อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 12 วันที่ 13 ส.ค.60

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 12 วันที่ 13 ส.ค.60

“เดือดร้อนแน่! เพราะมีแต่เรื่องโกหก ทำให้ฉันเดือดร้อนอยู่เนี่ย!”

“สรุปทำหรือไม่ทำ” อริศรารีบเปลี่ยนท่าทีเมื่อเห็นท่าไม่ดี มู่ลี่บอกว่าไม่เคยทำ “งั้นก็ขอโทษ” อริศราตัดบทง่ายๆจนทุกคนอึ้ง แล้วอริศราก็เปิดประตูผลัวะออกมาลากจอห์นผ่านทุกคนที่รอฟังผลอยู่ไป

มู่ลี่เดินออกมาเซ็งๆ อัศวินถามว่าเป็นยังไงบ้าง มู่ลี่บอกว่าไม่รู้ เขาขอคุยกันก่อน

ในสตูดิโอ ชิษณุ ตรีดาว สุจินต์ ดอลลี่และแพตตี้ยังคุยกันอยู่ สุจินต์บ่นว่า



“ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน ทั้งคู่เคยโดนคาดโทษเอาไว้แล้วครั้งหนึ่ง รอบนี้รอบที่สองแล้ว”

ชิษณุพยักหน้าบอกให้ออกไปเลย ตรีดาวสนับสนุนทันทีสั่งให้ดอลลี่ไปจัดการแล้วเดินออกไปเลย ทั้งชิษณุ สุจินต์และดอลลี่ต่างมองกันอึ้ง ดอลลี่พูดกับสุจินต์ว่า “เออ...ง่ายดี” ส่วนชิษณุมองตามตรีดาวไปอย่างเคลือบแคลง

ดอลลี่ตามมาถามชิษณุว่า เรื่องอริศราสร้างเรื่องแล้วตรีดาวก็รับลูกทันที ไม่น่าสงสัยอะไรบ้างหรือ ชิษณุกับสุจินต์มองหน้ากัน ดอลลี่ตัดบทว่า

“โอเค เพื่อนฉันรอดตัว เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ที่โดนเต็มๆอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ ถูกเม้าท์แน่นอน ไม่รอด!”

เมื่อเข้ามาในห้องทำงานดอลลี่ยังบ่นต่ออีกว่า

“แล้วยัยอริศราก็กลายเป็นไบโพลาร์ เพิ่งจะวีนสตูระเบิด จู่ๆก็รู้สึกผิด รีบขอโทษซะงั้น ดิฉันรู้เต็มๆ ว่าเรื่องนี้เป็นทฤษฎีสมคบคิดกันระหว่างคุณตรีดาวกับยัยอริศราเพื่อสร้างความกดดันมุลิลาให้เครียด กดดันจนไม่แฮปปี้และลาออกไป”

ชิษณุนิ่งเงียบเพราะรู้อยู่แล้ว ดอลลี่ยังบ่นต่ออีกว่า

“เพื่อนฉันอาจะถึกควายทุย แต่ความอดทนของคนมันมีขีดจำกัดนะคะ ฉันอาจจะยื้อคนเก่งอย่างมู่ลี่ไว้ไม่ได้ ถ้ามันหมดใจ”

ดอลลี่บ่นจนปากเปียกปากแฉะ แต่ชิษณุก็ยังคงฟังนิ่งๆเงียบๆ ดอลลี่ทนไม่ไหวโพล่งไปว่า

“ท่านประธานต้องทำอะไรสักอย่างนะคะ ดิฉันกลัวว่าว้าวที่ดิฉันปลุกปั้นมากับมือต้องเจ๊งเพราะยัยเด็กเมื่อวานซืน! อุ๊ย...ขอโทษค่ะ”

ชิษณุฟังแล้วถอนใจ เครียด

ooooooo

เมื่อตรีดาวว่าจะไล่อริศราออก รัชนกก็กลัวว่าพวกตนจะถูกแฉเพราะเรารับปากไว้แล้วว่าจะไม่ถูกไล่ออก ตรีดาวยื่นนามบัตรให้บอกให้อริศราไปทำที่ช่องนี้ตนฝากงานไว้แล้ว ให้โทร.ไปได้เลย

รัชนกถามว่าทำไมไม่ทำตามที่พูดไว้ ตรีดาวบอกว่าขืนตนเข้าข้างคนไม่มีความรับผิดชอบอย่างนั้น ชิษณุอาจไล่ตนออกแทนยัยนั่นก็ได้

“ก็ไม่น่าจะให้ฉันไปบอกอริศราว่าคุณช่วยได้ตั้งแต่แรก” รัชนกบ่น

“นี่!! ฉันไม่เคยพูดว่าฉันจะช่วย เธอเสนอหน้าไปพูดเองก่อนนะ”

รัชนกร้องอ้าว หน้าเหวอ แพตตี้สอพลอเป็นพยานให้ตรีดาวว่าไม่เคยพูด รัชนกตีความผิดไปเอง บอกว่าตนมีบันทึกเสียงยืนยันคำพูดของตรีดาวได้

รัชนกแค้นที่ตรีดาวรู้อยู่แล้วว่าแผนที่ให้อริศราอาละวาดพังรายการนั้นยังไงก็ต้องถูกไล่ออกอยู่แล้ว

รู้ทั้งรู้แล้วนี่ยังมาแถเอาตัวรอดอีก แต่แล้วก็ต้องรีบขอโทษเมื่อตรีดาวแหวใส่ว่า

“ฉันเอาเธอออกได้อีกคนนะถ้าไม่ระวังปาก ฉันเป็นใคร เธอเป็นใคร! ไปบอกอริศราด้วยนะ ถ้าไม่พอใจก็ไม่เป็นไร งานที่ฝากให้ก็จะได้ยกเลิก แล้วก็ถ้าพยายามจะทำอะไรเพื่อทำร้ายฉัน...ระวังจะไม่มีที่ยืนในวงการ!”

รัชนกผลุนผลันออกไปอย่างไม่พอใจมาก ตรีดาวมองตามแล้วถอนใจโล่งอก แพตตี้แถเข้าไปสอพลอทันทีว่า “คุณตรีดาวเฉียบขาดจริงๆค่ะ”

“หึ...ฝึกไว้บ้าง เป็นเลขาฉันไม่ใช่เอาแต่ซื่อบื้อ”

แพตตี้ยิ้มจ๋อย แต่ในใจแค้นที่สอพลอแล้วกลับถูกด่า

ooooooo

คืนนี้ขณะอัศวินแคสพิธีกรอยู่นั้น น้องปลื้มโทร.มาคุยกับแม่ น้องปลื้มไอ มู่ลี่จึงบอกแม่ว่าถ้าน้องปลื้มไอมากให้พ่นยาเลย และให้คอยดูที่หน้าอกถ้าบุ๋มลงไปให้โทร.บอกทันที

อัศวินแคสแล้วไม่มีใครผ่านเลย ที่จะมาอีกก็ต้องสี่ห้าทุ่มเพราะทุกคนติดงานกันหมด ขณะนั้นเอง รัชนกเข้ามาทำเป็นตกใจถามว่า

“อุ๊ยตาย ยังไม่กลับกันอีกเหรอ เอาใจช่วยนะ สู้ๆ ขอให้ได้คนเร็วๆ ทีหลังก็หัดทำตัวนิ่งๆเงียบๆไว้หน่อยสิมู่ลี่ บริหารเสน่ห์จนได้เรื่อง วันๆงานการแทบไม่ได้ทำ ต้องมาคอยแก้ตัวเรื่องคาวฉาวโฉ่ เห็นใจคนเสียเงินจ้างบ้าง”

“ถ้าเธอยังไม่หุบปาก!” มู่ลี่ตวาด

“ทำไมเหรอ จะตบเหมือนตบอริศราน่ะเหรอ! นี่ฉันมาทำงานหรือมาเล่นละครน้ำเน่ากับหล่อนกันแน่เนี่ย วุ้ย...งง!!”

รัชนกพูดไม่ทันขาดคำก็มีมือลึกลับกระชากผมหน้าหงายออกจากห้อง

ฝีมือดอลลี่นั่นเอง...กระชากออกมาแล้วดอลลี่ปรามว่า

“คนเขาจะทำงานกัน ไปแกว่งปากหาเสี้ยนอยู่ทำไม เกะกะ!”

รัชนกหาว่าดอลลี่ปกป้องมู่ลี่ ถามว่าดูให้ดีว่าเพื่อนดีพอที่จะให้ปกป้องหรือเปล่า รัชนกทำปากกล้าจนดอลลี่ปรามว่า พูดแบบนี้มันน่าไล่ออกจริงๆ รัชนกหัวหมอท้าว่า

“ถ้าจะไล่หนูออกก็เตรียมตัวจ่ายหนักๆได้เลย เพราะหนูไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าจะไล่ออกด้วยเหตุผลที่ไม่เป็นธรรม เรื่องนี้ต้องถึงกรมแรงงาน!” พูดแล้วสะบัดออกไปเลย

ดอลลี่เจ็บใจรัชนก บอกคิกขุกับลูกพีชว่า “ฉันกำลังจะอกแตกตาย!! ฉันเครียด!!!”

“พี่ตาย...พี่แพ้” ลูกพีชบอก ดอลลี่ฮึดขึ้นมาทันที เป็นตายยังไงก็แพ้ไม่ได้!! แพ้ไม่ได้!!!

ooooooo

อัศวินเดินตามมู่ลี่ออกจากสตูดิโอ มู่ลี่เหนื่อยล้าจนแทบจะหมดแรง อัศวินชวนไปกินข้าวก่อน มู่ลี่กลัวว่าเดี๋ยวเขาจะถูกเม้าท์อีกรอบ อัศวินบอกว่าไร้สาระ มู่ลี่แย้งว่าแต่มันบั่นทอนเราได้มากมายเลยนะ

“ปากคนเราห้ามไม่ได้หรอก ถ้าเรายังอยู่ร่วมกับคน ยังไงก็ต้องเจอ ต้องโดน อยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไรยังเจอ... คนเราชอบที่จะพูดถึงความผิดพลาดของคนอื่น สนุกที่จะได้ขยี้ เรื่องดีๆพูดถึงแล้วไม่สนุกไง ป้าก็เฉยๆซะ ดีที่สุด ไม่ต้องยุ่งกับใคร”

มู่ลี่บอกว่าถ้าเลือกได้ตนจะขออยู่ในที่ที่ไม่ต้องยุ่งกับใคร ไม่ได้หนี แค่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทน

คืนนี้ขณะมู่ลี่ยังทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ ก็ได้รับโทรศัพท์จากบุปผาว่าน้องปลื้มหอบ กำลังพาไปโรงพยาบาล ถ้าไปถึงโรงพยาบาลแล้วจะโทร.มาบอก มู่ลี่ไม่สบายใจเป็นห่วงน้องปลื้มจนอัศวินถามว่ามีอะไรหรือเปล่า มู่ลี่บอกว่าน้องปลื้มไม่สบาย แม่กำลังพาไปโรงพยาบาล ถามอย่างสับสนว้าวุ่นใจว่า

“ฉันควรจะอยู่ข้างๆลูกตอนนี้ไม่ใช่หรือตี๋ ไม่ใช่มานั่งเช็ดขี้เข็ดเยี่ยวให้คนอื่น แต่...มันก็เป็นความรับผิดชอบของฉัน” มู่ลี่ทรุดนั่งอย่างหมดแรง

“ป้า...ป้าเลือกได้นะ อะไรสำคัญกับป้ามากที่สุด เลือกอันนั้น” อัศวินบอก มู่ลี่อึ้ง คิด...

ooooooo

บุปผาเอากุญแจรถกับกระเป๋าตามต้องตาที่อุ้มน้องปลื้มลงมาที่รถ แต่สตาร์ตไม่ติดเพราะน้ำมันหมด บุปผาจะไปเรียกแท็กซี่ ต้องตาอุ้มน้องปลื้มวิ่งตามไป

“ไปรถพี่เร็ว!” เสียงพี่ยักษ์เร่งด้วยความเป็นห่วง

ที่แท้พี่ยักษ์มานั่งอยู่ที่ล็อบบี้คอนโดตั้งแต่เย็นแล้ว ตั้งใจจะโทร.หาต้องตาแต่ไม่กล้าพอ จึงนั่งปลุกใจตัวเองอยู่จนเจอเหตุการณ์นี้เข้า

ต้องตาทิฐิ ปฏิเสธไปทันที บุปผาบอกว่ามันไม่ไปก็เรื่องของมัน แล้วเข้าไปอุ้มน้องปลื้มไปกับพี่ยักษ์ ต้องตาจึงได้สติรีบตามไป

ที่ห้องแคสติ้ง ลูกพีชหมดแรงเพราะเรียกมาแคสหมดแล้วแต่ไม่ได้สักคน ขณะลูกพีชกับเจมส์กำลังปวดหัวอยู่นั่นเอง อัศวินเดินเข้ามาคนเดียว ดอลลี่ถามว่าแล้วมู่ลี่ล่ะ

อัศวินเล่าว่า...มู่ลี่เป็นห่วงน้องปลื้มแต่ก็เป็นห่วงงาน กลุ้มใจละล้าละลัง ตนจึงบอกว่า...

“งาน...ถ้าไม่มีป้า ยังมีพี่ดอลลี่ มีผมทำแทน แต่จะให้ใครมาเป็นแม่ให้มนุษย์ซาลาเปาแทนป้า ผมว่าไม่มีนะ...อันนี้เสนอเฉยๆนะ” มู่ลี่จึงตัดสินใจขึ้นแท็กซี่ไปหาน้องปลื้มที่โรงพยาบาลทันที

ดอลลี่คิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี เพราะแคสจนหมดสต๊อกแล้วยังคัดไม่ได้ อัศวินถามว่าจะเอายังไงดี ดอลลี่มองหน้าเจมส์นิ่งแล้วหัวเราะหึๆๆ เหมือนคิดออกแล้ว...

ooooooo

มู่ลี่ไปถึงโรงพยาบาล เจอแม่ ต้องตา และพี่ยักษ์ นั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน รีบเข้าไปถามแม่ว่าน้องปลื้มเป็นยังไง บุปผาบอกว่าโอเคแล้ว เข้าไปหาหมอแล้ว จึงค่อยเบาใจ

ฝ่ายต้องตาพอหายเครียดเรื่องน้องปลื้ม ก็ถามพี่ยักย์ว่ามาได้ยังไง พี่ยักษ์เล่าให้ฟังว่าอยากคุยด้วยเลยไปหาแต่ไม่กล้า ต้องตาถามว่าจะคุยเรื่องอะไร

“พี่จะมาเตือนว่าอย่าลืมเติมน้ำมันรถด้วย”

“ถูกแม่ด่าใหญ่เลย ขับรถยังไงปล่อยให้น้ำมันหมด ที่ผ่านมามีพี่คอยเตือนให้เลยไม่ได้สังเกต”

“ตาต้องหัดดูแลตัวเองบ้างแล้วนะ ไม่มีพี่คอยทำให้แล้ว”

ต้องตาน้ำตาไหลทันที พี่ยักษ์ถามว่าตัดสินใจดีแล้วหรือที่เลือกจะไม่มีตน คราวนี้ต้องตาปล่อยโฮอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ พี่ยักษ์โอบปลอบ ต้องตากอดพี่ยักษ์แน่นบอกว่า “โคตรทรมานเลย”

“เหมือนกัน” พี่ยักษ์กอดตอบ แล้วต่างก็ขอโทษกัน พี่ยักษ์กอดต้องตาไว้อย่างอบอุ่น

ooooooo

เช้านี้ดวงใจจัดซาลาเปาใส่ถุงให้อัศวินไปเยี่ยมน้องปลื้ม ฝากอวยพรให้หายเร็วๆด้วย

แต่พออัศวินจูงจักรยานออกมา ก็เห็นพี่แสดที่เพิ่งใส่บาตรเสร็จกำลังไล่ตามเฮียตู่ พลางร้องให้อัศวินช่วยจับไว้ด้วย กว่าจะปล้ำจับเฮียตู่ร่างยักษ์ได้ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบทั้งสองคน จับได้แล้วพาเฮียตู่เข้าไปนั่งในร้าน เจ๊สมตีหน้ายักษ์ย่างสามขุมเข้ามาถามว่า

“มึงหายไปไหนมา!!” เฮียตู่ขยับจะพูดก็ถูกเจ๊สมถามว่า “ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทำไมไม่ออกมาพูด”

เจ๊สมถามจนเฮียตู่ไม่มีจังหวะจะพูด อัศวินบอกให้เจ๊หยุดก่อน ดวงใจถามเสียงอ่อนว่า

“ตู่ ไหนเล่ามาซิ หายไปไหนมา”

เฮียตู่จึงเล่าว่าวันนั้นขี่จักรยานหนีอัศวินออกมาไม่ทันดูรถ ถูกมอเตอร์ไซค์ชนอย่างแรง จนขาหัก แขนหัก เลือดคั่งในสมอง เจ๊สมอุทานเบาๆว่า

“โคม่าเลยเหรอ...”

ทุกคนหันมองเจ๊สมที่เป็นห่วงเป็นใยเฮียตู่อย่างลืมตัว เจ๊สมรู้สึกตัวถามว่ามองอะไร อาม่าบอกว่ามองคนปากแข็งแต่ใจอ่อน เจ๊สมพูดแก้เกี้ยวงอนๆว่า

“ก็เป็นเงี้ย!! ใครไม่ชอบก็ช่างสิ”

“ชอบ!!!” เฮียตู่ตอบอย่างเร็ว แล้วต่างมองหน้ากันเขินไปมา

“อ่ะ ยกน้ำชา ไหว้ฟ้าดิน” พี่แสดดีใจ เจ๊สมทำเสียงแข็งถามว่าอะไรอีแสด พี่แสดทำหน้าเมื่อยถามว่า “ตกลงมึงจะเขินหรือมึงจะโกรธ”

พอเจ๊สมบอกว่าเขิน อัศวินบอกพี่แสดว่า จะได้กินโต๊ะจีนงานแต่งเจ๊แล้ว

“ป้า ม่า ตัดชุดรอเลย เฮีย! มึงไปจัดการเรื่องมาสู่ขออีนี่เลยนะ รีบๆให้มันมีผัวเผื่อมันจะหายสะบัดสะบิ้ง” พี่แสดสั่งการ

ทุกคนดีใจ ยิ้มแย้มมีความสุขที่มีข่าวมงคลแต่เช้า...

ooooooo

แพตตี้เอาคลิปเสียงที่ตรีดาวสั่งรัชนกให้ทำตามแผนการของตนยั่วจนอริศราหึงจอห์นจนพังรายการงานเสียหาย บอกชิษณุว่า “ทุกอย่างเป็นแผนการของคุณตรีดาวค่ะ”

ชิษณุรู้ความจริงนี้แล้วคิดว่าต้องจัดการกับตรีดาว แต่เมื่อออกมาเจออำนาจกับมณฑาทิพย์ ทั้งสองเข้ามาหาชิษณุด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ บอกว่าเพิ่งรู้ข่าวว่าบ้านตรีดาวถูกฟ้องล้มละลาย!

“ทรัพย์สินทั้งหมดรวมถึงหุ้นต่างๆถูกขายไปหมดแล้ว รวมทั้งหุ้นกับเรา เพื่อไปใช้หนี้ เขาปกปิดเรามาตลอด” อำนาจบอก มณฑาทิพย์เสริมว่าตนก็แปลกใจว่าทำไมถึงเร่งรัดเรื่องแต่งงานนัก

ชิษณุตกใจถามว่าตรีดาวรู้เรื่องนี้หรือยัง มณฑาทิพย์ส่ายหน้า อำนาจบอกว่าเขาบอกให้ชิษณุเป็นคนบอก ชิษณุถามว่าทำไม ตรีดาวควรเข้าใจและให้กำลังใจพ่อกับแม่เธอด้วย

“เราต่างก็รู้ว่าหนูดาวเป็นคนนิสัยยังไง มีแต่ณุคนเดียวที่น้องเชื่อ”

มณฑาทิพย์บอก ชิษณุอึ้ง นึกสงสารตรีดาวว่าจะรับได้ไหม...

ooooooo

เช้านี้มู่ลี่ตื่นมานั่งมองน้องปลื้มคิดหนัก บุปผาถามว่าไม่ไปทำงานหรือ มู่ลี่บอกว่าไป ฝากน้องปลื้มไว้แป๊บนึงแล้วจะรีบกลับ บุปผาสงสัยกับท่าทางแปลกๆของมู่ลี่วันนี้

ที่สตูดิโอว้าว ดอลลี่กำลังแคสพิธีกรอยู่ เพราะคนนอกมาแคสแล้วไม่ผ่าน จึงเกณฑ์เอาคนในมาแคสกัน คู่แล้วคู่เล่าก็ไม่ผ่าน ดอลลี่กลุ้มมากไม่รู้จะหาพิธีกรที่ไหนมา

มู่ลี่มายืนดูเห็นความยากลำบากของดอลลี่ก็รู้สึกผิดที่ทิ้งภาระให้ดอลลี่รับแทน ตรีดาวเข้ามาพูดเหน็บว่า

“เห็นหรือยังว่าทิ้งภาระไว้ให้คนอื่นมากขนาดไหน โชคดีจังนะ มีเพื่อนคอยแก้ปัญหาให้” มู่ลี่พยายามอดกลั้นไม่โต้ตอบ ตรีดาวได้ทีเลยด่า “แบบนี้เขาเรียกคนเห็นแก่ตัว เอาแต่เรื่องตัวเอง จนคนอื่นต้องเดือดร้อนวุ่นวาย”

“โอ๊ย!!! เขาก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ พูดไปก็เท่านั้น ไม่มีสำนึกหรอก” รัชนกสอดเข้ามาซ้ำ ตรีดาวถามว่าหรือต้องให้จัดการดอลลี่ก่อนเธอถึงจะสำนึก

“ถ้าไม่สำนึกฉันจะโผล่มาที่นี่ไหม!” มู่ลี่สุดทน ตรีดาวท้าว่าถ้าสำนึกก็แสดงความรับผิดชอบ

สายฝนกับคิกขุมาแอบฟังอยู่ สายฝนเอาโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้เผื่อจะช่วยมู่ลี่ได้บ้าง

ชิษณุมาตามหาตรีดาวเพื่อจะบอกเรื่องครอบครัวของเธอ เดินมาสตูดิโอกับสุจินต์ เพราะแพตตี้บอกว่า ตรีดาวไปดูการแคสติ้งพิธีกร แต่ถ้าไปเจอมู่ลี่ไม่รู้จะมีเรื่องอะไรหรือเปล่า

มู่ลี่ถามตรีดาวว่าจะให้ตนทำยังไงเธอถึงจะพอใจ เธอต้องการอะไรแน่

“ลาออกซะ! จะได้หาคนที่พร้อมกว่ามาทำแทน และหาได้ไม่ยาก มีคนอยากทำงานนี้เยอะแยะ ถ้าอยากพิสูจน์ตัวเอง ไปพิสูจน์ที่อื่น”

ระหว่างที่ตรีดาวพูดกับมู่ลี่นั้น รัชนกก็สอดแทรกเป็นระยะ มู่ลี่นิ่งเพราะเป็นไปอย่างที่ตนคิดไว้แล้ว ตัดสินใจว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองจริงๆแต่ไม่ใช่ที่นี่! หันเดินออกไปทันที

“พูดขนาดนี้ไม่ลาออกก็หน้าด้านแล้ว” รัชนกพูดกับตรีดาวอย่างสะใจ

“ถ้ายังจะอยู่ต่อ ฉันจะทำให้มันโดนไล่ออกเอง” รัชนกถามว่าจะทำยังไง “ทำอย่างที่เคยทำ สร้างปัญหาแล้วให้มันรับไป”

รัชนกพยักหน้าอย่างรู้กัน แล้วพากันเดินไปดูว่ามู่ลี่จะทำยังไง คิกขุกระซิบถามสายฝนว่า

“ทำอย่างที่เคยทำ หมายความว่ายังไง ที่ผ่านมา แสดงว่าพี่มู่ลี่ไม่ได้ทำ ฉันเข้าใจถูกไหม”

“เราต้องหาความจริง” สายฝนเก็บมือถือ มองหน้ากันอย่างต้องหาทางเปิดโปงเรื่องนี้ให้ได้

ooooooo

ดอลลี่ให้อั๋นกะเทยช่างแต่งหน้าทำผมแคสคู่กับลูกพีช ทีแรกก็ใส่อารมณ์ส่วนตัวจิกกัดกันจนเกือบพัง แต่พอดอลลี่บอกว่าจะเอาสองคนนี้เป็นพิธีกร จะได้เงินพิเศษและถ้าขายได้เยอะก็จะได้เปอร์เซ็นต์อีก

พอเอาผลประโยชน์เข้าล่อ ทั้งสองก็ดีใจ ร่วมมือกันเล่นจนดอลลี่พอใจประกาศว่า

“ได้พิธีกรแล้ว แยกย้ายกัน เจอกันเมื่อถึงเวลา”

พอทีมงานกลับไปแล้ว มู่ลี่จึงเข้าไปบอกดอลลี่ว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ดอลลี่จึงพาเข้าไปคุยกันในห้องทำงาน มู่ลี่บอกว่าตนจะลาออก อยากจบปัญหาที่นี่ และน้องปลื้มก็ต้องการแม่ ตนคนเดียวที่ทำหน้าที่นี้ได้ ดอลลี่ถามว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงลูก

“ไม่รู้ ไว้ค่อยคิด”

“ฉันปล่อยให้แกลาออกแบบไม่มีแผนไม่ได้ ไปคิดให้ดีก่อน ตอนนี้ถ้าเหนื่อยก็ลากิจลาป่วยหรือจะลาพักร้อนไปดูแลลูก ลูกหายแล้วค่อยกลับมาทำงาน แกเคยดิ้นรนหางานแทบตาย ฉันไม่ยอมให้แกกลับไปใช้ชีวิตดิ้นรนแบบนั้นอีก”

มู่ลี่ฟังคำท้วงติงของดอลลี่ก็หยุดคิด ลังเล

เป็นจังหวะที่ชิษณุกับสุจินต์เดินเข้ามาในสตูดิโอพอดี เขามองมู่ลี่เครียดอยู่กับดอลลี่อย่างสนใจ ส่วนตรีดาว รัชนกก็เดินเข้ามาดูว่ามู่ลี่จะทำยังไงต่อ

ฝ่ายอั๋นกับลูกพีช พอทำงานเสร็จอารมณ์ก็กลับมาจิกกัดกันเหมือนเดิม อั๋นบอกลูกพีชว่ายังไงตนก็ยังเกลียดเธอเหมือนเดิม ลูกพีชสวนไปว่าที่ตนเฟคก็เพื่อเงิน

“ถ้ารู้ว่าจะต้องมาเฟคเป็นผัวอีนี่ จะไม่ยอมร่วมมือกับยัยรัชนกเลยจริงจริ๊ง...” อั๋นระบายอารมณ์

ลูกพีชสะดุดหูถามว่าร่วมมืออะไรกับรัชนก อั๋นรู้ตัวว่าเผลอพลั้งปากไปก็ปฏิเสธเสียงสูงว่าไม่มี้...ไม่มี

สายฝนกับคิกขุที่แอบฟังพรวดไปขวางหน้าบอกว่าพวกตนได้ยินหมดแล้ว ถามอั๋นว่าร่วมมือกับยัยรัชนกทำอะไร อั๋นปากแข็งว่าไม่มี เลยถูกสายฝนกับคิกขุล็อกตัวไปสอบสวน

สายฝนกับคิกขุล็อกตัวอั๋นเข้าไปในห้องแต่งตัวที่มืดสนิท ใช้ไฟฉายส่องใส่หน้าอั๋นสอบสวนเครียด สายฝนบอกให้สารภาพความจริงมาแล้วจะปล่อยตัวไป

อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 12 วันที่ 13 ส.ค.60

ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทประพันธ์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง กำกับการแสดงโดย ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ