อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 4 วันที่ 6 ส.ค.60

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 4 วันที่ 6 ส.ค.60

ไม่ทันจะพิมพ์ตอบ ฤกษ์ตามมาดึงมือถือเธอ ไปเก็บใส่กล่องปิดฝา บอกหมดเวลาสำหรับคนอื่นตอนนี้ต้องทำหน้าที่เมียอย่างเดียว แล้วดึงเธอกลับไปนอน

ใจเริงเห็นว่าพิมาลาอ่านข้อความแล้วแต่แปลกใจทำไมไม่ตอบ เริ่มหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ พอดีมีเสียงออดหน้าบ้าน ใจเริงออกมาเปิดประตู ต้องตกใจเมื่อเป็นเจ้าหน้าที่มาแจ้งจะยึดบ้าน เธอโวยวายไม่ยอม จะบอกให้เทิดพันธ์ไปชำระหนี้

ด้วยความร้อนใจ ใจเริงโทร.ไปที่บริษัท สุพรรญารับสายแล้วบอกว่าเทิดพันธ์ออกไปประชุมข้างนอก ใจเริงจึงสั่งว่าถ้าเขากลับมาให้บอกว่าตนกำลังไปหา อย่าออกไปไหนอีก...สุพรรญารับคำ แต่พอวางสายก็รีบมาบอกเทิดพันธ์ที่เคลียร์งานอยู่ในห้องทำงาน



ใจเริงขับรถมาถึงหน้าบริษัท เห็นรถเทิดพันธ์จอดที่หน้าตึก สุพรรญาเดินรีบร้อนมาขึ้นรถแล้วเทิดพันธ์ขับออกไป ใจเริงโกรธมากสั่งแล้วให้รอทำไมยังพากันออกไป จึงแอบขับรถตาม...จนมาถึงหน้าบ้านสุพรรญา ใจเริงจอดมองห่างๆ เห็นเทิดพันธ์กับสุพรรญาลงจากรถเดินโอบกอดกันเข้าไปในบ้านก็ตะลึงมือไม้สั่น

อกแทบระเบิดที่โดนสวมเขา ใจเริงปีนรั้วบ้านตามเข้าไป มองผ่านหน้าต่างเห็นทั้งสองพลอดรักกันอย่างถึงพริกถึงขิง เอามือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ด้วยความแค้นใจ

เย็นวันนั้น ฤกษ์กับพิมาลาจะต้องไปทานข้าวที่บ้านพ่อแม่ พิมาลาหามือถือไม่เจอ ใช้โทรศัพท์บ้านโทร.หา จนเจอว่าถูกซ่อนในกล่องเอามากดดู เห็นมิสคอลจากใจเริงหลายสิบ พอจะโทร.กลับเกิดแบตหมด เสียงฤกษ์เร่งให้ไปขึ้นรถ เธอเก็บมือถือใส่กระเป๋าทั้งที่แบตหมด

พอมาถึงบ้าน ฤทธิ์ พจน์ มาลีและมาลัยวรรณรออยู่ก่อนแล้ว ฤทธิ์ชวนพจน์ดื่มเล็กน้อยเพราะเห็นว่าบ้านอยู่ใกล้กันแค่นี้ไม่ได้ขับรถ...พิมาลามาถึงเข้าไปช่วยน้องในครัว มาลัยวรรณมองซ้ายมองขวาไม่มีใครก็รีบบอกข่าวพี่สาวเรื่องใจเริง พิมาลาใจหาย

“เริงเป็นอะไร เมื่อกี๊โทร.มิสคอลตั้งหลายสาย พอดีแบตหมดไม่ได้โทร.กลับ”

“ต้องเรื่องยัยเลขาแน่ๆ ป้านอมเล่าให้วรรณฟัง บอกว่าวันก่อนพี่เริงมากรี๊ดๆที่ออฟฟิศ ไม่รู้ทะเลาะ
อะไรกัน เสียงดังลั่นสนั่นออกมานอกห้อง พอพี่เริงกลับไป ยัยเลขาที่เป็นเมียน้อยเข้าไปปลอบใจคุณเทิดอยู่ตั้งนาน แล้วก็พากันออกไปไหนไม่รู้ ไม่กลับเข้าออฟฟิศ”

พิมาลารู้สึกเป็นห่วงใจเริงมาก ฤกษ์แอบฟังอยู่หน้าประตู รู้สึกสะใจกับชะตากรรมของใจเริง ฟังมาลัยวรรณเล่าต่ออีกว่า “ป้านอมบอกว่าคนในออฟฟิศอกสั่นขวัญแขวนทุกครั้งที่พี่เริงมาบริษัท ถ้าโดนจับได้รับรองว่าออฟฟิศระเบิดแน่...จะว่าไป พี่เริงจะต้องอยู่ในช่วงดวงตกสุดๆ ปีชงรึเปล่าก็ไม่รู้ ทั้งสามีมีเมียน้อย แถมธุรกิจยังเจ๊งไม่เป็นท่า ที่ไม่มาวันแต่งงานพี่พิมอาจจะอาย ไม่กล้าสู้หน้าก็ได้ ตกต่ำแล้วทำใจไม่ได้”

พิมาลาหาว่าอคติ ใจเริงไม่ใช่คนแบบนั้น ฤกษ์ทำทีเดินยิ้มเข้ามาขอเติมข้าวไม่ได้ยินอะไร

ooooooo

เทิดพันธ์กลับมาบ้าน เห็นใจเริงนั่งดื่มไวน์ท่าทางเมาได้ที่ พอเธอเห็นหน้าเขาก็ปาแก้วทิ้ง เทิดพันธ์
เข้าห้ามให้หยุดดื่ม กลับโดนตวาดใส่

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน มือสกปรกเก็บไว้ลูบคลำอีนังเลขาหน้าห้องเถอะ กกกันมานานแค่ไหนแล้วล่ะ ถ้าวันนี้เริงไม่ขับรถตามไปจนเห็นกับตาว่าควงกันเข้าไปในบ้านกลางวันแสกๆ คงเป็นอีโง่โดนสวมเขาไม่รู้ตัว นอกจากจะหมดตัวยังมั่วไม่เลือก เอาได้แม้กระทั่งเลขาหน้าห้อง”

“แทนที่จะว่าแต่คนอื่นย้อนกลับมาดูตัวเองซะบ้าง ถ้าเมียดี ผัวที่ไหนจะอยากมีเมียน้อย!”

ใจเริงตบหน้าเทิดพันธ์ด้วยความโกรธและแค้น “อย่ามาโยนความผิดให้คนอื่น เริงเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว อย่าเอานิสัยเริงมาเป็นข้ออ้างในการมีเมียน้อย ถ้าอีเมียคนนี้มันไม่ดี ก็เลิกไปสิ หย่ากันไปเลยแล้วจะไปมีเมียน้อยกี่คนก็มีไป เริงไม่สน!”

เทิดพันธ์สวนทันควันว่าที่ทำอยู่นี่เรียกว่าหึงใจเริงยิ้มหยันโต้กลับว่านี่คือความแค้น แค้นที่เลือกผัวผิด ตนต้องการหย่าเร็วที่สุด เทิดพันธ์เจ็บปวดกับคำพูดของภรรยาอย่างมาก อยากรู้ว่าที่ผ่านมาเคยรักตนบ้างไหม ใจเริงเชิดใส่บอกความรักไม่มีอยู่จริง ท้าให้เซ็นใบหย่าแล้วไปถามหาความรักจากผู้หญิงหน้าโง่ที่อื่น

เทิดพันธ์เจ็บปวดคว้าขวดไวน์มาดื่มดับความกลุ้มเสียเอง

หลายวันผ่านไป ฤกษ์และเปรมคุยรูปแบบรายการใหม่ให้ฤทธิ์ฟัง เพราะได้เวลาดีจากทางช่อง ฤทธิ์ฟังแล้วเห็นว่าถ้าไม่ทำให้งานบริษัทเสียก็ไม่มีปัญหา ฤกษ์รับรองจะดูแลลูกค้าบริษัทไม่ให้ผิดพลาด
รายการใหม่ที่ฤกษ์จะทำคือ “หมอบ้านยุคดิจิตอล” วันนี้มีงานเลี้ยงเปิดตัวรายการ พิมาลายืนยิ้มเคียงข้างฤกษ์ มาลัยวรรณถ่ายภาพเอามาโพสต์ลงสื่อ ทั้งสองดูแลกันและกันอย่างน่าเอ็นดู จนพิซซี่กับแมนแซว พิมาลาแก้ตัวเขินๆว่าช่วงนี้เป็นช่วงเห่อเมียเท่านั้น เปรมหัวเราะหันมาบอกหมี่ว่า ถ้าตนแต่งงานก็คงเป็นแบบนี้ หมี่รีบแสดงความยินดีกับเจ้าสาวของเขา แมนตอกย้ำ

“พี่หมี่ตอบแบบนี้แปลว่า ชาตินี้อย่าหวังว่าจะได้พี่เขามาเป็นเมียน่ะครับ”

“โห...เป็นคำแปลที่รุนแรงมาก โอเคๆ ผมไม่พูดเล่นละ เข้าโหมดจริงจัง คุณหมี่ครับ...คุณสนใจจะมาร่วม...” พิซซี่ดักคอว่าเป็นคำติดเรตหรือเปล่า เปรมร้อง “เฮ้ย! ไม่ใช่แบบนั้น ฟังให้จบก่อน...คุณหมี่สนใจจะมาร่วมจัดรายการกับบริษัทผมไหมครับ”

ฤกษ์เห็นหมี่ทำหน้างงจึงอธิบายเองว่ารายการของเธอเป็นแบบตอบคำถามแก้ปัญหาเหมือนกับรายการตน จึงจะยกช่วงเวลาท้ายรายการให้เธอตอบปัญหาชีวิต หมี่ปรึกษาพิมาลา เมื่อเห็นด้วยก็ยินดี ดูท่าเปรมจะดีใจกว่าใคร

หลายวันผ่านไปฤกษ์เซ็นสัญญารับงานสร้างโรงแรมหรู ฐานะร่ำรวยขึ้น ต่างกับใจเริงที่จดทะเบียนหย่ากับเทิดพันธ์ เธอไม่มีท่าทีอาลัยอาวรณ์สักนิด

แม้เทิดพันธ์จะสิ้นเนื้อประดาตัว เขายังมีน้ำใจจัดเลี้ยงฉลองให้ลูกค้าและพนักงานเป็นการอำลาปิดบริษัท มาลัยวรรณกับป้านอมรับหน้าที่จัดอาหารซึ่งสุพรรญาเลือกเป็นอาหารว่าง

สุพรรญาขึ้นกล่าวคำอำลาบนเวที เธอเรียกแทนตัวว่าพรรญา มาลัยวรรณได้ยินแล้วขำกลัวคนจะไม่รู้หรือว่าตัวเองเป็นภรรยาน้อย...สุพรรญาให้เจ้าหน้าที่เปิดคลิปวันชื่นคืนสุขที่ทุกคนได้ร่วมงานกันมา แต่พอภาพปรากฏบนจอ เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้น สุพรรญาหันมองแล้วต้องตกตะลึงเพราะเป็นภาพเธอกับเทิดพันธ์กำลังโรมรันพันตูกันอย่างถึงพริกถึงขิง เธอตะโกนลั่นให้ปิด...เสียงใจเริงดังขัดขึ้นว่าไม่ให้ปิด ไม่อย่างนั้นจะเอาคลิปนี้ไปประจานลงยูทูบ

“คุณเริง พรรญาผิดไปแล้วค่ะ ขอความกรุณาปิดเถอะนะคะ พรรญาอายเขาค่ะ”

“อ้อ ทีตอนนี้ล่ะอาย แต่ตอนที่เขมือบผัวตัวเป็นๆ ของฉันไว้ย่อยเล่น ไม่ยักอาย มานี่เลยนังสัญชาติงูเหลือม” ใจเริงกระชากสุพรรญาเหวี่ยงล้มกลางห้อง

มาลัยวรรณถ่ายคลิปไว้ทั้งหมด คนในงานก็ถ่ายรูปกันใหญ่ ใจเริงประกาศว่าที่บริษัทเจ๊งเพราะเลขาหน้าด้านเล่นชู้กับสามีตน...เทิดพันธ์เดินเข้ามาโกรธจัดกระชากปลั๊กไฟออกจอดับ แล้วตะโกนลั่นว่า ถ้าใครเอารูปไปเผยแพร่ ตนจะฟ้องให้หมด เพราะนี่เป็นเรื่องในครอบครัว

“ฮ่ะๆๆ ยังมีหน้าใช้คำว่าครอบครัว ลืมแล้วเหรอคะคุณเทิดว่าเราหย่ากันแล้ว”

ทุกคนฮือฮากับข่าวใหม่รวมทั้งมาลัยวรรณที่แอบหลังป้านอมกลัวใจเริงเห็น เทิดพันธ์ถามใจเริงทำแบบนี้เพื่ออะไร เธอเยาะว่าเป็นของขวัญที่ถูกสวมเขามานาน เทิดพันธ์ตอกกลับ

“งั้นก็จำไว้เป็นของขวัญเหมือนกัน ถ้าผมไม่ได้เมียเลวๆอย่างคุณ ผมคงไม่คิดนอกใจ เมียน้อยอย่างสุพรรญาเขายังมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีมากกว่าเมียหลวงชั้นสวะอย่างคุณ มันเทียบกันไม่ติด”

ใจเริงโกรธถลาเข้าตบหน้าเทิดพันธ์ ไม่คาดคิดว่าคราวนี้เทิดพันธ์ตบกลับจนร่างใจเริงหมุนคว้างล้มลง และยังสั่งลูกน้องเอาตัวเธอออกไป ใจเริงกรีดร้องด้วยความแค้นลั่น...เทิดพันธ์ขอโทษและขอจบงานเลี้ยงเพียงแค่นี้ สุพรรญาร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินตามเทิดพันธ์ออกไป

ooooooo

มาลัยวรรณเอาคลิปที่แอบอัดมาเปิดให้ฤกษ์กับพิมาลาดู ฤกษ์ยิ้มหยันว่าคนไม่เคยรักใคร รักแต่ตัวเอง ไปที่ไหนก็มีแต่หายนะที่นั่น พิมาลาหน้าเสียเป็นห่วงเพื่อนรักจับใจ ฤกษ์บอกพิมาลาว่า เห็นคลิปนี้แล้วทำให้ตนรักเธอมากขึ้น ตนโล่งอกที่ไม่มีชีวิตอย่างเทิดพันธ์

“บอกก่อน รักพิมเพิ่มขึ้นเพราะอะไร” พิมาลาข้องใจ

“เพราะเห็นค่าความรักของเราน่ะสิ คนที่ทำร้ายกันแบบนั้น เขาคงไม่ได้รักกันจริง ผิดกับคู่เรา” ฤกษ์โอบกอดพิมาลา มาลัยวรรณแอบวี้ดวิ้วแล้วฉากหลบออกมาหัวเราะคิกคัก

หลายวันที่ผ่านมา ชีวิตแต่ละคนแปรผัน ฤกษ์ดูแลงานก่อสร้างอาคารใหญ่โต มีชื่อเสียง ขึ้นปกแมกกาซีนคู่กับพิมาลาหลายฉบับ แม้แต่บ้านก็มีนิตยสารมาขอถ่ายรูปสัมภาษณ์ถึงการตกแต่งที่ดูเรียบหรู...ต่างกับ
เทิดพันธ์ยืนมองออฟฟิศที่ร้างว่างเปล่า หน้าประตูติดป้ายขาย ส่วนใจเริงลากกระเป๋าออกจากบ้าน เดินเชิดหน้าผ่านเทิดพันธ์ไปอย่างไม่ไยดี ย้ายมาเช่าอพาร์ตเมนต์หรูราคาหลายหมื่นอยู่โดยไม่สนใจว่าจะมีจ่ายได้กี่เดือน

ใจเริงโทร.นัดพิมาลาทานข้าวเย็น เล่าถึงสาเหตุที่หย่ากับเทิดพันธ์ให้ฟัง เสียใจที่เลือกคนผิด พิมาลาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปลอบใจว่า การแต่งงานเหมือนซื้อหวย ไม่มีใครรู้ว่าจะถูกรางวัลหรือถูกกิน แต่เราต้องพร้อม รับความเสี่ยงนั้น ใจเริงอดอิจฉาไม่ได้ เหน็บเล็กๆ

“แต่พิมคงถูกรางวัลที่หนึ่ง พี่ฤกษ์ดูรักพิมจะตายสร้างฐานะซะอย่างดีเอาอกเอาใจสารพัด แบบนี้เรียกว่ารางวัลที่หนึ่งยกชุด...พูดถึงพี่ฤกษ์ ต้องขอโทษอีกทีที่เราไม่ได้ไปงานแต่ง ตอนนั้นภาวะจิตใจไม่พร้อมจริงๆ เราไม่อยากเจอใคร เปลี่ยนทั้งมือถือย้ายที่อยู่พร้อมแล้วถึงได้ติดต่อน่ะ”

พิมาลาไม่ถือสาห่วงแต่ว่าเพื่อนจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไป...กลับมาบ้านพิมาลาปรึกษาฤกษ์อยากหางานให้ใจเริงทำ ฤกษ์รู้นิสัยใจเริงดีว่าไม่สามารถทำงานอะไรได้ นอกจากหาสามีใหม่ไว้ผลาญ คอยดูว่าผู้ชายคนไหนจะดวงซวยเป็นรายต่อไป พิมาลาไม่อยากให้สามีทับถมใจเริง ฤกษ์จี๊ดในใจบอกภรรยาว่า ใจเริงต่างหากที่ทำคนอื่น ทั้งทับทั้งถมทั้งเหยียบซ้ำ แล้วเตือน

“พิมเองก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปเห็นอกเห็นใจอะไรเขามาก คนอย่างใจเริงไม่มีวันอดตายหรอก อีกไม่นานคงจะหาที่เกาะใหม่ได้ พิมยิ่งใจอ่อนเขาจะยิ่งได้ใจ ยิ่งตามใจก็ยิ่งเหลิง พอโดนขัดใจก็จะเอาชนะ คนแบบนี้ควรอยู่ให้ห่างที่สุด รู้หรือเปล่า”

พิมาลารับคำแค่ไม่อยากมีปัญหากับสามี...

วันต่อมาก็ยังมาช่วยทำความสะอาดจัดห้องให้ใจเริงจนเอี่ยมอ่อง พิมาลาเป็นห่วงไม่ได้ทำงานน่าจะอยู่ที่ราคา ถูกกว่านี้ ใจเริงทนไม่ได้เพราะเคยอยู่แต่บ้านใหญ่ๆ บ่นว่าเอากระเป๋าแบรนด์เนมไปขายมาเป็นค่าเช่าหลายใบแล้ว เธออ้อนขอทำงานด้วย แม้เงินเดือนน้อยก็ยังดีกว่าไปทำกับคนที่ไม่รู้จัก พิมาลาอึกอักตัดสินใจเองไม่ได้

พอมาทำงานพิมาลาปรึกษาหมี่ หมี่คิดว่าอย่างใจเริงน่าไปทำบริษัททัวร์ของญาติตน...รุ่งขึ้นพิมาลาพาใจเริงไปที่บริษัททัวร์เถ้าแก่เนี้ย ใจเริงแต่งตัวหรูแต่พอเห็นสถานที่ก็เบ้หน้า

“บริษัททัวร์ไหว้เจ้าเนี่ยนะ พิมจะให้เริงมาทำงานแบบนี้จริงเหรอ”

“พี่หมี่บอกว่า บริษัทญาติเขาอาจจะดูไม่ทันสมัยอะไร แต่ลูกค้ามีแต่พวกคนรวย เจ้าของกิจการไฮซ้อ ไฮซิ้มทั้งนั้น เริงน่าจะเข้ากับลูกค้าได้ดี”

ใจเริงดูถูกว่าอาซิ้มอาแปะมีเงินก็ไม่ได้แปลว่ามีรสนิยม พิมาลาปลอบให้ลองทำก่อนอย่าเพิ่งอคติ ใจเริงหน้าหงิกหน้างอเดินตามแรงดึงของพิมาลา

ด้านเทิดพันธ์ ความล้มเหลวทำให้เขาหมดอาลัย ตายอยาก ปล่อยตัวหนวดเคราขึ้นครึ้ม นอนอยู่บ้าน
สุพรรญา ไม่ยอมออกไปไหนไม่คิดจะเริ่มทำอะไรใหม่ สุพรรญาเห็นใจพยายามชวนออกไปเปิดหูเปิดตา แต่เขากลับบอกว่า ออกไปไหนก็ต้องใช้เงิน เงินเขาเหลือน้อยเต็มทน

“งั้นญาจะออกไปหาซื้อของมาให้คุณทานนะคะ ว่าจะนัดคุยกับเพื่อนๆด้วย เผื่อจะมีคนแนะนำงานให้ได้ ถ้าคุณอยากได้อะไรเพิ่ม โทร.บอกญาได้เลยนะคะ ที่ผ่านมาคุณดูแลญามาอย่างดี ตอนนี้ถึงเวลาที่ญาต้องดูแลคุณบ้าง ไม่ต้องเกรงใจนะคะ” พูดจบสุพรรญาเดินออกไป

เทิดพันธ์ลืมตามองน้ำตาคลออย่างอ่อนแรง

ooooooo

วันแรกที่พิมาลากับหมี่อัดรายการหมอบ้านยุคดิจิตอลของฤกษ์กับเปรม พิมาลาตื่นเต้นจนลืมบท ฤกษ์ปลอบว่าไม่เป็นไร ครั้งแรกที่ตนดำเนินรายการก็พูดไม่ออก มาลัยวรรณโพล่งขึ้นว่าจำได้ ครั้งนั้นใจเริงกระซิบบอกบท...พูดได้แค่นั้นก็ชะงักนึกได้ว่าไม่ควรพูดชื่อนี้

เปรมรีบแก้สถานการณ์ด้วยการหยอดมุกจีบหมี่ แต่ก็โดนเธอหักมุมจนเขาไปต่อไม่ถูก

“โธ่...ผมกำลังบอกว่าที่ที่คุณหมี่ควรอยู่ คืออยู่หน้ากล้องมากกว่าหลังกล้องหรือหลังไมค์ มาอยู่หน้ากล้องเป็นส่วนหนึ่งของผมเถอะนะครับ”

“ส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ...ใช่มะ” หมี่ดักคอ

“อย่าเร่งรัดสิครับ ผมหมายถึง...ส่วนหนึ่งในรายการของผมต่างหาก” เปรมพูดอายๆ

มาลัยวรรณเห็นด้วย หมี่จึงบอกว่าถ้าเห็นพ้องกันอย่างนั้นก็เซ็นสัญญาเลย เปรมหยอดทันทีว่าสัญญางานหรือสัญญาใจ หมี่ตัดบทให้พอ อย่าทำให้ตนรู้สึกปวดหน่วงๆเหมือนอะไรถ่วงในกระเพาะ เปรมหน้าเจื่อน ฤกษ์ตบไหล่ปลอบใจ เปรมโอดโอย

“โธ่...คุณหมี่ครับ ถ้าไม่ชอบอย่าเพิ่งปฏิเสธ ถ้าไม่ทุเรศอย่าเพิ่งกดบล็อก”

ทุกคนโห่มุกจีบสาวของเปรม พิมาลาพลอยขำไปด้วย ฤกษ์แอบดึงมาลัยวรรณออกมาคุย เธอคิดว่าเขาจะต่อว่าที่หลุดปากชื่อใจเริง ฤกษ์ทำหน้าดุทำนองรู้ว่าทำผิดต้องชดใช้

“โกรธจริงๆเหรอเนี่ย แล้วจะให้วรรณชดใช้ยังไง”

“เราต้องแนะนำยี่ห้อกระเป๋าผู้หญิงให้พี่”

มาลัยวรรณงงว่าเขาอารมณ์ไหน ฤกษ์บอกว่าอยากซื้อของแพงๆหรูๆแบบให้คนเห็นแล้วอิจฉาให้พิมาลา แต่ซื้อไม่เป็น มาลัยวรรณยิ้มออกรู้แก่ใจว่าเขาต้องการให้ใครอิจฉา

พอฤกษ์รู้ชื่อยี่ห้อกระเป๋าและแบบที่เข้ามาใหม่ราคาหลายแสน ก็ใช้บัตรเครดิตระดับแบล็กการ์ดรูดซื้ออย่างสมใจ แล้วนำไปให้พิมาลาเมื่อกลับถึงบ้าน...พิมาลาแปลกใจให้เนื่องในโอกาสอะไร ฤกษ์บอกว่าโอกาสที่อยากให้ และบังคับให้เธอใช้ทุกวัน พิมาลารู้สึกเสียดายเงิน

“นี่...สามีพิมหาเงินได้เดือนนึงหลายแสน ไม่ใช่สถาปนิกต๊อกต๋อยเหมือนเมื่อก่อน ซื้อของให้เมียแค่นี้ ขนหน้าแข้งไม่ร่วง”

“อ่ะจ้ะ ไม่ร่วงก็ดีแล้ว แต่ไม่ต้องซื้อให้อีกแล้วนะ ใบเดียวพอ” พิมาลากำชับ

ฤกษ์รับคำแล้วทวงคำขอบคุณด้วยการอุ้มเธอขึ้นเตียง พิมาลาขำความทะลึ่งตึงตังของสามีแต่ก็มีความสุข เสียงหัวเราะดังอบอวลไปทั้งบ้าน

ooooooo

ใจเริงนำกระเป๋าแบรนด์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นมาขายที่ร้านกระเป๋ามือสอง ถูกกดราคาได้แค่ห้าหมื่นบาท เธอต้องยอมรับและนำเงินมาจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ มีเงินเหลือทอนเพียงสองร้อยบาท แถมยังค้างค่าเช่าอีกสองเดือน เจ้าหน้าที่ให้เวลาแค่อาทิตย์หน้าเท่านั้น

เดินออกมาจากห้องธุรการ ไม่ทันไรก็มีเจ้าหน้าที่จากไฟแนนซ์มาทวงค่างวดรถ เธออับอายคนแถวนั้นมากบอกปัดว่ากำลังยุ่งให้โทร.มาคุยทีหลัง แล้วเดินหนี เจ้าหน้าที่จึงตะโกนไล่หลังว่า ถ้าเดือนนี้ไม่จ่ายจะต้องขอยึดรถ ใจเริงแทบแทรกแผ่นดินหนีด้วยความอาย

หลายวันต่อมา พิมาลานั่งอยู่ในร้านกาแฟหรูข้างออฟฟิศ ใจเริงเดินเข้ามากระแทกตัวนั่งบ่นเรื่องที่ประสบมา ปรายตามองกระเป๋าและมือถือของเพื่อนด้วยความอิจฉา พิมาลาปลอบว่าสถานการณ์แบบนี้ใจเริงต้องปรับตัว รถแพงๆค่าน้ำมันค่าดูแลก็สูง ควรขายแล้วมาใช้รถญี่ปุ่นเล็กๆแทน ห้องพักก็ลดขนาดให้เล็กลงราคาย่อมเยา ใจเริงจิกตาใส่

“เราก็อยากปรับตัวนะพิม แต่คนมันเคยเป็นแบบนี้ มาตั้งแต่เด็ก อยู่ๆจะให้เปลี่ยนแบบพลิกฝ่ามือมันไม่ใช่ง่ายๆ ต้องโทษคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงเราสปอยล์เกินไป”

“อ้าว...ไปว่าคุณพ่อคุณแม่ได้ยังไง บาปกรรม”

“แล้วที่เขาเลี้ยงเรามาให้เป็นแบบนี้ มันก็เวรกรรมของเราเหมือนกัน ไหนๆจะมีกรรมแล้ว เพิ่มอีกสักข้อสองข้อจะเป็นไรไป”

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 4 วันที่ 6 ส.ค.60

ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน
ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง เพลิงบุญ กำกับการแสดงโดย ประเสริฐ ประศาสน์
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพลิงบุญ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ