อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 10 วันที่ 9 ส.ค.60

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 10 วันที่ 9 ส.ค.60

“เรื่องมึงเรื่องใหญ่นะ”

“เออ ถึงขอเวลาเตรียมตัวอยู่นี่ไง”

“จะว่าไป ใครจะยอมรับวะว่าก๊อบปี้ใครมา อีกอย่าง ถ้าจริง จะไปทำอะไรเขาได้ เอ็ม-วันนะมึง ส่วนมึงก็แค่ ร้านเล็กๆในซอย”

“โลกนี้อยู่ยากว่ะ จะไม่เหลือพื้นที่เล็กๆให้เราอยู่บ้างเลยหรือไงวะ” อัศวินหนักใจ แต่แล้วก็ฮึดขึ้นมา “พูดแล้วขึ้น! ถ้าป๊อด ก็จะยิ่งไม่มีที่ให้อยู่”

“จริงของมึง...อย่างน้อยขอพื้นที่ให้คนแพ้ได้อยู่อย่างสงบๆบ้าง”



อัศวินกับเจมส์ต่างฮึดขึ้นมา ลุกขึ้นก้าวออกจากห้องน้ำอย่างมุ่งมั่นเหมือนจะออกรบ!

ที่ทางเดินหน้าห้องน้ำ...มู่ลี่กับดอลลี่กำลังเดินถกเรื่องงานกันมา ดอลลี่บอกว่าขอเข้าห้องน้ำก่อน เห็นชิษณุกับสุจินต์ยืนอยู่หน้าห้องน้ำเลยเข้าไปสวัสดี แล้วขอเข้าห้องน้ำ

“มารอใครหรือคะ” มู่ลี่ถามชิษณุที่ยิ้มให้

“ผมต้องการคำอธิบาย!!!” เสียงอัศวินโพล่งออกมาอย่างแข็งกร้าว

ทุกคนชะงักหันมอง ดอลลี่ที่กำลังจะเข้าห้องน้ำชะงักค้าง อัศวินเดินตรงไปเผชิญหน้ากับชิษณุ พูดต่ออีกว่า

“ครับ...ท่านประธาน”

ทุกคนมองอัศวินที่ยืนเผชิญหน้ากับชิษณุ ต่างอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน?

ooooooo

ที่ห้องประชุมว้าว อัศวินนั่งนิ่งรอฟังคำอธิบายจากชิษณุที่นั่งหันหลังให้ก่อนจะหันมาชี้แจงว่า

“ผมให้คนซื้อซาลาเปาร้านคุณมากิน ยอมรับว่าอร่อยมากและอยากให้ซาลาเปาเอ็ม-วันอร่อยได้อย่างนั้น”

ที่หน้าห้อง ดอลลี่ มู่ลี่ และเจมส์แอบฟังกันหูผึ่ง สุจินต์เดินมาบอกว่า อยากรู้อะไรถามตนก็ได้ ทั้งสามหันขวับยิ้มแหยหน้าเสีย

ในห้อง...ชิษณุบอกอัศวินว่าตนไม่เคยจ้างใครไปขโมยสูตรซาลาเปาของเขาแต่เราพัฒนาของเราเอง ตั้งใจทำให้ดีกว่า อัศวินถามว่ามันคือการก๊อบปี้ใช่ไหม? เขาแย้งว่า “มันคือการทำธุรกิจ”

อัศวินโต้ว่านั่นเป็นการคิดถึงแต่กำไรมากกว่าจริยธรรม ชิษณุเห็นต่างว่าเรามองกันคนละจุด

“ครับ...และจุดของผมตอนนี้คือ...ลุงโคตรใจร้ายเลยครับ!” อัศวินด่าใส่หน้าอย่างผิดหวังในตัวเขามากแล้วลุกไปเลย

ชิษณุนิ่ง เพราะคิดว่านี่คือธรรมชาติ...ธรรมดาของการทำธุรกิจ

มู่ลี่ ดอลลี่ และเจมส์ ฟังสุจินต์ชี้แจงแล้ว

เจมส์ถามว่าหมายความว่าเอ็ม-วันไม่แคร์ ถ้าอัศวินจะเสียความรู้สึกหรือกิจการทางบ้านจะได้รับผลกระทบหรือ สุจินต์ชี้แจงในจุดยืนเดียวกับชิษณุว่า

“เอ็ม-วันไม่ได้ทำผิดกฎหมายนะครับ ส่วนในเรื่องจริยธรรมเราก็ไม่ได้ขโมยสูตรมา เราแค่พัฒนาให้ดีที่สุด ถ้าเราไม่ทำ คนอื่นก็ทำ เรายอมรับว่าสินค้าของเราได้แรงบันดาลใจมาจากร้านของคุณอัศวิน ซึ่งเป็นสินค้าต้นตำรับ ดังและอร่อยมาก แต่ในการทำธุรกิจ เราต่างมีหน้าที่พัฒนาสินค้าของเราให้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอครับ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดก็คือผู้บริโภคนะครับ ใครดีก็อยู่รอด ใครไม่ดีลูกค้าก็จะเป็นผู้ตัดสินเองครับ”

ทุกคนอึ้ง พูดไม่ออก เพราะนี่คือโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่มีคำว่า “ปรานี” ในการแข่งขัน

เจมส์โพล่งว่าตนเข้าใจแต่แค่ไม่ชอบ แล้วเดินออกไปเลย มู่ลี่เห็นใจอัศวินมาก พยายามโทร.คุยกับเขาแต่ไม่มีคนรับสาย

เมื่อมู่ลี่กลับถึงโต๊ะทำงาน เห็นชิษณุยืนรออยู่เธอชะงัก ความรู้สึกเห็นใจอัศวินพุ่งขึ้นมาอีก

ooooooo

พี่แสดอยู่ที่ร้าน พอได้ชิมซาลาเปาเอ็ม–วันก็บอกว่าอร่อยมาก เหมือนของตี๋ตาโตเลย แต่ของเขายังแช่แข็งซื้อมาเก็บในตู้เย็นได้หลายวัน อยากกินก็เอามาอุ่นไมโครเวฟ แป้งยังนิ่มเหมือนเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ พี่แสดยิ่งพูด อาม่า ดวงใจและเจ๊สมก็ยิ่งหน้าเสีย เหวอ พี่แสดมองไปหน้าร้านแล้วอุทาน

“โห...มิน่าล่ะ ลูกค้าร้านป้าน้อยลงกว่าเดิมเข้าไปอีก นี่มันออกสูตรใหม่มากะให้ร้านป้าเจ๊งเลยมั้งเนี่ย”

พี่แสดพล่ามเสียจนเจ๊สมทนไม่ไหวตบโต๊ะปัง ด่า “ทรยศ!” ถามว่าจะเลือกข้างใคร พี่แสดบอกว่ายังไงก็เข้าข้างนี้ เพราะกินซาลาเปาป้าดวงรสชาติอาจเหมือนกันแต่เสน่ห์มันต่างกัน

ทั้งหมดนั่งเงียบ เครียด หาทางแก้ปัญหากันต่อไป

ooooooo

ชิษณุบอกมู่ลี่ว่าตนไม่มีอะไรจะแก้ตัว มู่ลี่บอกว่าตนเข้าใจ ไม่ได้โกรธเขา แต่โกรธระบบ ชิษณุบอกว่าโลกของธุรกิจมันก็เป็นแบบนี้แหละ เปลี่ยนไปเร็วมาก ถามว่าสิ่งที่ตนทำมันผิดมากเลยหรือ?

“กับสินค้าทั้งหมดของเอ็ม-วัน มันเล็กน้อยมาก แต่มันคือชีวิตทั้งหมดของตี๋ตาโต...ถ้าคุณไม่ขายซาลาเปา คุณก็ยังอยู่ได้ด้วยสินค้าตัวอื่น แต่ตี๋ตาโต ถ้าไม่ขายซาลาเปา เขาอยู่ไม่ได้”

ชิษณุอึ้ง เงียบ...

“คุณได้เงิน...แต่มันอาจทำให้คุณเสีย ‘เพื่อน’ และ ‘การนับถือตัวเอง’ แต่คุณไม่แคร์”

มู่ลี่มองเขาด้วยสายตาที่ผิดหวัง ชิษณุเจ็บปวดกับสายตานั้นมาก เมื่อเธอเดินออกไปจากห้อง ชิษณุได้แต่ยืนนิ่ง เริ่มสับสนกับจุดยืนของตัวเอง...

อัศวินปั่นจักรยานปั่นๆๆจนหัวส่ายระบายอารมณ์เครียด ขณะผ่านสนามเด็กเล่น เขาเห็นน้องปลื้มขี่จักรยานเล่นอยู่ตามลำพังจึงลงไปถามว่ามากับใคร

น้องปลื้มบอกว่ามากับพ่อพลางชี้ให้ดูพงศ์พิสุทธิ์ที่ง่วนอยู่กับการโทรศัพท์ไม่ได้สนใจลูกเลย อัศวินจึงอยู่เป็นเพื่อนน้องปลื้ม

มู่ลี่เป็นห่วงลูกโทร.มาบอกแม่ว่าถ้าน้องปลื้มทำการบ้านเสร็จให้พาไปวิ่งเล่นข้างล่าง บุปผาบอกว่าพ่อเขาพาไปแล้ว มู่ลี่พยายามโทร.หาพงศ์พิสุทธิ์จะถามว่าพาน้องปลื้มไปที่ไหน แต่เขาติดกับสายกีวี่ที่โทร.มาออดอ้อนจนไม่ได้รับสายมู่ลี่

เวลาเดียวกัน ต้องตาโทร.เข้ามือถือมู่ลี่บอกว่าอยู่คนเดียวยิ่งฟุ้งซ่าน ขอมาอยู่ที่คอนโดจะได้ช่วยเลี้ยงน้องปลื้มด้วย มู่ลี่บอกว่าดี แต่ตอนนี้ให้มาตามหาน้องปลื้มก่อน

พออัศวินมาเล่นเป็นเพื่อน น้องปลื้มก็ยิ่งสนุก ชวนไปเล่นชิงช้า ให้อัศวินไกวให้ ไกวเบาก็ว่าไม่ใจเลย อัศวินเลยไกวแรงขึ้น ต่างสนุกกันจนอัศวินลืมความเครียดไปชั่วขณะ

ต้องตาตามมาเห็นน้องปลื้มเล่นอยู่กับอัศวินก็โทร.บอกมู่ลี่ มู่ลี่กำลังจะมาถึงโทร.ถามพงศ์พิสุทธิ์ว่าลูกอยู่ไหน เขาย้อนถามไม่พอใจว่าใครบอกว่าตนไม่ได้อยู่กับลูก พอดีเหลือบเห็นอัศวินเล่นกับน้องปลื้มอยู่ก็หาเรื่องว่ามีสายรายงานใช่ไหม โมโหเลยตัดสายทิ้ง

ต้องตาเดินไปหาน้องปลื้มกับอัศวิน น้องปลื้มหันทักน้าตาไม่ทันระวังเลยตกจากเครื่องเล่นหัวเข่าถลอก น้องปลื้มเข้มแข็งไม่ร้องไห้ อัศวินจึงให้ต้องตาช่วยไปซื้อน้ำมาเพื่อล้างแผลที่หัวเข่า

พอต้องตาไปซื้อน้ำ พงศ์พิสุทธิ์ก็วิ่งเข้ามาพอดี เห็นน้องปลื้มเจ็บเข่าอยู่กับอัศวินก็ตรงเข้ากระชากอัศวินออกมาตวาด “ทำอะไรลูกกู!”

อัศวินจะอธิบายก็ถูกเขาผลักอกอย่างแรง ต้องตากลับมาและมู่ลี่ก็มาถึงพอดี เห็นการกระทำของพงศ์พิสุทธิ์ก็ไม่พอใจ มู่ลี่บอกให้ต้องตาพาน้องปลื้มออกไปก่อน แล้วเข้าไปขวางพงศ์พิสุทธิ์ตวาดถาม

“ทำบ้าอะไร!!” พงศ์พิสุทธิ์กำลังเลือดขึ้นหน้าตวาดอัศวินว่าอยากได้เมียกูมากนักรึไง มู่ลี่สั่งให้เขาหยุด ก็ถูกหาว่าปกป้องอัศวิน ถามว่าอยากได้มาเป็นพ่อใหม่ของลูก!

มู่ลี่ฉุนขาดตบหน้าเขาเปรี้ยง พงศ์พิสุทธิ์จะเอาคืนถูกอัศวินเข้าผลักออกถามเสียงเข้มว่า

“เฮียจะทำอะไรป้าครับ!”

ooooooo

กลับมาที่ร้านซาลาเปา ดวงใจประคบปากอัศวินที่ถูกต่อย มู่ลี่ขอโทษแทนพงศ์พิสุทธิ์ อาม่าไม่รับบอกว่าไม่ใช่คนผิดไม่ต้องขอโทษแทน

เจ๊สมจะไปเอาคืนเอ็ม-วัน อาม่าห้ามไว้กลัวจะเจ็บกลับมาอีกคน เจ๊จะไปแจ้งความ อัศวินสงสารมู่ลี่บอกว่าช่างมันเถอะ ขึ้นโรงพักวุ่นวายไม่ต้องทำอะไรกันพอดี แค่นี้ก็เครียดพอแล้ว เรื่องปากแตกเรื่องเล็ก

อาม่าถามมู่ลี่ว่ายังจะกลับไปคืนดีกับเขาอีกหรือเขาเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้ ถ้าเป็นตนจะทิ้งมันไปเลย

“หนูก็ไม่ได้กลับไปคืนดีกับเขานะคะอาม่า”

ทุกคนมองมู่ลี่ขวับ อึ้ง มู่ลี่พยักหน้ายืนยันทุกคนหันมองอัศวิน เขายิ้มออกมาทั้งที่ปากเจ็บ...

ขณะอัศวินให้น้องปลื้มขี่หลังไปส่งคอนโด เขาบอกมู่ลี่ว่าเฮียเขายังรักป้ามากนะถึงได้หึง มู่ลี่บอกว่านั่นเป็นปัญหาของเขาไม่ใช่ของตน อัศวินนิ่ง แต่ลึกๆแล้วรู้สึกดีใจ

เมื่อเข้าห้องนอน น้องปลื้มถามแม่ว่าพ่อไม่ชอบพี่วินหรือ มู่ลี่พูดให้ดูดีว่าพ่อไม่เข้าใจ กลัวใครจะมาทำให้น้องปลื้มเจ็บ น้องปลื้มบอกว่าพี่วินเป็นเพื่อนตน มู่ลี่ให้น้องปลื้มบอกพ่อ

“แม่พูดนะครับ ปลื้มไม่กล้า”

“โอเค แม่พูดเอง งั้นปลื้มช่วยแม่อย่างนึง เวลาเจอพี่วิน ช่วยทำให้พี่วินสบายใจหน่อย เขาจะได้หายเสียใจ โอเคไหม”

“สบายมากครับ” น้องปลื้มรับปากแข็งขัน มู่ลี่ลูบผมลูกอย่างเอ็นดู พยายามแก้ปัญหาให้ดีที่สุดทั้งที่เครียดมาก

ooooooo

คืนนี้...ชิษณุยืนที่หน้าร้านเอ็ม–วัน เห็นลูกค้าต่อแถวยาวเหยียดเพื่อซื้อซาลาเปา เขามองสินค้าอื่นที่วางขายในร้านมากมาย อดคิดถึงคำพูดของมู่ลี่เมื่อกลางวันไม่ได้

เธอบอกว่าเขาไม่ขายซาลาเปาแต่ขายสินค้าอื่นมากมายก็ยังอยู่ได้ แต่ตี๋ตาโตไม่ขายซาลาเปาเขาอยู่ไม่ได้...และคุณได้เงิน แต่มันอาจทำให้คุณเสีย ‘เพื่อน’ และเสีย ‘การนับถือตัวเอง’

ความคิดชิษณุต่อสู้กันอย่างหนัก คำพูดของมู่ลี่ ทำให้ความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจเริ่มสั่นคลอน

ส่วนพงศ์พิสุทธิ์กลับถึงบ้านแล้วยังหงุดหงิดงุ่นง่านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้เขาจะเหนือกว่าอัศวินในการต่อสู้ แต่ถูกมู่ลี่เข้ากระชากออกมา ปรามว่า

“ถ้าแตะต้องเพื่อนฉันอีกแม้แต่นิดเดียว...อย่าหาว่าฉันใจดำ! เพราะคุณจะไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกอีก” เมื่อเขาชะงักมู่ลี่ไล่ให้กลับไปเสีย ปรามว่า “ถ้าไม่กลับ ไม่ฉันก็คุณต้องตายกันไปข้างนึง!”

ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวด ได้แต่กลับมาฮึดฮัดงุ่นง่านอยู่ที่บ้าน จะไปหาเหล้ามาเมาดับอารมณ์ก็ทิ้งไปหมดแล้ว ได้แต่สบถ

“โธ่เว้ย!!” แล้วนั่งเครียดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี

ที่ร้านซาลาเปา ค่ำคืนนี้ทุกคนยังคุยกันว่าจะทำอย่างไรดีโดยมีพี่แสดร่วมวงด้วย ดวงใจบอกว่าฟ้องร้องไปก็แพ้เขาอยู่ดี เพราะเขาไม่ยอมให้ร้านซาลาเปาเล็กๆอย่างเราทำให้ธุรกิจเขาเสียหายแน่นอน ต้องตาบอกว่าตนก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรเพราะเห็นๆอยู่ว่าต้นเหตุของความวุ่นวายคือพงศ์พิสุทธิ์เราควรกำจัดที่ต้นเหตุ บุปผาโต้ทันควันว่า

“ต้นเหตุของความวุ่นวายคือนังมู่ลี่มันทิฐิไม่ยอมเปิดโอกาสให้ตาพงศ์! ก็คนมันยังรัก แต่ดันไปเห็นคนอื่นดีกว่า ใครมันจะไม่โมโหวะ”

มู่ลี่ฟังแล้วเครียดจนไมเกรนลงกระเพาะปวดหัวอาเจียนรุนแรง กินยาแล้วนอนเป็นตายอยู่ที่เตียง ทำให้พงศ์พิสุทธิ์โทร.มาไม่ได้รับสาย เขาโมโหมากโทร.มาโวยวายกับบุปผาว่า มู่ลี่เล่นสงครามประสาทจนตนจะบ้าตายอยู่แล้ว

“ตาพงศ์!!” บุปผาเรียกเสียงเข้ม เขาจึงอ่อนลง “ที่มันพังๆอยู่ไม่ใช่เพราะเราเอาแต่ใช้อารมณ์รึไง ใจเย็นก่อนแล้วรอ ถ้ามู่ลี่พร้อม ก็ติดต่อไปเอง”

“ให้ผมรอเฉยๆงั้นเหรอครับ”

“ก็เออสิ! อยู่เฉยๆใช้สติแล้วคิด! ทีหน้าทีหลังก็หัดคิดก่อนทำอะไรลงไป จะได้ไม่ต้องมาตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวอยู่แบบนี้ เหนื่อย!”

บุปผาพูดแล้ววางสายเลย พงศ์พิสุทธิ์เซ็ง ปามือถือทิ้งตะโกน “โว้ย!!!!”

ooooooo

จากการปรึกษากันเมื่อคืนจนมู่ลี่ไมเกรนลงกระเพาะป่วยนอนซม เช้านี้ ดวงใจบอกกับทุกคนว่าช่างมันเถอะ เราอยู่ของเราเหมือนเดิมต่อไป อาม่าถามว่าไม่กลัวเจ๊งหรือ

“ไม่เจ๊งหรอก เดี๋ยวเราก็จะหาทางปรับตัวให้เราอยู่ได้ เขาทำเหมือนเรา เราก็แค่ต้องให้ดีกว่ามีลูกๆ

มีมันสมองอยู่ตั้งสองคน กลัวทำไม ใช้ชีวิตให้มีความสุข ทำสิ่งที่สบายใจ ไม่ต้องไปแข่งกับยักษ์ที่ไหนหรอก เหนื่อย แข่งกับตัวเองก็พอแล้ว”

ทั้งเจ๊สมและอาม่าเห็นด้วยกับดวงใจ แล้วต่างก็ไปทำหน้าที่ของตัวเอง ดวงใจบอกอัศวินว่า

“ไม่ต้องไปทำอะไรกับเจ้านายนะตี๋ อยู่เฉยๆ ยักษ์ล้มเราไม่ได้หรอก ทำในสิ่งที่เราเชื่อต่อไปนะลูก นี่คือจุดแข็งของเรา”

“ครับม้า” อัศวินตอบอย่างมั่นใจขึ้น มองไปรอบๆ เห็นทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งใจ แข็งขัน ทำให้อัศวินเชื่อว่านี่คือเสน่ห์ที่เอ็ม-วัน ไม่มีทางลอกเลียนแบบตี๋ตาโตได้

ooooooo

ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนตรีดาวก็ไม่สามารถทำให้ชิษณุเปลี่ยนความรักจากน้องมาเป็นคนรักกับตนได้ แล้วจู่ๆวันหนึ่งแมกกาซีนฉบับหนึ่งก็พิมพ์รูปแอบถ่ายตรีดาวกับชิษณุ พาดหัวสกู๊ปตัวใหญ่ว่า

“สองทายาทพันล้านควงคู่หวานเตรียมลั่นระฆังวิวาห์”

ตรีดาวเอาแมกกาซีนให้ดู ชิษณุบอกว่าเราก็รู้อยู่ว่ามันไม่จริง ตรีดาวบอกว่าแต่พ่อกับแม่เธอไม่ได้คิดอย่างนั้นและท่านอยากเจอเขา

อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 10 วันที่ 9 ส.ค.60

ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทประพันธ์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง กำกับการแสดงโดย ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ