อ่านละคร กามเทพซ้อนกล ตอนที่ 7 วันที่ 10 มิ.ย.60

อ่านละคร The Cupids บริษัทรักอุตลุด

ตอนกามเทพซ้อนกล ตอนที่ 7 วันที่ 10 มิ.ย.60

“ฉันจะบอกให้นะ ธาตุแท้ของคุณภีม ดำรงราษฎร์ คือคุณหนูของแท้ คุณเกิดมาก็มีคนดูแล โลกใบนี้มีคุณเป็นศูนย์กลาง คุณไม่เคยต้องเอาใจ ไม่เคยดูแลใคร คุณเลยทำตัวไม่ถูกและก็อาย”

ภีมไม่ยอมรับ ถามว่าใครอาย...

“ฉันเป็นเลขาให้คุณมาสี่ปี คุณโทร.หาฉันตั้งแต่ตื่น ยันตีสองตีสาม คุณเอาแต่ใจขนาดไหนทำไมฉันจะไม่รู้”

ภีมถามว่ากะอีแค่คำว่าขอโทษจะอะไรนักหนาอยากได้ยินก็บอกให้ได้ แล้วรัวคำว่าขอโทษๆๆ ถามว่าพอใจหรือยัง วราลีบอกว่าการทำงานกับเขาเงินเดือนเขาให้เยอะแต่ก็ใช้งานโคตรคุ้ม แล้วขอลาออกเลย!



ภีมตกใจ เสียใจมาก วราลีเองก็กลืนน้ำลายฝืดคอ ทั้งสองมองหน้ากันอย่างหยั่งใจอีกฝ่าย...

พอมิ้มกับออยรู้ว่าเจ๊ลีจะลาออกก็ตกใจขอร้องอย่าทิ้งพวกตนไปเลย วราลีบอกว่าตนก็ไม่อยากลาออกแต่คงทำงานกับบอสต่อไปไม่ไหว ขณะนั้นเอง เบนก็โวยวายเข้ามาว่าบอสเรียกประชุมด่วนจี๋!

ปรากฏว่าพนักงานเหลือแค่สามคนคือเบน มิ้มและออย เพราะคนอื่นมาไม่ทัน เบนบอกว่าบ้างก็อยู่ต่างประเทศแต่จะบุ๊กไฟลท์กลับมาด่วนที่สุด

“ดี วราลีลาออกไปแล้ว งานคงหนักมากขึ้น เราต้องเตรียมแผนรับมือให้พร้อมที่สุด การที่วราลีไม่อยู่ จะต้องไม่กระทบกับบริษัทเด็ดขาด เข้าใจไหม?!”

ประชุมเสร็จ ออยกับมิ้มออกมาร้านสะดวกซื้อ ออยบอกว่าพรุ่งนี้งานหนักแน่เลย มิ้มเห็นด้วยคิดถึงป้าอรบอกว่าหมอดูดวงแม่นมากบอกว่าตนจะสูญเสียกะทันหันนี่เจ๊ก็ไปแล้ว ออยพูดแซวๆว่าป้าไม่แม่นจริง เพราะมิ้มไม่ได้เสียแต่กำลังจะได้ แล้วพยักพเยิดไปที่หน้าประตูร้าน เห็นศรันย์ยืนพิงมอเตอร์ไซค์เท่อยู่

“ฉันไปก่อนนะแก ไม่อยากขัดขวางคนจะลงจากคาน” ออยแซวแล้วเดินออกไปทักศรันย์ มิ้มสงสัยว่าศรันย์มาทำไม? พอออกไปถาม ศรันย์บอกว่าหมอดูบอกให้มา

ที่แท้ป้าอรโทร.ไปหาศรันย์ที่บ้านดัดเสียงบอกเขาตามที่อาจารย์แม่หมอแนะนำ บอกศรันย์ว่า

“สวัสดีจ้ะ ฉันเป็นหมอดูประจำตัวหนูมิ้ม ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องคุณสักหน่อย...”

ศรันย์เล่าให้มิ้มฟังว่า “หมอดูของคุณบอกให้ผมมาดูแลคุณ เพราะคุณมีเคราะห์หนัก เราสองคนจำเป็นต้องอยู่ด้วยกันจึงจะแคล้วคลาดปลอดภัย ถามจริงคนรอบตัวคุณมีแต่คนเชื่ออะไรแบบนี้หรือ”

มิ้มบอกว่าเขาไม่เชื่อก็ไม่ต้องมา ป้าอรคงโทร.ไปเพราะเป็นห่วงตน ศรันย์ถามว่าตนเคยเจอป้าอรไหม เขาเป็นใคร ทำไมถึงมาเป็นหมอดูประจำตัวเธอ

“ก็...ก็เป็นป้าข้างบ้านธรรมดาๆนี่แหละ ไม่ต้องไปสนใจหรอกคุณ ไร้สาระ” มิ้มพยายามตัดบท ศรันย์บอกว่าที่จริงตนก็ไม่ได้เชื่ออะไรป้าอรนี่หรอก มิ้มถามว่าไม่เชื่อแล้วมาทำไม เขาทำหน้ากรุ้มกริ่มบอกว่า

“ผมอยากเจอคุณ คิดถึงอ่ะ...” มิ้มเขินจนปิดไม่อยู่ ศรันย์ชวน “ไปกับผมนะ” แล้วยื่นหมวกกันน็อกให้มิ้มรับหมวกกันน็อกไปใส่มโนไปว่าคงได้เดตโรแมนติกแน่ๆ

ที่ไหนได้ศรันย์ชวนไปช่วยซื้อของเพราะแม่บ้านไม่ว่าง มิ้มห่อเหี่ยวเร่งให้รีบซื้อจะได้กลับ

ระหว่างเดินซื้อของกันนั้น มีหนุ่มซ่าคนหนึ่งเดินเข้ามาถามชื่อมิ้มและขอไลน์ ศรันย์เห็นดิ่งเข้ามาบอกว่า ไม่ได้นี่แฟนตน หนุ่มคนนั้นขอโทษเพราะเห็นมิ้มยืนอยู่คนเดียว มิ้มมองขวางๆ ถามเขาว่า “ใครเป็นแฟนคุณ”

“คุณไง” มิ้มสวนทันทีว่ายัง! “ก็ได้ ตอนนี้คุณยังไม่เป็นแฟนผม แต่อย่าลืมนะวันเกิดผม...ผมขออะไรคุณไว้...ผมรอคำตอบดีๆอยู่นะครับ” ว่าแล้วจับมือมิ้มชวนกลับบ้านกันเถอะ

มิ้มทั้งอึ้งทั้งเขินปลาบปลื้มกับความรักที่เริ่มผลิบาน...

ศรันย์มาส่งมิ้มที่บ้าน มิ้มขอบคุณแต่ไม่ต้องมาดูแลตนตามที่หมอดูบอกก็ได้ ศรันย์บอกว่าตนอยากดูแลเธอและอยากเจอหมอดูเธอด้วย มิ้มตกใจถามว่าเจอหมอดูตนทำไม!

“ก็ผมว่าเสียงป้าเขาคุ้นๆ เหมือนคนที่ผมรู้จัก เขาอยู่ข้างบ้านคุณใช่ไหม” พูดแล้วเดินไปกดกริ่งประตูเลย มิ้มปดว่าป้าเขาไม่อยู่หรอก พลันป้าอรก็ร้องมาแต่ไกลว่า มาแล้วจ้ะ ใครจ๊ะ...มิ้มเซ็งมากแก้สถานการณ์ด้วยการตะโกนสุดเสียงว่า

“มิ้มเองค่ะป้า คุณศรันย์หมอฟันปากซอยก็มาด้วยค่ะป้า ค่อยๆเดิน ไม่ต้องรีบออกมานะค้า”

ศรันย์มองหน้ามิ้มแปลกใจว่าทำไมต้องร้องบอกเสียงดังขนาดนั้น มิ้มยิ้มแห้งๆไม่พูดอะไร

ooooooo

ต้นพาระรินไปที่บ้านเชียงราย เฝ้าลูบไล้และมองใบหน้าระรินที่ยังสลบอยู่อย่างหลงใหล ระรินเริ่มรู้สึกตัว เขาทำเสียงล้อว่าอย่าเพิ่งตื่น ตนยังเตรียมของไม่เสร็จ แล้วทำให้เธอสลบไปอีกครั้ง

“อีกไม่นาน คุณจะได้อยู่กับผมที่นี่ตลอดไป” ต้นจูบหน้าผากระรินแล้วเดินออกไปจากห้อง ไปที่รูปปั้นนุดี แล้วเทปูนใส่ถังไว้ ผงปูนปลิวไปโดนรูปปั้น เขาเอาผ้าเช็ดหน้า บรรจงเช็ดผงปูนออก บอกรูปปั้นว่า

“พี่นุดีครับ วันนี้ผมพาเพื่อนมาอยู่กับพี่นุดีด้วยนะครับ เขา...คุณระริน พี่ต้องชอบเขาแน่ๆ คุณริน เขาเหมือนพี่ทุกอย่างเลยครับ”

ต้นลูบไล้รูปปั้น เหมือนมีเลือดเนื้ออย่างหลงใหล

ต่อมาระรินเริ่มรู้สึกตัว เธอขยับแขนขาไม่ได้มองไปจึงรู้ว่าถูกมัดตรึงไว้กับเตียง! เธอร้องกรี๊ด ทันใดนั้น ต้นเข้ามาพร้อมเทปกาวพูดอ่อนหวานว่าอย่าร้อง เจ็บคอเปล่าๆ ระรินตะโกนด่าและร้องขอความช่วยเหลือ ต้นเอามือปิดปากก็ถูกเธอกัดจนต้องปล่อย ปรามว่า

“อย่าบังคับให้ผมทำร้ายคุณ อยู่เงียบๆ เป็นเด็กดี เข้าใจไหมครับ ที่รัก” แล้วเอาเทปกาวปิดปากเธอ กระซิบข้างหูว่า “ยาสลบผมหมดแล้ว คืนนี้คุณต้องนอนเองนะครับ” จูบหน้าผาก ยิ้มร้าย แล้วเดินออกไป ระรินขยะแขยง แววตาระริกหวาดกลัว...น่าสงสาร

ooooooo

ป้าอรกำลังจะเปิดประตู พลันก็ชะงักช็อกเมื่อเห็นศรันย์ ป้าอรคิดไม่ทันว่าจะทำยังไงดี ขณะเดียวกันศรันย์ก็เดินลิ่วมาจะเข้าบ้าน มิ้มพยายามถ่วงเวลาบอกว่าป้ายังไม่ออกมาเลยจะขึ้นไปได้ยังไงพลางรั้งแขนไว้

“คุณแปลกๆนะวันนี้ มีอะไรปิดบังผมอยู่รึเปล่า??” ศรันย์มองหน้ามิ้มอย่างจับพิรุธ ทำเอามิ้มกลืนน้ำลายฝืดคอ ทันใดนั้นประตูเปิดออก ศรันย์หันมองทันทีแต่ไม่เห็นใครแล้ว ได้ยินแต่เสียงป้าอรบอกว่า

“เข้ามาได้เลยจ้า ตามสบายนะจ๊ะ ป้าขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”

มิ้มถอนใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก มิ้มพาศรันย์ไปนั่งรอที่ห้องรับแขกแล้วไปเอาน้ำมาให้ ไปเจอป้าอรหลบอยู่หลังตู้เย็น ป้าอรถามว่าตนยังเจอลูกไม่ได้ จะทำยังไงดี

“มิ้ม...มิ้ม...” เสียงศรันย์ร้องเรียกพลางเดินเข้ามาในครัว ทั้งสองยิ่งตกใจ มิ้มออกไปรับหน้า ศรันย์บอกว่า “ผมจะมาบอกว่าผมจะกลับแล้ว ที่บ้านโทร.มาบอกว่าพ่ออาการไม่ค่อยดี” แล้วตะโกนลาป้าอร “ผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับคุณป้า”

“รีบไปเถอะค่ะ มิ้มไปส่งหน้าบ้าน” มิ้มรีบพาศรันย์ไปหน้าบ้าน ป้าอรมองตามอย่างเป็นห่วงทั้งศรันย์และศรุธ

เมื่อกลับไปถึงบ้าน ศรันย์ถามพยาบาลว่าทำไมอาการพ่อถึงทรุดลง พยาบาลเองก็ไม่รู้ส่งสร้อยให้ดูถามว่านี่ของคุณศรุธหรือเปล่า ศรันย์รับไปดูบอกว่าใช่ถามว่าทำไมมันถึงขาด พยาบาลบอกว่าเห็นอยู่บนเตียงมันก็ขาดอยู่แล้ว

ออยให้พราวช่วยแฮ็กไลน์มาให้มิ้ม บอกว่าระรินนัดเจอต้นที่โรงแรมถามมิ้มว่าแน่ใจหรือว่าคนที่พิมพ์นี่ไม่ใช่ศรันย์

“ไม่ใช่หรอก วันที่เขานัดเจอกัน ฉันอยู่กับคุณศรันย์” มิ้มดูแท็บเล็ตแล้วเห็นความผิดปกติชี้ให้ดูว่า “นี่ไงแก เริ่มแชตเยอะๆ ก็หลังจากวันที่คุณศรันย์ทำมือถือหาย...ต้องมีพวกมิจฉาชีพขโมยมือถือไปแชตหลอกรินแน่เลยแก”

ทั้งออยและมิ้มตกใจเป็นห่วงระริน เมื่อมิ้มโทร.ไปคุยกับศรันย์เขาบอกว่าเรื่องระรินตนให้หมวดจัดการให้ไม่ต้องห่วง มิ้มตัดสินใจจะไปเช็กที่โรงแรมก่อนเผื่อจะได้เรื่อง ศรันย์ถามว่าจะไปกับใครตนไปด้วยไหม มิ้มบอกให้เขาอยู่ดูแลพ่อดีกว่าตนมีเพื่อนไปด้วยแล้ว เขาเป็นคนที่เป็นห่วงระรินมากที่สุดด้วย

วางสายจากศรันย์แล้วมิ้มหยิบมือถือที่คุยกับต้นค้างอยู่บอกต้นว่าตนบอกศรันย์แล้วว่าไม่ต้องมาด้วย

“ครับ...เสียดายผมไปปฏิบัติธรรมมาหลายวัน เขาไม่ให้ใช้มือถือเลย ไม่งั้นคงรู้เรื่องคุณรินเร็วกว่านี้”

“เย็นนี้มิ้มไปรอที่โรงแรมนั้นเลยนะคะ จะได้รู้กันสักทีว่าไอ้โจรนั่นเป็นใคร”

ต้นบอกว่าระรินหายไปที่โรงแรมนั้นคนหนึ่งแล้วตนเกรงจะเกิดขึ้นกับมิ้มอีก นัดว่าตนเสร็จธุระแล้วค่ำๆ จะไปรับมิ้มที่บ้านแล้วไปด้วยกันปลอดภัยกว่า พอวางสายจากมิ้ม ต้นจิกตายิ้มร้าย

มิ้มจะออกไปตอนค่ำ ป้าอรถามว่าจะไปไหนค่ำๆมืดๆ ดวงยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ มิ้มบอกว่าจะไปสืบเรื่องระรินไปกับต้นเพื่อนสนิทของศรันย์คนนี้ไว้ใจได้เป็นคนดีมาก เห็นป้าอรเป็นห่วงเลยเขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ป้าอร บอกว่าถ้ามิ้มไม่กลับมาภายในเที่ยงคืนป้าโทร.ได้เลย พอดีต้นมาบีบแตรเรียกมิ้มรีบเดินออกไปขึ้นรถ

ป้าอรแอบดูเห็นต้นในรถรู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน มองรถที่พามิ้มไปใจคอไม่ดี

ooooooo

มิ้มกับต้นไปที่โรงแรมกึ่งบังกะโลที่ระรินเข้าพัก มิ้มเอารูประรินให้พนักงานดูถามว่าเคยเห็นไหม น่าจะโดนจับไปที่โรงแรมนี้ พนักงานถามว่าแจ้งความหรือยังจู่ๆมาขอดูกล้องคงให้ดูไม่ได้ ต้นถามมิ้มว่างั้นพรุ่งนี้ค่อยมาพร้อมตำรวจเลยดีไหม

มิ้มยืนยันจะขอดูวันนี้ หว่านล้อมจนพนักงานยอมให้ดู ต้นหน้าเครียดกลัวจะมีรูปตนในกล้อง

ฝ่ายป้าอรอยู่ห้องรับแขกที่บ้าน จู่ๆก็มีลมพัดวูบเข้ามาทำให้กล่องที่วางอยู่หลังตู้หล่นลงมา ฝาเปิดรูปในกล่องกระจายออกมีรูปนุดีกับศรุธตอนที่มีปัญหากัน ที่สำคัญมีรูปต้นควงนุดีเข้าคอนโดด้วยป้าอรจำได้ว่าเป็นคนที่มิ้มเพิ่งบอกว่าเป็นเพื่อนศรันย์และเป็นคนดีมาก

หลังจากมิ้มดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วก็อัดใส่มือถือ พอดีป้าอรโทร.มาแต่พอดีแบตหมดจึงไม่ได้คุยกัน

มิ้มถามต้นว่าเห็นหน้าคนร้ายชัดไหม ชี้ให้ดูตอนมันอุ้มระรินออกไป แต่วันนั้นเขาใส่หมวกปิดหน้าจึงดูไม่ชัด กระนั้นต้นก็ยืนอยู่ข้างหลังเตรียมรัดคอมิ้ม ถ้าดูออกว่าในรูปคือตน โชคดีที่มิ้มดูไม่ออกเพียงแต่บอกว่าหน้าคุ้นๆ พอดีพนักงานเข้ามามิ้มจึงขอให้ก๊อบปี้ไฟล์ให้ด้วย

ระหว่างนั่งรถกลับ มิ้มเหลือบเห็นเสื้อแจ็กเกตของต้นที่เบาะหลัง มันเป็นตัวเดียวกับที่ต้นใส่ในรูป พอรู้ตัวว่าถูกสงสัย ต้นก็เผยโฉมหน้าโปะยาสลบใส่มิ้มทันที เสียงมือถือเขาดังเขาก็ปิดเครื่องและบึ่งรถไป

ป้าอรร้อนใจเมื่อโทร.เข้าตามเบอร์ที่มิ้มให้ไว้ก็ปิดเครื่อง จึงโทร.ไปหาศรันย์ซึ่งก็กำลังกระวนกระวายเพราะไลน์หามิ้มแล้วไม่ตอบ ป้าอรบอกศรันย์ให้รีบไปช่วยมิ้ม ต้นพาตัวมิ้มไป ต้นเป็นคนไม่ดี มิ้มกำลังตกอยู่ในอันตราย

ศรันย์บอกให้ป้าไปกับตน ป้าอรบอกว่าตนไปด้วยไม่ได้ ขอร้องให้เขาเชื่อแล้วตัดสาย รีบโทร.ไปหาออยให้ช่วยหาที่อยู่ของต้นให้ด่วน

ทันใดนั้น พยาบาลเดินเข้ามาบอกว่าให้รีบไปดูศรุธ ศรันย์จึงรีบไปที่ห้องพ่อบอกพยาบาลให้รีบตามหมอ แต่ศรุธส่งสัญญาณให้ดูกล้องวงจรปิด เมื่อศรันย์ดูแล้วเขาพรวดพราดออกจากบ้านไปทันที พยายามโทร.หาต้นแต่ติดต่อไม่ได้

เมื่อไปถึงบ้านต้น แม่บ้านบอกว่าต้นไม่อยู่ไปเชียงรายหลายวันแล้ว เมื่อกี๊ก็มีผู้หญิงมาถามหา ถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมตามหากันดึกดื่น ศรันย์ดูนาฬิกาเป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว เขาวิ่งไปที่รถขับออกไปทันที

ที่แท้มิ้มถูกโปะยาสลบหมดสติอยู่ในรถต้น เขาขับบ่ายหน้าไปเชียงรายอย่างเร่งรีบ เมื่อไปถึงเชียงรายก็เอามิ้มที่ถูกมัดมือไพล่หลังไปนอนบนพื้นในห้องเดียวกับระริน พอมิ้มค่อยๆรู้สึกตัว ระรินบอกให้มิ้มลุกขึ้นมาช่วยตน มิ้มลุกไปดูเห็นระรินถูกมัดตรึงกับเตียงและมีเทปปิดปาก

มิ้มถอยหลังไปยังแจกันที่ตั้งอยู่ทำให้ตกแตกแล้วหยิบเศษกระเบื้องไปตัดเชือกที่ตรึงระริน พอมือข้างหนึ่งเป็นอิสระ ระรินบอกมิ้มให้พาตนหนีไปจากที่นี่ เมื่อช่วยกันแก้เชือกที่มัดได้แล้ว ทั้งสองก็ไปที่ประตูจะหนีไปด้วยกัน แต่เจอต้นนั่งจิบกาแฟถือปืนจ่อรออยู่แล้ว!

ต้นเอาปืนจ่อระรินสั่งให้มัดมิ้ม ถามว่าจะมัดเองหรือจะให้ตนฆ่าทิ้ง ระรินรีบมัดมิ้มไว้กับเสาบ้าน ต้นยิ้มพอใจบอกว่าดีมาก ของเธอตนจะทำให้เอง แล้วจับระรินมัดแต่ระรินสะบัดหลุดร้องโวยวายวิ่งไปที่ประตู ถูกต้นเอาปืนฟาดหัวจนทรุดหมดสติไป แล้วหันมองมิ้มพูดอย่างคนเป็นโรคจิตว่า

“ไม่ต้องกลัวเหงานะคุณมิ้ม คุณจะเป็นรายต่อไปครับ”

ป้าอรเป็นห่วงศรันย์และมิ้มมากไปโรงพักขอให้ตำรวจช่วย บอกว่าคนร้ายเป็นผัวเด็กของนุดี ตำรวจจำคดีของนุดีได้ รับรูปหน้าของต้นไว้เพื่อสืบหา

ศรันย์ขับรถไปหาบ้านของต้นที่เชียงรายแต่ทางซับซ้อนจำไม่ได้จึงโทร.ให้หมวดปรัชวินทร์บอกทาง หมวดบอกว่ามีคนแจ้งความไว้ที่นี่แล้วและตนกำลังจะไปอีก 20 นาทีเครื่องออกแน่ ศรันย์ถามจึงรู้ว่าคนที่มาแจ้งความคือป้าอรและรู้ผู้ชายคนนี้เกี่ยวข้องกับคดีนุดีด้วย ศรันย์งงว่าต้นกับนุดีคืออะไร แต่สัญญาณไม่ดีเสียงขาดๆหายๆ เขายิ่งเป็นห่วงมิ้ม

สัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นอีก ศรันย์รีบกดรับ กลายเป็นเสียงต้นถามมาอย่างร่าเริงว่าถึงไหนแล้วตนจัดสวนใหม่รออยู่ ศรันย์ถามว่ามิ้มอยู่ไหน ต้นเหลือบมองมิ้มบอกให้คุยกับศรันย์หน่อย บอกให้รีบมาตนเตรียมกาแฟสดพร้อมเบรกฟาสต์มื้อสุดท้ายไว้ให้แล้วด้วยแล้วเปิดสปีกเกอร์ให้มิ้มพูด

“คุณศรันย์ ช่วยรินด้วยนะคะ รินแย่แล้ว มันลากรินไปไหนไม่รู้”

ศรันย์เพิ่งรู้ว่าระรินอยู่ที่นี่ด้วย ถามว่าแล้วมิ้มเป็นอะไรหรือเปล่า

“ตอนนี้ยังไม่เป็น แต่ถ้าแกช้าหรือตุกติกก็ไม่แน่ อ้อ...ลืม จะบอกว่าแกไม่ต้องลำบากขับมาเองหรอก ทางมันซับซ้อนจอดรถตรงนั้นแหละ แชร์โลเกชั่นมาแล้วทิ้งโทรศัพท์ไปซะ ฉันกำลังส่งรถไปรับ อ๊ะๆแต่แชร์โลเกชั่นให้ฉันแค่คนเดียวนะ ถ้าฉันรู้ว่าแกแชร์เผื่อแผ่ตำรวจ ศพแฟนแกไม่สวยแน่”

พูดแล้วต้นตัดสายเลย ศรันย์จอดรถและแชร์โลเกชั่นไปที่ต้น พอดีสายจากหมวดเข้ามา ศรันย์ชั่งใจแล้วกดปิดเครื่องพยายามสงบสติอารมณ์เพราะนั่นหมายถึงชีวิตของมิ้ม!

ooooooo

ตำรวจมาเจอรถของศรันย์และโทรศัพท์ที่ทิ้งอยู่ ผู้กองวอแจ้งหมวดว่าจุดที่เจอนี้อยู่ห่างจากทางเข้าไร่ของต้นแค่สองกิโลคาดว่าเดินทางไม่เกินสิบห้านาที รถตำรวจที่ป้าอรนั่งมาด้วยจึงพุ่งไปอย่างเร็ว

ส่วนศรันย์ขึ้นรถสองแถวต่อไปยังไร่ของต้น แต่คนขับกลัวปล่อยเขาทิ้งแล้ววิ่งหนีไป ต้นจึงเดินเท้าไปจนถึงไร่เจอต้นรออยู่ ศรันย์ถามว่ามิ้มอยู่ไหนคุณริน อยู่ไหน ต้นบอกให้ใจเย็นๆ สาวๆสบายดี ตนเตรียมที่ยังไม่เสร็จ เตรียมไว้หนึ่งแต่ดันมาสอง พลางมองไปทางผนังปูนปั้น ศรันย์มองตามช่องปูนถามอย่างสยอง...

“นี่...แก...จะทำอะไร”

ต้นชวนศรันย์ดื่มกาแฟกันก่อน เขารินกาแฟพลางคุย...

“รู้ไหม...ฉันพยายามทิ้งอดีตไว้ข้างหลังมาเป็นสิบปี ฉันพยายามเริ่มต้นใหม่แล้ว จนฉันได้เจอคุณริน นางในฝันที่มีอะไรเหมือนรักแรกของฉันไม่มีผิด ฉันได้เจอแกเพื่อนสนิทคนเดียวที่ฉันรู้สึกดีด้วย อะไรๆมันเหมือนจะเข้าที่เข้าทางแล้ว แต่สุดท้าย แกมันก็สันดานเลว ไม่ต่างอะไรกับพ่อแก!!!”

ศรันย์บอกว่าตนไม่เคยมีอะไรกับระรินเลย ต้นไม่เชื่อ เขาเริ่มตาขวาง หน้าเหี้ยม บอกศรันย์ว่าตนไม่รอให้พวกเขารับกรรมในนรกกันหรอก แต่จะทำเหมือนที่แม่เคยทำ....ขณะนั้นเขาอายุ 15 ปี พ่อมีเมียน้อยทะเลาะกับแม่ แม่ถูกเมียน้อยตบ ต้นแอบดูอยู่หลังเสาใบหน้าฟกช้ำเพราะถูกพ่อทำร้าย พ่อเข้าไปลากแม่ออกมาและโอ๋เมียน้อย แม่วิ่งไปเอาปืนมา พ่อร้องห้ามเสียงหลง แม่หัวเราะคลั่งตะโกนใส่พ่อกับเมียน้อยว่า

“กลัวเหรอ...ทีมึงตีกูกับลูกมึงไม่เคยคิดว่ากูกับลูกจะเจ็บจะปวดแค่ไหน คนบ้าตัณหาอย่างมึงอย่างอีเลวนั่นรอจนตกนรกน่ะมันช้าไป กูนี่แหละนรกของมึง!” แม่ยิงพ่อกับเมียน้อยตายแล้วยิงตัวเองตายตาม!

เล่าเรื่องแม่ให้ฟังแล้ว ต้นบอกว่า “แม่สอนไว้ กูนี่แหละนรกของพวกมึง กูจะฆ่าพวกมึงให้หมด โลกนี้ต้องไม่มีที่ให้ชายชั่วหญิงชู้อย่างพวกมึงซุกหัว” ศรันย์พยายามหว่านล้อมแต่ต้นคลั่งเสียแล้ว บอกว่าศรันย์ต้องรับสองเท่าแทนพ่อเขาด้วย หัวเราะเหี้ยมบอกว่า “กูชอบมาก ที่เห็นพวกมึงตายอย่างทรมาน แววตานังนุดีตอนโดนฝังทั้งเป็นนั่นมันสุดยอดจริงๆว่ะ อ้อ...สาวๆของแกก็ด้วย...”

ระหว่างนั้นมิ้มได้ยินเสียงทั้งสองโต้เถียงกันจึงย่องจากห้องใต้ดินมาแอบดู เห็นศรันย์อยู่ในอันตรายเธอจึงใช้ไม้หน้าสามแถวนั้นย่องเข้าฟาดต้นจนล้มแน่นิ่งบอกศรันย์ว่าระรินต้องอยู่ในนั้นพลางชี้ไปที่ผนังปูนที่ฉาบไว้ยังไม่แห้งดี แต่ต้นฟื้นขึ้นมาแล้วเขาตามไปยิงถูกต้นแขนศรันย์ที่เอาตัวบังมิ้มไว้ ต้นเอาปืนจ่อตรงไปหาทั้งสองที่ล้มกองกับพื้น

ระหว่างนั้นตำรวจกำลังบ่ายหน้ามาที่ไร่ของต้นตามสัญญาณจีพีเอส แต่เป็นไร่ใหม่ที่เขาเคยพาพวกศรันย์มาพัก จึงเข้าไปตรวจค้นไม่เจอ ป้าอรที่มากับตำรวจ มองไกลๆสะดุดตารูปปั้นที่ผนังปูนแต่ไม่มีเวลาต้องรีบตามตำรวจไป

ooooooo

ต้นพาศรันย์กับมิ้มไปขังไว้ที่ห้องใต้ดิน ปล่อยไว้ไม่มัดมิ้มจึงทำแผลให้ศรันย์ เขาบอกให้เธอเย็บสดเพราะไม่มียาชาแต่โชคดีที่มีไวน์มาฆ่าเชื้อ มิ้มทำแผลให้ศรันย์ทั้งที่ตัวเองกลัวเลือดจนเกือบเป็นลม

อ่านละคร The Cupids บริษัทรักอุตลุด

ตอนกามเทพซ้อนกล ตอนที่ 7 วันที่ 10 มิ.ย.60

กามเทพซ้อนกล บทประพันธ์โดย : เก้าแต้ม
กามเทพซ้อนกล บทโทรทัศน์โดย : ขิม ปิยรส / ชญานิน / กุศลิน เมฆวิภาต
กามเทพซ้อนกล กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
กามเทพซ้อนกล ผลิตโดย : บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
กามเทพซ้อนกล ควมคุมการผลิตโดย : อรุโณชา ภาณุพันธ์
กามเทพซ้อนกล ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ