อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 3 วันที่ 3 ส.ค.60

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 3 วันที่ 3 ส.ค.60

ใจเริงออกมาหาพิมาลาที่ร้านอาหาร ซักถามถึงการเตรียมงานและสินสอด พิมาลาตอบว่าผู้ใหญ่เป็นคนจัดการแต่คงไม่มากเท่าของเธอ ใจเริงแค่นยิ้มบอกไม่ได้คิดเปรียบเทียบแค่อยากรู้ว่าฤกษ์จะเลี้ยงดูเพื่อนได้ไหม พิมาลายิ้มบอกว่าถึงเขาไม่เลี้ยงดู ตนก็เลี้ยงดูตัวเองได้ แล้วส่งการ์ดให้ฝากเชิญเทิดพันธ์ด้วย ใจเริงตอบหน้าตาเฉยว่าเขาคงไปไม่ได้เพราะพ่อเพิ่งเสีย พิมาลาตกใจแล้วทำไมเธอไม่ไปช่วยงานศพ

“โอ๊ย ไม่ต้องทำอะไรหรอก เขามีเงินจ้างพวกอีเวนต์มาทำ พิมไม่ว่างไม่ต้องไปก็ได้นะ เรายังขี้เกียจไปเลย นั่งฟังพระสวดน่าเบื่อจะตาย เราว่าจะไปสักคืนนึงพอเป็นพิธีแค่นั้นแหละ”



พิมาลาไม่เห็นด้วยแต่ไม่อยากขัด...แล้วใจเริงก็ทำอย่างที่พูด เทิดพันธ์นั่งฟังพระสวดโดยไม่มีภรรยาอยู่เคียงข้าง เขารู้สึกปวดใจอย่างมาก

ooooooo

เทิดพันธ์เข้าบริหารงานบริษัทแทนพ่อที่เพิ่งเสีย พบปัญหาใหญ่เมื่อฝ่ายบัญชีรายงานว่า บัญชีบริษัทติดตัวแดงแบกดอกเบี้ยมานานแล้ว แต่คุณท่านยังยืนยันจะลงทุนเพิ่ม ตอนนี้ยอดหนี้จึงท่วมท้น เป็นเหตุผลทำให้คุณท่านเครียดจัดจนเส้นเลือดในสมองแตก

พอเทิดพันธ์เข้าใจก็ปรึกษาวิธีแก้ปัญหาเพื่อพยุงบริษัทไว้ หัวหน้าฝ่ายบัญชีคิดว่าถ้าขายคอนโดที่หัวหินได้หมดก็พอจะลืมตาอ้าปาก

หลายวันต่อมา เทิดพันธ์เปิดตัวโครงการคอนโดหรูที่หัวหิน เชิญลูกค้าไฮโซและนักข่าวมากมาย หวังจะได้ยอดจองถล่มทลาย แต่ด้วยเศรษฐกิจไม่ค่อยดีทำให้ผิดความคาดหวัง ยอดจองในวันนี้แค่ห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เขาเล่นงานฝ่ายการตลาดว่าทำงานไม่ดี ไม่สนใจว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ พวกเขาต้องขายให้ได้...พอหันมาถามสุพรรญาเลขาหน้าใสว่าใจเริงมาหรือเปล่า เธอทำท่าอึกอักไม่กล้าตอบ ว่าใจเริงโทร.มาบอกว่าอย่างไร

ระหว่างที่เทิดพันธ์กำลังเครียดและผิดหวัง ใจเริงกลับอยู่ในชุดว่ายน้ำเซ็กซี่ นอนที่เตียงริมสระน้ำในบ้าน เธอให้เหตุผลว่า ไม่ไปหัวหินเพราะแดดร้อนผิวจะเสีย เทิดพันธ์กลับมาโวย “ผิวเสีย! แล้วมานอนอาบแดดแบบนี้ ไม่เสีย หรือไงฮะ!”

ใจเริงแถว่าแดดก่อนแปดโมงเช้ามีวิตามินบำรุงกระดูก เทิดพันธ์ปรี๊ดแตก

“ไอ้แดดวิตามินดีมันทำให้คุณมีกินได้ไหม คุณบอกให้ผมลาออกจากงานที่อังกฤษมาดูแลกิจการของพ่อ ผมทำตามที่คุณต้องการแล้ว ทำไมไม่ช่วยกันบ้าง เมื่อวานผมย้ำแล้วว่าเป็นงานใหญ่ ให้คุณช่วยคุยกับลูกค้า ช่วยกันทำมาหากิน คุณก็ไม่โผล่ไป”

“เริงเป็นเมียนะ! ที่แต่งงานด้วยเพราะจะมาเป็นเมีย ไม่ได้มาเป็นเซลส์ขายคอนโด! แล้วอีกอย่างเริงไม่ชอบทำงาน ทำงานไม่เป็นและไม่คิดจะทำ!...คนกำลังชิล มาทำให้เสียอารมณ์แต่เช้า น่ารำคาญ” ใจเริงสะบัดหน้าใส่ด้วยความหงุดหงิด

เทิดพันธ์โกรธกระชากแขนใจเริงให้หันกลับมา ตอกกลับ “รำคาญรึ...ถ้าพูดแค่นี้รำคาญก็หาเงินมาจ่ายบัตรเครดิตที่คุณกระหน่ำซื้อทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้าหมดไปเกือบล้าน ถ้ารำคาญไม่อยากฟังก็หาเงินมาจ่ายเอาเอง...ผมก็รำคาญคุณเหมือนกัน!”

ใจเริงกรี๊ดใส่ “พี่เทิด! มันจะมากไปแล้วนะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครพูดแบบนี้กับเริง พ่อกับแม่ยังไม่เคยด่าไม่เคยว่าสักคำ อย่าเอาความเครียดที่ล้มเหลวกับงานมาลงกับเริง...ก่อนแต่งเริงก็เป็นของเริงแบบนี้ รู้อยู่แล้วยังอยากจะแต่งแล้วตอนนี้จะมาให้ปรับตัว พอไม่ทำก็หงุดหงิดใส่ อย่ามาทำตัวงี่เง่า เริงไม่มีความอดทน!”

เทิดพันธ์อึ้งทรุดนั่งส่ายหน้า นี่ตนเป็นคนนำความหายนะมาให้ตัวเองเองหรือ

ooooooo

พิมาลาอัดเสียงในห้องอัด คุยเรื่องผู้ชายที่ควรเอามาเป็นคู่ชีวิตต้องมีคุณสมบัติ 3P คือ Protect Profess และ Provide หมายความว่า เขาต้องพร้อมจะปกป้องเราทุกด้าน ประกาศว่าคบกับเราเป็นแฟน และสุดท้ายคือแสดงการให้พร้อมจะเลี้ยงดูเรา

หมี่อยู่กับพิซซี่และแมนที่ห้องช่างเทคนิค หมี่ถามพิซซี่ว่าสามีเธอเป็นแบบนั้นไหม พิซซี่ตอบขำๆว่า ไม่ทันประกาศว่าเป็นแฟนก็ให้ความเป็นผัวไปก่อน สรุปแล้วไม่มีสักข้อ แมนเอากระจกส่องหน้าพิซซี่แล้วเตือนว่า หน้าแบบนี้ไม่ได้หาสามีกันง่ายๆ...พิซซี่ชะงักถาม นี่เตือนด้วยความหวังดีหรือ แมนพยักหน้าบอกหวังดีจากใจ พิซซี่ฮึดไม่เลิกก็ได้ อยู่เป็นเสี้ยนหนามกันไป

หมี่ขำประชดจะทำอะไรก็ทำให้สบายใจเลย ระหว่างนั้นพิมาลาอ่านข้อความในไลน์แล้วบอกหมี่ว่า ฤกษ์กับเพื่อนมาแล้ว

ฤกษ์กับเปรมมาที่ออฟฟิศของหมี่เพื่อขอยืมสถานที่ถ่ายรายการ พิมาลา หมี่ พิซซี่และแมนเดินออกมาหา พิมาลาถามเปรมว่าออฟฟิศสวยสมกับที่ตนคุยไว้ไหม เปรมหันมาจะตอบแต่พอเห็นหมี่ก็ตาโพลงตกหลุมรักในทันที พิมาลาแนะนำให้รู้จักหมี่ เปรมรีบก้าวมาแนะนำตัวเอง

“ผมเปรม เป็นหุ้นส่วนไอ้ฤกษ์แล้วก็เป็นผู้กำกับรายการ ยินดีที่ได้รู้จัก” เปรมยื่นมือรอ

พิซซี่กำลังจะยื่นมือมาจับแทนแต่เปรมรีบเอ่ยชื่อหมี่จึงชะงัก หมี่ยื่นมือไปจับเป็นพิธีแล้วดึงกลับ เปรมยิ้มหาเรื่องคุยด้วย

“ไม่ทราบว่าหมี่ย่อมาจากเส้นหมี่ บะหมี่ หรือหมี่กรอบครับ ของโปรดผมหมดเลย”

“ดิฉันชื่อปารมีค่ะ...เป็นยังไงบ้างคะคุณฤกษ์ ออฟฟิศหมี่พอใช้งานได้ไหมคะ”

ฤกษ์จะตอบแต่เปรมชิงตอบแทนว่า ออฟฟิศสวยมาก สวยไปหมด แม้แต่เจ้าของก็สวย หมี่ดักคอคิดจะจีบตนหรือ เปรมเล่นลิ้น ถ้าไม่รังเกียจก็อยากลอง หมี่ยิ้มเชือดเฉือน

“ไม่รังเกียจค่ะ แต่ติดต่อรับบัตรคิวกับพิซซี่ก่อนนะคะ พอดีช่วงนี้มีคนเข้ามาเยอะน่ะค่ะ”

ฤกษ์หัวเราะที่เพื่อนเจอของจริงเข้าเสียแล้ว พิมาลาชวนทุกคนเข้าไปคุยรายละเอียดในห้องทำงาน เปรมอดที่จะหยอดมุกจีบไม่ได้ หมี่ก็โบ้ยให้รับบัตรคิวจากพิซซี่ก่อนจนเขาเซ็งหันมาขอความช่วยเหลือกับพิมาลา ฤกษ์ดึงเธอไปโอบบอกตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของตน เปรมเซ็ง หมี่นึกได้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันแต่งงานของทั้งสองจะมาทำงานทำไม

พิมาลาแก้ตัวว่าแค่อัดรายการไม่กี่นาที งานแต่งก็เตรียมไว้พร้อมแล้ว พิซซี่บอกควรกลับไปนอนให้หน้าตาสดใส ฤกษ์ชมว่าแฟนตนหน้าใสอยู่แล้ว พิมาลาอายที่ถูกชมต่อหน้าคนอื่นจึงขอตัวกลับ ฤกษ์รีบลาทุกคนตามคนรักออกไป

ooooooo

สุพรรญาเลขาหน้าใสของเทิดพันธ์ รู้ถึงปัญหาของเจ้านายดีก็พยายามที่จะเสียบเข้าไปแทนที่ใจเริง ปรนนิบัติเอาอกเอาใจสารพัด แต่เทิดพันธ์ก็วางตัวเป็นสมภารไม่กินไก่วัด วันหนึ่งทั้งสองแวะทานอาหารที่ร้านประนอม มาลัยวรรณมาทำงานที่ร้านเห็นทั้งสองก็แปลกใจ

เทิดพันธ์กลับบ้าน บรรยากาศในบ้านอึมครึมเหมือนมีระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง ใจเริงแต่งตัวเซ็กซี่จะออกไปช็อปปิ้ง เทิดพันธ์ติงบอกไปแล้วถึงสถานการณ์การเงินว่าไม่ค่อยดี เธอกลับย้อนว่าเขาก็ควรทำให้มันดี จะมาหงุดหงิดใส่ตนทำไม หงุดหงิดแล้วจะรวยขึ้นหรือ ถ้าไม่ก็จงทำงานต่อไป ว่าแล้วก็เดินเชิดออกไป เทิดพันธ์เครียดจัดหันไปเห็นรูปเธอสมัยเจอกันใหม่ๆ ก็คว้ามาปาทิ้งลงพื้นด้วยความเสียใจสุดๆ

สุพรรญาเดินถือสูทที่เขาจะใส่คืนนี้มาให้ เห็นกรอบรูปแตกกระจายก็ตกใจ ถามมีอะไรหรือเปล่า เทิดพันธ์ตอบว่ามีแต่เธอช่วยอะไรไม่ได้ กลับไปทำงานต่อเสีย

สุพรรญาทำหน้าเกรงกลัวแต่แอบยิ้มมุมปาก...เสร็จตนแน่ พอวางสูทแล้วก็หันมาจะเก็บรูปที่แตกให้ เขาตวาด

“ไม่ต้อง เดี๋ยวให้แม่บ้านมาเก็บ”

“ค่ะ...เอ่อ ญารู้ว่าตอนนี้คุณเทิดมีปัญหาหลายอย่าง ถ้ามีอะไรที่ญาจะทำให้คุณเทิดอารมณ์ดีขึ้น บอกนะคะญาพร้อมจะทำทุกอย่าง” สุพรรญาพูดเปิดทางอยู่ในที ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปจับมือเทิดพันธ์และยิ้มอ่อย

“ญาเลือกสูทแบบสามชิ้นมาให้ มันอาจจะใส่ยากหน่อย ถ้าคุณเทิดต้องการ ญาช่วยใส่ให้ก็ได้นะคะ ญาใส่ชำนาญ... แป๊บเดียวก็เสร็จ”

“ไม่เป็นไร ผมใส่เองได้ ขอบคุณมาก” เทิดพันธ์ยังมีสติพอค่อยๆถอยห่างแล้วเดินหนี

สุพรรญามองตามด้วยความเสียดายแต่ไม่ยอมแพ้...

ในขณะเดียวกัน มาลีกำลังสอนพิมาลาวันสุดท้ายก่อนแต่งงานว่า “ถ้าผู้หญิงทำตัวเป็นไฟ ผู้ชายเป็นน้ำมัน อยู่ใกล้กันมันก็ลุกเผาทุกอย่าง...แม้แต่สติ เป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว เอาตัวไปอยู่กับผู้ชายมาก ผู้ชายเขาก็ไม่เสียหาย แต่ผู้หญิงนิดเดียวก็เหม็นไปทั้งหมู่บ้าน”

มาลัยวรรณซึ่งนั่งทำกระทงไว้ใส่อาหารอยู่ แย้งแม่อย่างขำๆ “โห แม่คะ ยุคดิจิตอลแล้วนะคะ ผู้หญิงมัวแต่รักนวลก็ชวนกันขึ้นคานสิคะ”

“ระหว่างขึ้นคานกับฉาวโฉ่ เราจะเลือกอะไรฮะ ฟังแม่ไว้นะ ผลไม้ที่สุกเต็มที่รสมันทั้งหอมทั้งหวาน ผู้หญิงที่มีสติรู้ผิดชอบทำสิ่งที่สมควรก็หอมหวานไม่ต่างกัน โบราณถึงได้สั่งสอนนักหนาว่า อย่าชิงสุกก่อนห่าม ...เคยกินผลไม้ที่มันห่ามไหม”

มาลัยวรรณตอบว่าเปรี้ยวๆฝาดๆ มาลีจึงบอกให้จำไว้ จะกล้าอะไรก็ให้อยู่ในขอบเขต กล้าท้าทายผู้ชายไม่งามแน่ แล้วให้ดูพิมาลาเป็นตัวอย่าง เชื่อฟังแม่ถึงได้ผู้ชายดีๆอย่างฤกษ์

“แล้วอย่างพี่เริงล่ะคะ พุ่งเข้าชนวิ่งเข้าใส่แบบนั้น ก็ได้สามีออกจะร่ำรวย เอาใจสารพัด ไม่เห็นจะต่ำต้อยด้อยค่าอย่างที่แม่ว่าเลย”

มาลีคิดว่าเป็นเพราะใจเริงเป็นคนมีน้ำใจ แม้จะเปรี้ยวไปนิด พิมาลาเห็นด้วยบอกน้องสาวหัดมองคนหลายๆ แง่มุม จะเจอมุมดีๆอย่างที่เราคิดไม่ถึง มาลัยวรรณไม่เชื่อว่าใจเริงจะมี

ด้านใจเริงซื้อสร้อยทองเส้นโตมาอวดแม่ พรรณรายสุขภาพไม่ค่อยดี มีวิลาวรรณคอยบีบนวด เตือนลูกว่าเทิดพันธ์ไม่อยากให้ใช้เงินสิ้นเปลืองทำไมถึงซื้ออีก เธอกลับเชิดหน้าบอกที่ซื้อเพราะประชดให้รู้ว่าคนอย่างใจเริงห้ามไม่ได้ วิลาวรรณปรายตามองเหยียดๆ

พรรณรายถามว่าถ้าเทิดพันธ์ไม่ยอมจ่ายจะทำอย่างไร ใจเริงกลับบอกหน้าตาเฉยว่า แม่ก็จ่ายแทน แค่สามแสนเอง พรรณรายหน้าเสียภาวนาขอให้เทิดพันธ์ยอมจ่าย แล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินจะไปห้องน้ำ วิลาวรรณมัวปัดที่ที่พรรณรายนอน ทันใดก็มีเสียงโครมครามดังขึ้น ตามด้วยเสียงพรพรรณร้องลั่นว่า พรรณรายตกบันได เรียกรถพยาบาลที ใจเริงได้ยินตกใจมาก

ใจเริงโทษป้าดูแลแม่ไม่ดี วิลาวรรณไม่พอใจบอกแม่ตนไม่ผิดมันเป็นอุบัติเหตุ พรพรรณตัดความรำคาญยอมรับผิด ใจเริงยิ่งได้ใจบอกผิดแล้วยอมรับผิดก็ดี แล้วฝากให้สองแม่ลูกดูแลแม่ตนด้วย ค่าใช้จ่ายให้โรงพยาบาลส่งบิลไปเก็บกับเทิดพันธ์ วิลาวรรณท้วงทำไมไม่ดูแลเอง

“ก็อยู่กันตั้งสองคนแล้วจะให้เริงอยู่ให้มันอึดอัดทำไม หมอก็มี พยาบาลก็เดินกันเต็มไปหมด แทนที่จะมาบ่น พี่ต้องขอบคุณเริงด้วยซ้ำที่ย้ายแม่มาอยู่ห้องพิเศษเดี่ยว ป้าพรจะได้นั่งเล่นนอนเล่นสบายๆ ห้องออกจะใหญ่โต” ใจเริงไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองเห็นแก่ตัวแค่ไหน บอกสองแม่ลูกอีกว่าตนต้องกลับไปเตรียมตัวเพื่อไปงานแต่งงานเพื่อนวันพรุ่งนี้

ooooooo

ความอบอุ่นในครอบครัวของทั้งฤกษ์และพิมาลาเต็มเปี่ยม ฤทธิ์สอนฤกษ์ให้เป็นสามีที่ดี หน้าที่นี้ใหญ่มาก เมื่อเราตัดสินใจจะแต่งงานดูแลผู้หญิงแล้วต้องมั่นใจว่าเราพร้อมที่จะเสียสละและซื่อสัตย์กับเขาเพียงคนเดียว อย่าคิดว่าเขาเป็นของตาย มีอะไรเข้ามาท้าทาย เราอาจวูบไหวได้

พจน์กับมาลีก็พร่ำสอนพิมาลา ผู้หญิงเวลาแต่งงาน สำคัญอยู่ที่สามอย่าง คือสามี ลูกและญาติของสามี ใครได้ดีครบสามอย่างถือว่าประเสริฐและต้องรักษาไว้ทะนุถนอมไว้เท่าชีวิตของเรา...มาลีลูบหัวพิมาลาบอกลูกทำหน้าที่ลูกได้ดี ต่อไปต้องเพิ่มหน้าที่เมีย ต้องเป็นเมียที่ดี เป็นแม่ที่ดี ถ้าเราดีสามีก็จะเกรงใจ จำไว้...เมียดีสามีเคารพ ฤทธิ์เองก็บอกฤกษ์ว่า สามีดี ภรรยาก็มีความสุข จำไว้ภรรยาคือภาพสะท้อนของสามี

รุ่งเช้า ผ่องใสปลื้มใจจุดธูปบอกกล่าววิญญาณของไข่มุกแม่ของฤกษ์ ว่าฤกษ์กำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ดีอย่างพิมาลา...เสียงโห่...ฮิ้วดังขึ้น ฤทธิ์มาตามผ่องใสออกไปร่วมวงเพื่อเคลื่อนขบวนไปบ้านพิมาลา

มาลัยวรรณ หมี่ พิซซี่และแมนร่วมกันกั้นประตูอย่างสนุกสนาน พิมาลาอยู่ในชุดไทยสวยงาม นั่งรออยู่ในห้องด้วยใจตื่นเต้น

ในขณะที่ใจเริงแต่งชุดไทยร่วมสมัยค่อนไปทางเซ็กซี่ ใส่ทองเพชรเต็มตัวเตรียมออกจากบ้าน เทิดพันธ์เดินหน้าเครียดเข้ามาปาบิลค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลลงตรงหน้าเธอ บอกตนไม่มีจ่าย ใจเริงโวยเขาไม่จ่ายแล้วใครจะจ่าย เขาตอกกลับโดยที่ใจเริงเถียงไม่ทัน

“ใครเป็นลูกก็จ่ายเองสิ อย่าบอกนะว่าไม่มีเงิน เมื่อวานซื้อเครื่องเพชรสามแสน เอาไปขายเลย ถ้าไม่พอก็ขนกระเป๋าแบรนด์เนมไปเปิดท้ายขายด้วย ทั้งตู้นั่นน่ะไม่รู้กี่ล้าน”

ใจเริงตะโกนกลับว่าไม่ขายแล้วเอาบิลปาใส่หน้าเทิดพันธ์ เขาทั้งเจ็บและแค้นพยายามยั้งอารมณ์ไว้ ใจเริงยังโวยอีกว่า ตอนขอตนมาเป็นเมีย รับปากกับพ่อแม่ตนว่าจะดูแลตนอย่างดี ดูแลยันพ่อแม่ ตอนนี้แม่ตนไม่สบาย เขาเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า เทิดพันธ์สวนทันควัน

“ตอนพี่มีพี่ก็ดูแล แม่จะเอาอะไรพี่ก็จัดให้ทุกอย่าง เล่นไพ่หมดเงินเป็นแสนๆ พี่ก็ตามใช้คืนให้ แต่ตอนนี้พี่กำลังแย่ คอนโดขายไม่ออก เงินจมตั้งเป็นพันล้าน แถมลูกสาวแม่ยังมาถลุงเงินไม่บันยะบันยัง รวยแค่ไหนก็ไม่ดูแลโว้ย!”

ใจเริงสะดุ้งที่เขาขึ้นวะโว้ย เทิดพันธ์ยิ่งแค้นใจตวาด “ไม่ต้องมาทำเยื่อหูบาง ทีตัวเองทั้งจิกทั้งด่า ดูถูกคนอื่นทำไมพูดได้ เคยเห็นหัวใครบ้าง ไม่เคย...ชีวิตมีแต่ตัวกู ตัวกู! ตัวกู!”

ใจเริงโกรธฟาดฝ่ามือลงบนหน้าเขาอย่างแรง เทิดพันธ์กำหมัดแน่นโกรธจนตัวสั่น ชกเปรี้ยงผ่านหน้าเธอไปที่ตู้ข้างๆ เข่นเขี้ยวว่า คราวนี้ไม่โดนหน้า แต่คราวหน้าไม่แน่...ใจเริงตกใจจ้องหน้าเขาอย่างท้าทาย เทิดพันธ์เดินไปเปิดตู้รวบกระเป๋าแบรนด์เนมหรูออกมากองบอกให้เอาไปขายมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง พูดจบก็เดินโกรธออกไป ใจเริงกรีดร้องอย่างขัดใจสุดๆ

ooooooo

กว่าขบวนขันหมากจะผ่านประตูเงินประตูทองมาได้ พิมาลาตื่นเต้นอยู่ในห้อง ทันใดใจเริงโทร.มาร้องห่มร้องไห้บอกว่าเทิดพันธ์เลวมากจะทำร้ายเธอ มาลัยวรรณเข้ามาตามให้ออกไป แต่พิมาลายังปลอบใจเริงอยู่ หมี่เข้ามาตามอีกคน มาลัยวรรณจึงดึงโทรศัพท์มาคุยเอง

“พี่เริงคะ ตอนนี้พี่พิมกำลังอยู่ในพิธีแต่งงานนะคะ งานแต่งครั้งเดียวของชีวิต ไม่ใช่เวลาเป็นที่ปรึกษาใคร เอาไว้เสร็จงานแล้วพี่เริงค่อยโทร.มา เข้าใจนะคะ ขอบคุณค่ะ”

ใจเริงช็อกแต่กรี๊ดไม่ทันเพราะถูกตัดสายไปก่อน ...ทั้งหมี่และมาลัยวรรณบอกพิมาลาว่า ตอนนี้ต้องสนใจแต่เจ้าบ่าวคนเดียว ไม่ใช่เวลาปลอบใจใคร...ด้านใจเริงตั้งสติได้ร้องกรี๊ดๆด้วยความโกรธ ความคิดบางอย่างผุดขึ้น เธอเอาหลังกระแทกขอบประตูอย่างแรงให้เกิดรอยช้ำ

เมื่อพิมาลาเดินมานั่งข้างๆ ฤกษ์ตะลึงกับความสวยสง่าของเธอ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างปลาบปลื้ม พิธีสวมแหวนผ่านไปด้วยดี...เปรมซึ่งแอบมองหมี่และหาโอกาสหยอดลูกจีบตลอดเวลา แต่เธอดักคอได้ทุกที เปรมเศร้าเปรยคำตัดพ้อ

“แอบชอบคืองานหลัก แอบรักคืองานรอง แอบมองคืองานอดิเรก แต่...ถูกปฏิเสธคืองานประจำ” ทำเอาพิซซี่กับแมนวี้ดวิ้วชอบใจกับคำคมนั้น

เจ้าบ่าวเจ้าสาวจูงมือกันดูแลกันอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ทันใดเสียงรถสปอร์ตของใจเริงแล่นมาจอด เธอลงจากรถในชุดไทยสไบทองสวยเด่น พิมาลายิ้มยินดีที่เพื่อนรักมา ใจเริงเข้ามาจับมือฤกษ์อวยพร เขาดึงมือออกราวรังเกียจแล้วบอกพิมาลาจะไปรอที่โต๊ะเปรม ใจเริงมองอย่างเคืองๆ

พิมาลาจูงมือใจเริงตามมาเพื่อจะถ่ายรูปร่วมกับกลุ่มหมี่และเปรม แต่ฤกษ์ปัดว่าไม่มีเวลา อ้างได้เวลารดน้ำแล้ว ใจเริงแกล้งว่าฤกษ์ทำเป็นงอนที่ตนมาช้าจึงไม่ยอมถ่ายรูปด้วย ฤกษ์สวนทันควัน ว่าเธอจะมาช้ามาเร็วหรือไม่มาเลยตนก็ไม่แคร์ ใจเริงชักสีหน้าจะเหวี่ยงวีน มาลัยวรรณเข้ามาขัดจังหวะพอดี บอกแม่ให้มาตามบ่าวสาวไปเตรียมรดน้ำ ฤกษ์รีบดึงพิมาลาไปทันที ใจเริงเดือดปุดๆ แต่พอเห็นสีหน้าคนอื่นที่มองอยู่ก็เปลี่ยนท่าทีชวนไปรดน้ำก่อนค่อยออกมาถ่ายรูป

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 3 วันที่ 3 ส.ค.60

ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน
ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง เพลิงบุญ กำกับการแสดงโดย ประเสริฐ ประศาสน์
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพลิงบุญ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ