถือกระเช้าผลไม้เข้ามาพอดี ศรันย์จึงไปรับ

ระรินแสดงตัวเป็นคนรักของศรันย์เต็มที่จนศรันย์อึดอัดแต่เมื่อถูกระรินปรามว่าอย่าลืมสัญญาที่ต้องตามใจตนจึงจำต้องยอมทำตามเธอ เมื่อเธอชวนออกไปหาอะไรกินกันจึงออกไป

เมื่อทั้งสองออกไปแล้ว อรดีออกจากที่ซ่อน เข้ามาพูดกับศรุธอย่างรับไม่ได้ว่า

“ผู้หญิงอะไร ชอบสั่ง มาถึงก็พูดๆๆ สั่งๆๆ คุณปล่อยให้ลูกคบไปได้ยังไงเนี่ย” พูดแล้วนึกได้ บอกว่า “โทษทีๆ ลืมไป ฉันก็ไม่ได้อยู่กับลูก แต่อีกไม่นาน ฉันจะอยู่กับลูกได้แล้ว จนกว่าจะถึงวันนั้น คุณต้องรักษาเนื้อรักษาตัวนะเข้าใจไหม”

ศรุธพูดไม่ได้ เขากะพริบตาถี่ๆอย่างรับรู้ มองอรดีด้วยความปลื้มปีติไม่วางตา

ooooooo

ระรินกับศรันย์ไปที่ห้างเพื่อหาร้านอาหาร แต่ระหว่างนั้นมีรถติดฟิล์มดำคันหนึ่งแล่นเข้ามาเบียดจนรถเธอเกือบตกถนน ระรินโมโหเข้าเกียร์จะเอาคืน ศรันย์ลงจากรถพูดประชดว่าจะไปก็รีบไปเดี๋ยวไม่ทัน แต่เธอก็ไม่กล้า

ขณะเดินในห้าง จู่ๆก็มีหมอดูผู้หญิงแต่งตัวรุ่มร่ามเข้ามายื่นยันต์ให้ระรินกับศรันย์ บอกว่า

“เก็บไว้กับตัวนะหนู มันจะช่วยให้พ้นเคราะห์พ้นโศก เธอสองคนจะพบเคราะห์หนักมีคนปองร้ายถึงชีวิตต้องระวังตัวให้ดีทั้งสองคนเลย”

แต่ระรินกลับมองว่าเป็นการมาขายของ พูดดูถูกว่าอยากได้เงินก็ขอตรงๆเลยอย่ามาแช่งกัน หมอดูบอกว่าไม่ได้แช่งแต่พวกเธอมีเคราะห์จริงๆ ต้องมีผ้ายันต์นี้ไว้ ระรินรำคาญควักเงินให้และไล่ให้ไปเสียไม่อย่างนั้นจะเรียก รปภ.

“พอได้แล้ว คุณริน ไป” ศรันย์ลากเธอออกไป ระรินยังไม่วายหันมองหมอดูอย่างไม่พอใจ บ่นกับศรันย์ว่าไม่มีอารมณ์จะกินอะไรแล้ว และยิ่งเมื่อไปถึงรถเห็นรอยขีดเป็นตัวอักษรว่า “ร่าน” ระรินก็ยิ่งของขึ้น ศรันย์บอกว่าป้าหมอดูนั่นอาจจะแม่นก็ได้ ระรินจึงนึกได้ว่าหมอดูในงานปาร์ตี้ก็เคยทักตนเหมือนกัน

ระรินจึงไปหามิ้มที่รับผิดชอบงานปาร์ตี้วันนั้นให้พาไปหาหมอดูคนนั้น ป้าอรให้ระรินเปิดไพ่ ระรินเปิดได้ไพ่ 10 ดาบ ป้าอรทำนายว่า “ไม่ดีนะไพ่ใบนี้ เธอจะมีเคราะห์หนัก ถึงขั้นเลือดตกยางออกหรืออาจจะรุนแรงกว่านั้น”

แทนที่จะฟัง ระรินพูดเยาะว่าดูแบบนี้ใครๆก็ดูได้ บอกได้ไหมว่ามีเคราะห์เพราะอะไร ที่ไหน จากใคร ทำได้ไหม

“แหม...หมอดูชี้ชัดไม่ได้หรอกนะ แต่เคราะห์เพราะอะไรน่ะพอรู้ ก็เพราะความแรดที่เกิดจากความรักน่ะ เธอกำลังพัวพันรักเผื่อเลือกมากกว่าหนึ่ง แต่ที่แน่ๆ มีคนนึงผู้ชายผิวขาว รูปหล่อ ขาวตี๋ ดูดีมีสกุลทำงานเกี่ยวกับดูแลผู้คนใช่ไหม”

“ต่อค่ะ” ระรินเริ่มเชื่อ แต่พอป้าอรบอกว่า

เขาไม่ใช่เนื้อคู่ของเธอ เพราะมีคนที่ชอบอยู่แล้ว...มากด้วย ไม่ได้มีใจให้เธอสักนิด ระรินก็ปรี๊ด พูดเกือบเป็นตะโกนว่า “ไม่จริ๊ง!!! เขาชอบหนู แม่หมอนี่แก่แล้วพูดจาเลอะเทอะ ถามอะไรก็ตอบไม่ได้ พอ! เสียดายเวลาจริงๆ บายค่ะ!!” พูดแล้วเดินออกไปปิดประตูปังใส่หน้า

“เออ! บายไปไกลๆเลยจ้ะ พูดอะไรก็ไม่ฟัง ฉันบอกเลยนะ ถ้าเธอไม่ทำตัวเป็นนางวันทองสองใจ เหยียบเรือสองแคมก็ไม่ต้องมาเจอเคราะห์กรรมแบบนี้หรอก!!”

ระรินเดินปึงปังออกมา มิ้มถามว่าดูเสร็จแล้วหรือ เธอกระแทกเสียงใส่ว่าไม่เสร็จแต่ไม่ดูแล้ว หลอกลวง!!

เมื่อป้าอรเดินออกมา มิ้มถามว่าป้าทำอะไรเขาหรือเดือดใหญ่เลย

“คนอย่างนี้ ถ้าไม่พูด มันจะรู้ตัวไหมล่ะหนูมิ้ม”

ป้าอรเห็นบัญชีคลินิกที่มิ้มทำเสร็จแล้ว มิ้มบอกว่าพรุ่งนี้จะเอาไปส่ง ป้าอรฝากบอกว่า

“ถ้าเจอคุณหมอ ก็บอกให้เขาดูแลตัวเองด้วยนะหนูมิ้ม ฝากเตือนให้เขาทำบุญสะเดาะเคราะห์บ้างก็ดี”

ดังนั้นรุ่งขึ้นเมื่อมิ้มเอาบัญชีไปส่งจึงชวนศรันย์ไปทำบุญไถ่ชีวิตวัวที่โรงฆ่าสัตว์ เลือกไถ่ตัวที่ตั้งท้องเพื่อจะได้ไถ่ได้สองชีวิตเลย พอเลือกได้เจ้าหน้าที่บอกราคาสองหมื่นสอง มิ้มก็โอดครวญว่ามากันตั้งไกลลดหน่อยได้ไหม เจ้าหน้าที่อึ้งๆเหวอๆ ศรันย์แซวขำๆว่า

“โหคุณ...ทำบุญต้องต่อด้วยหรือ ได้ช่วยแม่กับลูกในท้องแล้วไง คุ้มแล้ว” แล้วควักเงินให้เจ้าหน้าที่ไป

เพราะมิ้มปิดประตูคอกวัวไม่ดี มีลูกวัวตัวหนึ่งเดินออกมา มิ้มเลยขอไถ่ชีวิตด้วย แต่ให้ศรันย์จ่ายไปก่อน รับปากจะจ่ายคืนให้ภายใน 10 เดือน 0 เปอร์เซ็นต์

ขณะนั้นเอง ระรินโทร.เข้ามือถือของศรันย์ถามว่าเขาทำอะไรอยู่

“ผมช่วยคนไข้อยู่ แค่นี้นะครับ” ศรันย์ตอบแล้วตัดสาย เขามองวัวทั้งหมดในคอก...คิดอะไรบางอย่าง...

ooooooo

ศรันย์หายไปนานจนมิ้มสงสัย พอพนักงานกลับมาก็บอกว่าแฟนเธอเหมาไถ่ชีวิตหมดเลย มิ้มตาโตถามว่ากี่แสน?

“ผมก็แค่ช่วยเท่าที่ทำได้ ถึงพรุ่งนี้โรงฆ่าสัตว์จะยังมีอยู่ แต่วันนี้ก็ไม่มีตัวไหนถูกฆ่า ถือว่าพวกนี้โชคดีที่ได้เจอผมก็แล้วกัน”

มิ้มทึ่งในความใจดีของเขา นึกถึงตัวเองที่เขาได้ช่วยไว้หลายเรื่อง เอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

“ฉันก็เหมือนวัวพวกนั้นนะ ฉันโชคดีเหมือนกันที่ได้เจอคุณ คุณช่วยฉันไว้ตั้งหลายอย่าง งาน เงิน ลุงกับป้าอีก ถ้าใครจะขอบคุณคุณแทนวัวได้ ก็ต้องเป็นฉันนี่แหละค่ะ ขอบคุณนะคะ คุณศรันย์”

มิ้มขอบคุณเขาอย่างซาบซึ้ง จริงใจ รู้สึกจริงๆว่าตัวเองโชคดีที่ได้เจอคนดีๆอย่างเขา

ศรันย์มองมิ้มใจเต้นแรง ทำเป็นมองไปที่ถนนแก้เขิน แววตาเปี่ยมด้วยความสุข...

ooooooo

ที่แท้ทั้งรถติดฟิล์มดำที่ขับเบียดรถระรินจนเกือบตกถนนและรอยขีดเขียนรถด่า “ร่าน” เป็นฝีมือชายชุดดำที่ต้นจ้างไปก่อกวนระรินกับศรันย์ เมื่อทำงานเสร็จพวกนั้นเอารูปที่แอบถ่ายระรินกับศรันย์มาให้ต้นดู มันถามว่า

“เอ่อ...แฟนนอกใจเหรอครับคุณ”

“ผู้หญิงที่ร่านไม่รู้จักพอทุกคน มันต้องได้รับบทเรียน” ต้นตอบ แต่ใจคิดถึงนุดี

เมื่อ 10 ปีก่อน เขายังเป็นนักศึกษาแต่นุดีทำงานแล้ว เขาอยู่คอนโดกับนุดีฉันสามีภรรยา วันนั้น เขาเตรียมอาหารเย็นไว้แล้ว รอนุดีกลับมากินด้วยกัน รอนานผิดปกติจึงโทร.ถาม

“พี่นุดี อยู่ไหนแล้วครับ ต้นรอตั้งนานแล้ว ใกล้ถึงแล้วเหรอ โอเคๆ เจอกันครับที่รัก”

พอต้นวางสายก็ได้ยินเสียงเครื่องซักผ้าที่ระเบียงร้องเตือนเขาจึงลุกไปดู เขาหยิบเสื้อผ้าจากตะกร้ามาตาก ทำผ้าเช็ดหน้าหล่นลงไปข้างล่าง ต้นชะโงกดู เขาผงะเมื่อเห็นนุดีลงจากรถหรูของเสี่ย เสี่ยเดินมาส่งหอมแก้มซ้ายขวาก่อนกลับ

ต้นช็อก! แววตาเจ็บปวดแสนสาหัสที่ถูกนุดีนอกใจ!

ต้นสลัดจากความนึกคิดนั้น หันมาหยิบซองให้ชายชุดดำที่รับงาน

“ค่าทำงาน แล้วนี่อีกคน จัดการด้วย”

ชายชุดดำถามว่า ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม พลางดึงรูปออกมาดู เป็นรูปศรันย์นั่นเอง!

ระรินโทร.หาศรันย์แล้วเขาบอกว่าช่วยคนไข้อยู่ เธอมาที่คลินิกถามมดแดงว่าศรันย์อยู่ไหน ช่วยคนไข้อยู่ใช่ไหม

“เปล่านะคะ วันนี้คุณหมอไม่มีเคส ออกไปกับน้องมิ้มตั้งแต่บ่ายแล้วค่ะ” มดแดงคุยจ้อ พอนึกได้ก็ร้องอุ๊บที่หลุดปาก ระรินเม้มปากแล้วเดินลงส้นออกไปทันที มดแดงมองพึมพำแปลกใจ “วันนี้ไม่ปรี๊ดแฮะ”

แต่พอเข้าไปนั่งรถปิดประตูแล้ว ระรินก็กรี๊ดคอแทบแตก จนคนที่เดินผ่านไปมาหันมอง เธอตาขวางเสียงเขียวใส่ว่า “มองอะไร!!!” บรรดาคนเหล่านั้นต่างหันหน้าหนีเดินก้มหน้างุดไป ระรินนึกถึงศรันย์กับมิ้มแล้วก็ยิ่งแค้น คำราม

“กล้ายุ่งกับของของฉันเหรอ...ได้!! แกเจอดีแน่ นังมิ้ม!!”

ooooooo

ศรันย์ขับรถมาส่งมิ้มที่บ้านในตอนเย็น มิ้มขอบคุณที่มาส่ง ศรันย์ขอบคุณมิ้มที่ชวนไปทำบุญทำให้เขาสบายใจขึ้น ขณะนั้นเองป้านงค์กลับจากตลาดหิ้วถุงอาหารมาหลายถุง เข้าไปเคาะกระจกรถบอก

“คุณหมอ หนูมิ้มมากินข้าวกันลูก ป้าซื้อกับข้าวมาเต็มเลย”

พอเข้าบ้าน ลุงธงก็บีบจมูกตัวเองถามว่าใครเหยียบขี้หมามา ศรันย์บอกว่าคงเป็นขี้วัวมากกว่า ป้านงค์บอกให้รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย บอกลุงธงให้เอาเสื้อผ้าไปให้ศรันย์เปลี่ยนด้วย มิ้มบอกให้ศรันย์ไปรอลุงที่ห้องน้ำข้างนอกดีกว่า

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมากินข้าวกันสามคน ป้านงค์บอกว่าลุงธงเอาเสื้อผ้าให้ศรันย์แล้วคงเผ่นไปดูเขาตีไก่ชนบ้านตาแหวนแล้ว

ขณะป้านงค์เดินไปคดข้าวในครัวนั่นเอง จู่ๆก็วูบทรุดลงกองกับพื้น มิ้มหันมองร้องสุดเสียง

“ป้านงค์!!”

ศรันย์วิ่งมาดู ทั้งสองรีบช่วยกันพาป้านงค์ส่งโรงพยาบาล หมอริทเข้าเวรพอดี หลังจากตรวจรักษาแล้ว บอกศรันย์กับมิ้มว่า ป้านงค์มีปริมาณน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป อาจเพราะทานยารักษาระดับน้ำตาลอยู่ บวกกับควบคุมปริมาณอาหารมากเกินไป เลยทำให้น้ำตาลลดจนวูบหมดสติไป แต่ตอนนี้อาการของป้าไม่มีอะไร น่าห่วงแล้ว สบายใจได้

ระหว่างนั้นระรินโทร.หาศรันย์เขากดตัดสายเพื่อฟังหมอริทเล่าอาการของป้านงค์ พอหมอริทพูดจบ ระรินก็โทร.เข้ามาอีก มิ้มบอกให้เขารับสายเถอะเผื่อมีใครเป็นอะไร

พอศรันย์รับสาย ก็ถูกระรินซักไซ้ว่าทำอะไรอยู่ทำไมไม่รับสาย ศรันย์บอกว่าตนติดธุระอยู่เสร็จแล้วจะโทร.กลับ แต่เพราะเป็นคนโกหกไม่เป็น พอถูกระรินซักมากเข้า ถามว่า “นี่คุณศรันย์อยู่กับยัยยิ้มใช่ไหมคะ” ศรันย์ก็สารภาพว่า

“คือพอดีป้าของมิ้มเขาไม่สบาย ผมเลยพามาโรงพยาบาล ถ้าคุณรินไม่มีธุระอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”

ระรินถูกศรันย์วางสายก็ยิ่งโกรธ จิกตาแค้น

มิ้มเฝ้าป้านงค์อยู่โรงพยาบาลจนเช้าวันรุ่งขึ้น ศรันย์ซื้ออาหารเช้ามาให้มิ้ม ถามอาการป้านงค์เห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัวไปทำงาน มิ้มเดินไปส่ง ขอบคุณเขาที่ช่วยป้านงค์ เมื่อวานถ้าตนอยู่คนเดียวก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ศรันย์ตอบจริงใจว่าไม่ต้องขอบคุณ ตนยินดีช่วยอยู่แล้ว

ขณะนั้นเอง ลุงธงโทร.หามิ้ม มิ้มฟังลุงแล้วตกใจบอกให้ลุงใจเย็นๆ ตนจะกลับไปเดี๋ยวนี้ ศรันย์ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ยัยรินส่งคนมาขนข้าวของในบ้านออกมากองข้างนอก บอกจะยึดบ้านวันนี้ นี่นางเกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย ฉันต้องขอตัวนะคะ ต้องรีบกลับไปดูก่อน”

ศรันย์จะไปด้วย มิ้มบอกว่าเขาต้องทำงานและถ้าระรินเห็นเขามาข้องแวะกับตนก็จะยิ่งมีปัญหาแล้วทำอะไรบ้าๆมากกว่านี้ ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ ตนเข้าใจความปรารถนาดีของเขาแต่ก็ขอให้เขาเข้าใจในมุมของตนบ้าง

ศรันย์มองมิ้มที่รีบกลับบ้านอย่างเป็นห่วง เขารู้แก่ใจดีว่าทำไมระรินถึงทำกับมิ้มอย่างนี้ ครู่หนึ่งก็คิดอะไรได้ หยิบโทรศัพท์มาโทร.ออก

ooooooo

มิ้มนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างตะบึงกลับบ้าน เห็นลุงธงออกมานั่งจ๋องอยู่หน้าบ้านมองข้าวของที่บ้างขนบ้างโยนออกมากองอยู่นอกบ้าน มิ้มพรวดเข้าไปหาพวกนักเลงที่กำลังขนของในบ้านทันที

“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้ พวกแกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!” นักเลงคนหนึ่งกำลังดึงรูปที่ผนังบ้านออกมา มิ้มตรงเข้าไปแย่ง สู้มันไม่ได้ก็กัดแขนมัน ถูกมันจับเหวี่ยงออกมาหล่นข้างลุงธง กรอบรูปหล่นแตก ลุงธงรีบเข้าประคองถามว่าเป็นอะไรไหม มิ้มบอกว่าไม่เป็นไร คิดหาทางแก้ปัญหา พลันก็นึกขึ้นได้ รีบโทร.หาระริน

ระรินทำเล็บอยู่ที่ร้าน พอเห็นมิ้มโทร.เข้ามาก็แสยะยิ้มกดรับสายทักเสียงหวาน

“มีอะไรเหรอจ๊ะมิ้มเพื่อนรัก...อุ๊ยแก คือตอนนี้ฉันไม่สะดวกคุยเลยอ่ะ ฉันกำลังทำเล็บอยู่ เอาเป็นว่าถ้าแกมีอะไรก็มาหาฉันแล้วกันนะ ฉันเช็กอินร้านในไอจี แกหาทางมาแล้วกัน...เออ...รีบๆหน่อยนะ ถ้าเสร็จแล้ว ฉันจะไปธุระต่อเลย ไม่รอนะ..บัย...” พูดแล้ววางสาย แสยะยิ้มนั่งให้ช่างทำเล็บต่ออารมณ์ดี

มิ้มบอกนักเลงพวกนั้นว่าให้หยุด ตนโทร.หาระรินแล้วและกำลังจะไปคุยกัน มันบอกว่า

“ไม่มีใครสั่งกูได้นอกจากนายกู”

“แล้วถ้าเป็นผมสั่งล่ะหยุดไหม” หมวดปรัชวินทร์ในชุดเต็มยศถาม พอพวกมันเห็นตำรวจก็ร้องเสียงหลง

“หนีเว้ย!”

หมวดสั่งให้ตำรวจจับ มิ้มขอบคุณและจะไปคุยกับระริน หมวดถามว่านัดที่ไหนจะไปส่ง มิ้มขอบคุณแต่ขอไปเอง

“หน้าที่ผมอยู่แล้วครับ แต่ที่สำคัญมีคนกำชับมาว่าให้ดูแลคุณให้ดีด้วย เชิญครับ เดี๋ยวเจ้าหนี้คุณจะเหวี่ยงวินาศมากกว่านี้”

หมวดไปส่งมิ้มที่หน้าห้างแต่ยังเป็นห่วง มิ้มคิดว่าระรินเป็นเพื่อนกันยังไงน่าจะเคลียร์กันได้ยังไงก็ขอบคุณหมวด

“ไปขอบคุณคุณศรันย์เถอะครับ ศรันย์เป็นคนบอกผมให้มาช่วยคุณ”

มิ้มยิ้มเก้อๆ ไหว้ขอบคุณและลา พอหมวดไปแล้วก็ยิ้มอุ่นใจเมื่อนึกถึงความห่วงใยของศรันย์...

ooooooo

เมื่อเจอระริน มิ้มถามว่าไหนตกลงกันแล้วไง ระรินหาว่ามิ้มไม่ทำตามข้อตกลงยังติดต่อกับศรันย์และเมื่อวานก็อยู่ด้วยกันใช่ไหม มิ้มบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญเพราะป้าป่วยศรันย์เลยช่วย

ระรินสั่งให้มิ้มเลิกติดต่อกับศรันย์ทุกทางทั้งไลน์วอทส์แอพ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ถ้าไม่เลิกเล่นก็บล็อกให้หมด มิ้มจำต้องหยิบโทรศัพท์ออกมากดบล็อกแต่ไม่ทันใจระรินเธอแย่งมือถือของมิ้มไปทำเองแล้วส่งคืนให้มิ้มอย่างสะใจ

วันรุ่งขึ้น ศรันย์ถามมดแดงว่าได้คุยไลน์กับมิ้มหรือเปล่า ตนส่งไลน์ไปตั้งแต่เมื่อคืนไม่เห็นมิ้มอ่าน โทร.ไปก็ปิดเครื่อง มดแดงเสนอให้ทักไปทางอินบ็อกซ์ในเฟซดู ศรันย์ลองเปิดหาแต่ชื่อไม่ขึ้นเลยสงสัยว่าต้องเป็นฝีมือระรินแน่ๆ จะโทร.หามิ้มแต่นึกได้ที่มิ้มขอร้องไว้ว่าเขายิ่งใกล้ชิดตนก็ยิ่งทำให้ตนเดือดร้อนเลยไม่โทร. เช็กที่นัดลูกค้าไว้บ่ายสามจึง
ออกไปบอกมดแดงว่า

“เดี๋ยวผมมา”

อ่านละคร The Cupids บริษัทรักอุตลุด

ตอนกามเทพซ้อนกล ตอนที่ 6 วันที่ 7 มิ.ย.60

กามเทพซ้อนกล บทประพันธ์โดย : เก้าแต้ม
กามเทพซ้อนกล บทโทรทัศน์โดย : ขิม ปิยรส / ชญานิน / กุศลิน เมฆวิภาต
กามเทพซ้อนกล กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
กามเทพซ้อนกล ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
กามเทพซ้อนกล ควมคุมการผลิตโดย : อรุโณชา ภาณุพันธ์
กามเทพซ้อนกล ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ