อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 11 วันที่ 11 ส.ค.60

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 11 วันที่ 11 ส.ค.60

“โหย...ป้า ไม่กล้าโกหกแล้ว...” พลางลงมือกินข้าวกลบเกลื่อนถามว่า “เมื่อเช้าเป็นไง ตกลงเฮียไปทันใช่ไหม”

มู่ลี่มองขวับจับโกหกได้ทันทีถามว่ารู้ได้ไงว่าพงศ์ไปที่โรงเรียน ไม่ได้แวะปั๊มแต่แวะบ้านเขาใช่ไหม!

“ครับ...ป้าอย่าโกรธเฮียเลย ยังไงก็ไปทันไม่ใช่เหรอ มนุษย์ซาลาเปาหน้าบานเลยสิ” มู่ลี่เล่าว่า เขาบอกว่าทำงานดึกเลยตื่นสาย “ใช่ๆๆ ผมกับแม่บ้านช่วยกันเคาะประตูเรียกเฮียเขา เฮียเขาไม่ได้ลืมหรอก แต่ไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก มือถือแกก็วางอยู่ข้างนอก”

มู่ลี่ทำเสียงรับรู้ อัศวินถามว่าไม่โกรธเฮียเขาแล้วใช่ไหม เธอบอกว่าไม่โกรธแต่เหนื่อย



“ใช่ๆ...ดีกันไว้ดีกว่า บรรยากาศจะได้ดีเพื่อลูก” อัศวินเชียร์ แต่มู่ลี่นิ่ง คิดตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตัดพงศ์พิสุทธิ์ออกไปจากชีวิตดีไหม เพราะเหนื่อยเหลือเกินแล้ว...

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงออฟฟิศ อัศวินถามมู่ลี่ว่า รู้ไหมว่าเฮียเขาอยากจะดีกับป้ามาก มู่ลี่บอกว่ารู้

“ป้าไม่ใจอ่อนกับเฮียเขาจริงๆเหรอ” ถามแล้วใจจดจ่อฟัง พอมู่ลี่บอกว่าไม่ เขาพยักหน้าหงึกๆแล้วเดินเลยไป มู่ลี่มองตามรู้ว่าอัศวินกังวลและห่วงใยเรื่อง
ตนคืนดีกับพงศ์พิสุทธิ์

เพราะติดใจสงสัยเรื่องพงศ์พิสุทธิ์ มู่ลี่โทร.หาหวาน พอหวานรับสายก็พูดจริงจัง

“ตอบฉันมาตามตรงนะ อย่าโกหก พงศ์ทำงานดึกเลยตื่นสายจนเพื่อนฉันกับเธอไปปลุกจริงหรือ” หวานอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วบอกว่าไม่จริง มู่ลี่เสียงเข้มกว่าเก่า
ถามว่า “ความจริงคืออะไร”

“คุณผู้ชายเมาค่ะ แล้วก็อยู่กับผู้หญิง”

มู่ลี่ตัดสินใจในทันทีเมื่อพงศ์พิสุทธิ์มาส่งน้องปลื้มเย็นนี้ เธอบอกเขาว่าไม่ต้องมารับส่งลูกอีกแล้วนะ เขาอึ้งถามว่า “ทำไม...”

“ฉันไม่อยากให้ลูกคอยลุ้น...ไม่อยากอยู่กับความรู้สึกเสี่ยงแบบนี้อีก อย่ามายุ่งกับเราเลยดีกว่า”

พงศ์พิสุทธิ์ถามว่าตนก็ไปงานของลูกแล้วจะอะไรกันนักหนา ถามว่าใครฟ้องอะไร ไอ้ตี๋นั่นใช่ไหม

“คุยกันดีๆและไม่ต้องลากคนอื่นเข้ามายุ่ง คุณรู้อยู่แก่ใจดีว่าทำอะไรไป” เห็นเขาอึ้งพูดไม่ออก เธอรวบรัดว่า “คุณเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้หรอก คุณไม่พร้อมจะดูแลใคร และฉันไม่มีทางยอมให้ลูกซึมซับนิสัยแย่ๆของคุณเด็ดขาด!”

พงศ์พิสุทธิ์อึ้งแล้วอึ้งอีกกับความเด็ดขาดของมู่ลี่ เธอตัดบทก่อนเดินออกไปว่า

“คุณกลับไปคิดทบทวนซะ ถ้ายังเห็นว่าลูกมีค่ากับคุณจริงๆค่อยกลับมาคุยกันใหม่ในฐานะ...กัลยาณมิตร ที่ช่วยกันเลี้ยงลูก”

พงศ์พิสุทธิ์มองมู่ลี่ที่เดินจากไปใจว้าวุ่น รู้สึกโกรธตัวเองขึ้นมาตงิดๆที่ปรับปรุงตัวเองไม่ได้สักที

ooooooo

ต้องตาที่ใกล้ชิดและรู้ปัญหาของมู่ลี่อย่างดี เมื่อรู้การตัดสินใจเรื่องพงศ์พิสุทธิ์ของมู่ลี่ก็คิดถึงเรื่องของตัวเอง และตัดสินใจบางอย่าง วันนี้เธอบอกพี่ยักษ์ว่า

“หนูมีเรื่องจะคุยกับพี่ค่ะ”

เมื่อมาพบกันที่ร้านอาหาร ต้องตาบอกพี่ยักษ์ตรงๆว่า

“ที่ผ่านมา...หนูอาจจะทำตัวไม่ดี แต่หนูก็รักพี่มาก รู้แค่นี้...และหนูก็รู้อีกว่าหนู...ทำได้เท่านี้...และคงมาได้แค่นี้...หนูจะไม่ไปต่อ พี่อยากเลิกกับหนูอยู่แล้วใช่ไหมคะ หนูเลยมาคอนเฟิร์มว่า งั้นก็เลิกเถอะ”

พี่ยักษ์อึ้ง ตกใจ ที่จู่ๆต้องตาก็มาบอกเลิก ต้องตาพูดอย่างเข้มแข็งว่า

“หนูคิดดีแล้ว ขอบคุณมากนะคะสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา พี่เป็นคนดีมาก ถึงหนูจะไม่อยากเสียพี่ไปก็ตามเถอะ แต่หนูก็ไม่อยากเสียความเป็นตัวเองและไม่อยากเสียใจ ถ้าอนาคตพี่ไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่หนูเห็นอยู่ทุกวันนี้ สวัสดีค่ะ”

ต้องตาพูดๆๆแล้วลุกไปเลย พี่ยักษ์ไม่ทันตั้งตัวได้แต่เรียก “ตา...ตา...”

“พี่ไม่ต้องกลัวนะ หนูไม่ร้องไห้หรอก หนูเป็นคนเลือกเอง หนูต้องยอมรับการตัดสินใจของหนู หนูไม่เสียใจเลย” ต้องตายิ้มอย่างเชื่อมั่นหันหลังเดินไปอย่างแน่วแน่

พี่ยักษ์ยืนเหวอ อึ้ง...จู่ๆต้องตาก็มาอย่างพายุ แล้วลอยลมจากไป...แต่พอกลับมาคอนโดของมู่ลี่ ต้องตาก็ร้องไห้จะเป็นจะตายกับมู่ลี่ บุปผาและน้องปลื้ม จนบุปผาต้องพาน้องปลื้มไปห้องนอน มู่ลี่เห็นต้องตาเสียใจอย่างหนักก็ถามว่า “แล้วไปบอกเลิกพี่เขาทำไม?”

“ฉันต้องเลิก ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันไม่อยากรักพี่ยักษ์อีกต่อไปแล้ว...ฉันกลัว!! กลัวว่าถ้าฉันไปต่อ สักวันฉันอาจจะต้องเสียใจเหมือนแก”

มู่ลี่พยายามจะอธิบาย แต่ต้องตาหยุดฟังไม่ได้ขอร้องไห้ก่อน สัญญาว่าเดี๋ยวก็หายแล้ว มู่ลี่ได้แต่มองเพื่อนอย่างเหนื่อยใจ สงสารทั้งต้องตาและพี่ยักษ์

ooooooo

พราวฟ้ารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่เจมส์บอกว่าชอบตน พยายามจะคุยกับเจมส์ แต่เจมส์กลับเดินหนี

“ถามประโยคเดียว ทำไมถึงชอบหนู” พราวฟ้าตามไปดักหน้าถาม ทำให้เจมส์ยิ่งอาย อึ้ง บอกว่าไม่รู้รู้แต่ว่าชอบ ย้อนถามว่า “ถามทำไมในเมื่อมันไม่มีประโยชน์อะไร”

“มี...ไม่ได้ชอบพี่ แต่รู้สึกดีที่มีคนมาชอบหนู เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครชอบหนูเลยสักคน มีแต่หนูไปชอบคนอื่น ก็อยากรู้ว่ามีอะไรในตัวหนูที่ทำให้พี่ชอบ”

“ไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงชอบ รู้ว่า...ทำไมถึงเลิกชอบ อยากรู้ไหม ทำไม?”

“เรื่องนี้ไม่อยากฟัง ช่างมันเถอะ”

พราวฟ้าตัดบทแล้วเดินหนีไปเลย คราวนี้เจมส์เป็นฝ่ายรุก ตามไปต่อว่าว่าตนยอมคุยแต่เธอไม่ยอมฟัง พราวฟ้าสะบัดเสียงว่า “ก็มีสิทธิ์”

“ก็นี่ไง โคตรเอาแต่ใจแบบนี้ไง โคตรไม่มีเหตุผล โคตรขี้อิจฉา โคตรปากแข็ง โคตรขี้นินทา โคตร...”

เจมส์ด่าไม่หายใจจนพราวฟ้าทนไม่ได้ตะโกนเรียกปราม “ไอ้พี่เจมส์!!!”

“อะไรยะ มาดราม่าอะไรหน้าห้องฉัน!” ดอลลี่ออกมาถาม เจมส์เดินหนีไป ส่วนพราวฟ้าทำหน้าเบะ พอดอลลี่โอ๋ว่าอย่าร้อง ก็ปล่อยโฮพูดแทบไม่เป็นภาษา....

“พี่ดอลลี่ หนูถูกผู้ชายด่าอีกแล้ว...”

ooooooo

คืนนี้ชิษณุเรียกสุจินต์มาพบที่ห้องทำงานสั่งให้เรียกประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้องด่วนที่สุด

วันรุ่งขึ้น ที่ห้องประชุมว้าว ดอลลี่ประกาศให้ทุกคนทราบว่า

“เอ็ม-วัน ถอดซาลาเปาออกจากรายการสินค้า”

ทุกคนอึ้ง โดยเฉพาะมู่ลี่กับอัศวิน รัชนกถามว่าถอดทำไมขายดีออก ดอลลี่บอกว่าอันนี้ไม่ทราบ

เวลาเดียวกัน ชิษณุก็บอกอำนาจกับมณฑาทิพย์ อำนาจขอทราบเหตุผล เขาบอกว่าขายอย่างอื่นก็มากพอแล้ว มณฑาทิพย์ติงว่าลูกไม่เคยเป็นแบบนี้ เขาบอกแม่ว่า

“ความคิดคนเราเปลี่ยนกันได้ครับ” อำนาจถามว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนใจ ชิษณุตอบเรียบๆแต่ชัดเจนว่า “ผมก็แค่...ไม่อยากเสียเพื่อนครับ”

เป็นคำตอบที่ทำให้ทั้งมณฑาทิพย์และอำนาจไม่พอใจ กลุ้มใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ออกจากห้องประชุมว้าว รัชนกพูดประชดว่าที่นี่ท่าจะอยู่อยากขึ้นทุกทีแล้ว เพราะมีผู้ทรงอิทธิพลอยู่ ทำเอาซาลาเปาปิ๋วไปได้ สักวันไม่ใครก็ใครแถวนี้ก็คงปิ๋วตามซาลาเปาแน่ ดอลลี่ได้ยินสวนไปทันทีว่าก็คงเป็นคนที่ชอบแซะชาวบ้านนี่แหละ
ทั้งสองปะทะฝีปากกันตามเคย ดอลลี่ท้าให้รัชนกบอกมาเลยว่าที่พูดนั้นหมายถึงใคร

“จะใคร ถ้าไม่ใช่คุณมุลิลา ได้ข่าวว่าปกป้องซาลาเปาไอ้ตี๋ซะขนาดนั้น ไปวีนท่านประธานไม่ใช่เหรอ เก๋เนอะ ได้ผลซะด้วย วุ้ย! ควบสองคะนองสวาทมากๆ นะยะ เดี๋ยวเด็ก เดี๋ยวคนชรา”

“หยุด!” มู่ลี่สั่ง รัชนกถามว่าไม่หยุดจะทำไม มู่ลี่บอกให้หันไปดูข้างหลัง รัชนกแทบเข่าอ่อนเมื่อเห็นชิษณุยืนอยู่กับสุจินต์ เลยทำเป็นเรียกสายฝนรีบไปประชุมทีมงานกัน ทุกคนมองอย่างรู้ทัน

“คุยกันหน่อย เราสามคน อ้อ...คุณดอลลี่ด้วย เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน”

ชิษณุบอกแล้วเดินนำเข้าห้องประชุม ทุกคนตามไป

ooooooo

ในห้องประชุมว้าว...ชิษณุยืนคุยกับมู่ลี่ อัศวิน ดอลลี่ มีสุจินต์ยืนฟังอยู่ด้วย ชิษณุบอกทุกคนว่า

“ผมกำลังจะเปลี่ยนนโยบายใหม่ เราเติบโตได้โดยไม่จำเป็นต้องไปทำร้ายใคร”

ทุกคนมองชิษณุอึ้ง “ผมเห็นด้วยนะที่คุณมู่ลี่พูดกับผม มันคงไม่มีความสุข ถ้าต้องอยู่ในจุดสูงสุดเพียงลำพัง...”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้ธุรกิจของคุณต้องกระทบ กระเทือน” มู่ลี่ออกตัว

“มันกระเทือนใจผม มันเลยกระเทือนไปถึงวิธีคิดของผม และมันก็เลยส่งต่อไปยังสิ่งที่ผมทำ คุณวิน คุณโชคดีนะที่มีเพื่อนอย่างคุณมู่ลี่” อัศวินบอกว่าบางทีป้าเขาก็แมนกว่าตนเสียอีก ชิษณุหันไปพูดกับมู่ลี่ว่า “คุณทำถูกแล้วที่คอยเตือนสติผม”

“เอ่อ...ค่ะ...ขอบคุณค่ะที่รับฟังและขอโทษด้วยค่ะ ถ้าทำให้ต้อง...เสียหาย”

“เตือนผมบ่อยๆนะ ผมชอบ”

วันนี้ชิษณุกลายเป็นคนพูดตรงเสียจนทุกคนอึ้ง มู่ลี่ยิ้มแหยๆไม่ปลื้มกับความรู้สึกนี้ของเขานัก

คุยกันเสร็จ อัศวินขอบคุณมู่ลี่ บอกว่าที่บ้านต้องดีใจมากแน่ มู่ลี่เปรยว่าวันนี้ชิษณุมาแปลกๆ

“ไม่แปลกหรอก ก็ลุงเขาชอบป้า เขาคงขี้เกียจวางฟอร์มแล้วมั้ง เปิดๆกันไปเลย ไม่ชอบเหรอ”

“ไม่ชอบ” มู่ลี่สะบัดเสียงเดินไปเลย อัศวินยิ้มอย่างโล่งอก อารมณ์แจ่มใสร่าเริงขึ้นทันที

รัชนกรุ่มร้อนเหมือนไฟสุมอก บอกตรีดาวว่า “ฉันอยากช่วยถีบมู่ลี่ให้ออกไปไกลๆจากชีวิตฉันเร็วๆ มีอะไรให้ฉันทำได้บ้าง” ตรีดาวฟังแล้วยิ้มอย่างสมใจ!

จากนั้นตรีดาวคุยกับแพตตี้ แพตตี้ถามว่าจะไว้ใจได้หรือ ตรีดาวยิ้มร้ายบอกว่า

“จงไว้ใจความริษยาของผู้หญิงเถอะ ทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมกลืนน้ำลายตัวเอง หันมาร่วมมือกับคนที่เคยเป็นศัตรู...ถึงฉันจะแพ้มันในเรื่องพี่ณุ ก็ขอให้ฉันชนะมันเรื่องอื่น มันจะมายืนอยู่ในที่ที่ฉันยืนอยู่ไม่ได้! รายการมันถ่ายวันไหน”

“อีกสองวันค่ะ”

ตรีดาวยิ้มพิฆาต รออย่างเลือดเย็นมีความสุขที่จะเห็นมู่ลี่ถูกทำลาย

ooooooo

เมื่อมู่ลี่บอกแม่ว่าจะตัดพงศ์พิสุทธิ์ออกไปจากชีวิต บุปผาถามว่าไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ แน่ใจหรือว่า เด็กบ้านนั้นไม่ได้โกหก

มู่ลี่บอกว่าตนเหนื่อยเพราะพงศ์พิสุทธิ์ยังเหมือนเดิมและหวานก็ไม่เคยโกหกตน บุปผาถามว่าแล้วค่าเลี้ยงดูล่ะ มู่ลี่บอกว่าลูกคนเดียวตนเลี้ยงได้

“ออ! สบาย! ตัดสินใจอะไรไปแล้วถามลูกหรือยัง!” บุปผาถามประชด มู่ลี่จึงคุยกับน้องปลื้มว่าพ่ออาจจะมารับส่งไม่ได้แล้วนะ เพราะงานเยอะ คิดถึงก็โทร.คุยกันหรือไม่ก็นัดเจอกัน

“โอเคครับ พ่อไม่อยู่ไม่เป็นไร แต่แม่ต้องอยู่” น้องปลื้มพยายามร่าเริงเพื่อให้แม่สบายใจแต่ลึกๆแล้วยังอยากให้พ่ออยู่ด้วย

พงศ์พิสุทธิ์กลับถึงบ้านอย่างหงุดหงิดผิดหวัง เจอกีวี่ยังอยู่ถามว่ายังไม่กลับอีกหรือ กีวี่ถามว่าจะให้ตนไปไหนตนเป็นเมียเขาก็ต้องอยู่ที่นี่สิ

“ไม่ใช่เมีย! ออกไปเลย อยากอยู่คนเดียว” กีวี่ไม่ยอมไป พงศ์พิสุทธิ์โมโหหันไปทำลายข้าวของโครมคราม กีวี่ถามว่าบ้าไปแล้วหรือ “เออ! บ้าได้กว่านี้อีก อยากอยู่ใช่ไหม ทนได้ก็ทนไป โว้ย!”

กีวี่กลัววิ่งออกจากบ้านไป พงศ์พิสุทธิ์ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดอาลัย เอามือถือขึ้นมาดูรูปน้องปลื้มที่ถ่าย

เมื่อเช้าก็ยิ่งสะเทือนใจ ที่ตัวเองทำตัวไม่สมกับที่เป็นพ่อ

ooooooo

แต่ที่โต๊ะอาหารร้านซาลาเปา ทุกคนรวมทั้งพี่แสดนั่งรอบโต๊ะ ยื่นซาลาเปาไปตรงหน้าร้อง

“ชน!”

“ขอให้ซาลาเปาตี๋ตาโตรุ่งเรือง” ดวงใจเอ่ยอย่างปีติ อาม่าก็อวยพร “เฮง เฮง เฮง” ส่วนเจ๊สมชมว่านับว่าเจ้านายตี๋ยังมีคุณธรรม

“ฝากบอกอี ทำธุรกิจไม่เอาเปรียบใคร ต่อไปอีจะเจริญและมีบารมี” อาม่าเอ่ย

เจ๊สมนั่งไม่เป็นสุขชะเง้อมองไปข้างนอกจนอัศวินถามว่าหาอะไร พี่แสดโพล่งว่ามันมองหาเฮียตู่น่ะสิ หายสาบสูญไปเลย เจ๊สมพูดแก้เกี้ยวว่ารู้ตัวว่าไม่ได้ทำผิดทำไมไม่มาชี้แจง เจ๊สมถูกพี่แสดแซวจนเขิน กินซาลาเปาติดคอ เลยถูกดวงใจแซวว่า “รู้ว่าเขิน แต่ก็ค่อยๆกินสิ” ดวงใจส่งน้ำให้กินแก้ติดคอ

บรรยากาศร้านซาลาเปาตี๋ตาโตกกลับมาสดชื่นมีความสุขกันอีกครั้ง แต่ทุกคนก็อดคิดถึงมู่ลี่ไม่ได้

ที่คอนโดมู่ลี่ คืนนี้เป็นคืนแรกที่ทุกคนรู้ว่าต่อไปนี้จะอยู่กันแค่สามคน มู่ลี่กล่อมน้องปลื้มจนหลับ ลุกขึ้นมองลูกที่นอนหลับปุ๋ยน่ารัก เธอรู้สึกขอบคุณความน่ารักของน้องปลื้มที่ทำให้ตัวเองมีพลังสู้ต่อไป

เช้านี้มู่ลี่ทำอาหารใส่ปิ่นโตให้น้องปลื้มเพราะครูจะพาไปปิกนิกกัน มู่ลี่บอกน้องปลื้มว่าจะแต่งอาหารให้สวยๆเลยดีไหม

“ดีครับ ปลื้มจะได้อวดเพื่อนว่าแม่ปลื้มเก่งทุกอย่าง” น้องปลื้มยิ้มภูมิใจ

มู่ลี่จัดแต่งอาหารอย่างสวยงามมีความสุข เธอรู้สึกเหมือนเริ่มต้นชีวิตใหม่ การตัดสินใจตัดพงศ์พิสุทธิ์ออกไปจากชีวิต ทำให้รู้สึกชีวิตนี้...ดี๊...ดี...

ooooooo

พงศ์พิสุทธิ์อาละวาดจนกีวี่กลัวหนีไปแล้วก็ดื่มเบียร์จนหมดสภาพนอนเขละท่ามกลางขวดเบียร์ จนเช้าบริสุทธิ์เข้ามามองอย่างสมเพชถามว่าเมาหัวราน้ำ ไม่ไปทำงานรึไง

พงศ์พิสุทธิ์ถามว่าแม่ไม่ต้องยุ่งกับตนสักเรื่องได้ไหม บริสุทธิ์สวนทันควันว่ามันเป็นสิทธิ์ของคนเป็นแม่ หาว่ามู่ลี่ยุให้เขาแข็งข้อกับตน

“หึ...จะมายุอะไรผม หน้าผมเขายังไม่อยากเห็น ลูกก็ไม่ให้เข้าใกล้ เขาเกลียดผมแล้วแม่!!”

“มันจะมีผัวใหม่น่ะสิ มันเกลียดแกก็เรื่องของมัน ที่สำคัญอย่าให้ลูกเกลียดแก เพราะฉะนั้นแกต้องฟ้องเอาลูกมา! จะต้องเสียเงินค่าทนายมากแค่ไหนฉันสู้! คิดให้ดีนะ แกทำใจได้เหรอที่ต้องเห็นผู้ชายคนอื่นมาเลี้ยงลูกแก แล้วเรียกว่าพ่อแทน!!”

พงศ์พิสุทธิ์นิ่ง เครียด สับสน...

ooooooo

อัศวินเอาซาลาเปามาให้มู่ลี่กับน้องปลื้มที่คอนโด บอกว่าม้าสั่งให้เอามา ถุงใหญ่ให้มู่ลี่ ถุงเล็กให้น้องปลื้ม น้องปลื้มดีใจจะเอาไปอวดเพื่อนว่าวันนี้มีปิ่นโตกับซาลาเปามาปิกนิก

“ม้าอยากขอบคุณเรื่องที่ทำให้ลุงคิดได้” มู่ลี่บอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย

“การเปลี่ยนใจคนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ป้าทำได้ทุกอย่างจริงๆ เจ๋ง”

อัศวินถามว่าวันนี้พงศ์พิสุทธิ์ไม่มารับน้องปลื้มไปส่งโรงเรียนหรือ มู่ลี่จึงเล่าการตัดสินใจของตนให้ฟัง เขาถามว่าเอาจริงเหรอ เมื่อมู่ลี่ยืนยันก็บอกว่า ป้าคง
คิดดีแล้ว มองน้องปลื้มอย่างสงสาร บอกว่า

“ต่อไปนี้เวลาอยู่กับแม่อย่าลืมแปลงร่างพิทักษ์แม่ด้วย” น้องปลื้มบอกว่าสบาย “เจ๋ง พี่ไปล่ะ เจอกันป้า อย่าลืมกินซาลาเปาด้วยล่ะ”

อัศวินขี่จักรยานออกไป มู่ลี่มองซาลาเปาในมือ ยิ้มอย่างมีกำลังใจ มั่นใจว่าตัวเองต้องทำได้!

ไปถึงว้าว มู่ลี่เล่าให้ดอลลี่ฟัง ดอลลี่ให้กำลังใจว่า ดีมาก เป็นคุณแม่ต้องสตรอง แล้วถามถึงต้องตา มู่ลี่บอกว่าต้องตาเป็นโรคกลัวความรัก ยิ่งเจอเรื่องของตนก็ยิ่งกลัว แต่ตนจะไม่ยอมให้สิ่งที่พี่ยักษ์ลงทุนทำไปเสียเปล่าแน่

มู่ลี่เล่าเรื่องพี่ยักษ์แกล้งห่างจากต้องตา เพื่อให้เห็นคุณค่าของตน ดอลลี่ถามว่าพี่ยักษ์ประสาทดีหรือบกพร่องไปแล้วถึงคิดอย่างนี้ ดอลลี่ว่าพี่ยักษ์พลาดแล้วล่ะ ทั้งสองถอนใจเฮือกใหญ่หนักใจแทน

พอดีชิษณุกับสุจินต์เดินมาได้ยินเสียงถอนใจเลยชวนไปกินข้าวแก้เครียดกัน กินข้าวไปคุยไปชิษณุจึงรู้ว่าทั้งสองกลุ้มใจ เพราะต้องตาบอกเลิกพี่ยักษ์ ชิษณุบอกว่าปล่อยไปสักพัก เดี๋ยวก็ดีเอง

“ทำไมถึงคิดว่ามันจะดีคะ” มู่ลี่ถาม

“คุณบอกผมเองว่าต้องตารักยักษ์มาก และผมก็รู้ว่าน้องผมรักแฟนมันมากเหมือนกัน ให้ความรักได้ทำงานของมันเถอะ” มู่ลี่กังวล “อย่ากลัวสิ เดี๋ยวก็ดีเอง เชื่อผมเถอะ”

มู่ลี่เห็นชิษณุมั่นใจมาก บอกว่าเชื่อก็เชื่อ แล้วเดินคุยกันไป

มู่ลี่อยากเร่งงานให้เสร็จ อยู่ทำงานพลางโทร.บอกน้องปลื้มว่าแม่ทำงานก่อนถ้าง่วงก็นอนไปเลย

อัศวินเดินผ่านมาเห็นหกโมงเย็นแล้วมู่ลี่ยังนั่งพิมพ์งานอยู่ จึงไปซื้อข้าวมาให้กินเดี๋ยวจะปวดท้อง มู่ลี่ไม่อยากเสียเวลา อัศวินจึงป้อนให้ ป้อนไปแกล้งไป หัวเราะกันบ้าง เคืองกันบ้าง รัชนกแอบถ่ายรูปตอนที่อัศวินป้อนข้าวมู่ลี่ไว้อย่างสะใจ

อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 11 วันที่ 11 ส.ค.60

ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทประพันธ์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง กำกับการแสดงโดย ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ