อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 6 วันที่ 12 ส.ค.60

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 6 วันที่ 12 ส.ค.60

ฤกษ์แปลกใจนิดๆ...พิมาลาลงมาที่ครัวไม่เห็นใครก็โล่งใจ รินน้ำใส่แก้ว แล้วหันมาต้องตกใจเพราะเจอใจเริงยืนอยู่ในชุดเซ็กซี่อย่างที่มาลัยวรรณบอก ใจเริงยิ้มกวนๆบ่น

“พยายามจะนอนแต่นอนไม่หลับ ตอนนี้ไม่รู้เป็นอะไร ชอบหิวตอนดึกๆ สงสัยตอนเย็นจะกินน้อยไปหน่อย แล้วพิมเป็นไง ไปกินข้าวบ้านโน้น อบอุ่นพร้อมหน้าแฮปปี้ดีล่ะสิ”

“ก็ดี แล้วเริงล่ะได้ดูหนังรึเปล่า”



ใจเริงหน้างอบอกไม่ดูคนเดียว เหงา พิมาลารู้สึกผิด พูดเอาใจวันหลังจะไปดูเป็นเพื่อน ใจเริงบอกเธอไม่ผิด ทันใดเสียงฤกษ์ร้องถามทำอะไรอยู่ ใจเริงเบ้หน้าพยักพเยิดว่าคนนั้นต่างหากที่ผิด พิมาลากลัวฤกษ์จะลงมาเห็นใจเริงในชุดเซ็กซี่ รีบตอบไปว่ากำลังจะขึ้นไป แล้วถือแก้วน้ำ ก้าวเดิน จังหวะนั้นใจเริงเอื้อมหยิบลูกแอปเปิ้ลจึงชนเข้ากับพิมาลา น้ำในแก้วหกราดตัว ทั้งสองร้องว้าย! พร้อมกัน ฤกษ์ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นรีบวิ่งลงมา

ชุดใจเริงเมื่อเปียกน้ำยิ่งดูวาบหวิวมากขึ้น เธอยืนท้าทายสายตาฤกษ์อย่างมาก พิมาลาหน้าเสียรีบหยิบขวดน้ำไปทั้งขวด แล้วดึงทิชชูส่งให้ใจเริงก่อนจะเดินไปชวนฤกษ์กลับขึ้นห้อง ฤกษ์เมินใส่ใจเริงราวไม่มีตัวตน ใจเริงหลิ่วตามั่นใจว่าเขาต้องรู้สึกกับตนบ้าง

ท่าทีพิมาลาทำให้ฤกษ์ถาม “พิม คิดอะไรอยู่ ที่คุณไม่ให้ผมลงไปเพราะรู้ว่าเขาจะอยู่ในชุดแบบนั้นใช่ไหม” พิมาลาหลบตาที่คิดไม่ดี ฤกษ์สวมกอดให้ความมั่นใจ “ถ้าคุณไม่ไว้ใจผม คุณให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านทำไม...

ผมรักคุณนะพิม รักในความดี ความอ่อนหวาน อ่อนโยน รักทุกอย่างที่เป็นคุณ ที่ผู้หญิงคนนั้นไม่มี ไม่ว่าเขาจะใส่ชุดอะไรหรือไม่ใส่อะไรเลย ก็ไม่ทำให้ผมรักเขาได้ จำไว้นะพิม ถ่านเก่าๆจากไม้ผุๆมันไม่มีทางลุกโชนขึ้นมาได้ คุณไม่ต้องห่วง”

พิมาลามั่นใจขึ้น ขอโทษฤกษ์ที่คิดมากไปเอง...

ส่วนใจเริงกลับเข้าห้อง ยืนมองเรือนร่างตัวเองในกระจกอย่างพึงพอใจ ยิ้มเหยียดอยากรู้ว่าฤกษ์จะนิ่งได้อีกนานแค่ไหน

ooooooo

รุ่งเช้าใจเริงในชุดอยู่บ้านนั่งทาเล็บในห้องนั่งเล่นอย่างกับเจ้าของบ้าน ทันใดมีกระดาษปึกหนึ่งโยนลงตรงหน้า พร้อมเสียงฤกษ์บอกว่าเป็นรายชื่ออพาร์ตเมนต์ถูกๆ มีทั้งรูปและเบอร์ติดต่อ ใจเริงปรี๊ดว่าทำแบบนี้จะไล่กันหรือ

“บอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยู่ไม่นาน นี่ก็หลายวันแล้วนะแต่ไม่เห็นทำอะไรก็เลยช่วยหาให้”

“ไม่ต้องมาประชด เริงรู้ว่าพี่ฤกษ์รังเกียจเริงไม่อยากให้อยู่ จะบอกให้นะ เริงก็ไม่อยากอยู่เหมือนกัน”

“ไม่อยากอยู่ก็ไปสิ รีบออกไปเลย ใครห้าม!”

“ไปอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันไม่มีเงิน ถ้ามีเงินไปนานแล้ว” ใจเริงตะเบ็งลั่นปากคอสั่น

พิมาลากับแอ๊ดอยู่ในครัวได้ยินก็ตกใจรีบวิ่งออกมา ฤกษ์กำลังพูดใส่หน้าใจเริงว่า เป็นข้ออ้างว่าไม่มีเงิน งานก็มีทำแล้วชี้ไปที่กระเป๋ายาทาเล็บ ซื้อของพวกนี้ได้อย่างไร ใจเริงสวนว่าชีวิตตนอย่ามายุ่ง!ฤกษ์ตอกกลับดุเดือดไม่ไว้หน้า

“ถ้าชีวิตของคุณไม่ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตของผม เข้ามาอยู่ในบ้านของผม มายุ่งกับเมียผม ผมก็ไม่อยากจะยุ่ง...จนกว่าเดิมแต่ใช้ชีวิตเหมือนเดิม เงินมันจะเหลือได้ยังไง”

“เออ!ซ้ำเติมกันเข้าไป อยากเหยียบมานานแล้วนี่ เอาเลยซ้ำมาได้เลย เหยียบมาได้เลย เอาให้ตายต่อหน้าตรงนี้เลยไหมล่ะ จะได้พอใจ” ใจเริงอยากจะร้องกรี๊ดๆ

“ไม่!คุณตายผมก็ไม่พอใจ สิ่งเดียวที่จะทำให้ผมพอใจคือย้ายออกไปโดยเร็วที่สุด จะไปตายที่ไหนก็ไป!”

พิมาลาพยายามปรามทั้งสองคน เสียงใจเริงร้องกรี๊ดสุดเสียง พิมาลาทำอะไรไม่ถูก ฤกษ์เข้ามาดึงมือพิมาลาและบอกว่าคืนนี้ไปนอนบ้านพ่อ ตนเก็บของไว้แล้ว พิมาลาละล้าละลังเป็นห่วงใจเริง แต่ทานแรงจูงของฤกษ์ไม่ไหว ใจเริงโกรธสุดๆปาดข้าวของแถวนั้นลงพื้นอย่างแรง

“พิม ขึ้นรถ เพื่อนคุณเขาไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าคำพูดผมทำให้เจ็บได้จริง เขาไม่ทนอยู่มาได้ขนาดนี้” ฤกษ์ดันพิมาลาเข้ารถ แล้วเดินไปนั่งด้านคนขับ

พิมาลาอดไม่ได้ เปิดหน้าต่างมาฝากแอ๊ดให้ดูแลใจเริงด้วย แอ๊ดหน้าเสียจะโดนกรี๊ดใส่หน้าหรือเอามีดปักหลังไหม...ใจเริงหยุดกรี๊ดนั่งลงกัดปาก กำมือแน่นตาขวางด้วยความแค้นใจ

แอ๊ดโทร.รายงานผ่องใสในทันที ผ่องใสยิ้มสะใจหวังว่าใจเริงคงจะเก็บของออกจากบ้านเสียที เสียงรถฤกษ์มาถึงจึงรีบวางสายไปรอรับ

บรรยากาศตลอดทางดูอึดอัดมาก พิมาลาตัดสินใจถามฤกษ์ตรงๆว่าทำไมเขาต้องพูดแรงๆกับใจเริง ฤกษ์บอกไม่เคยพูดดีด้วย ยิ่งทำตัวแบบนี้ยิ่งไม่อยากพูดดีด้วย

“พิมถามตรงๆนะคะ ถ้าสมมติคนที่เดือดร้อนไม่ใช่เริง แต่เป็นพี่หมี่แล้วพิมให้เขามาอยู่ที่บ้าน พี่ฤกษ์จะเป็นแบบนี้ไหมคะ” ฤกษ์ส่ายหน้าบอกหมี่ไม่ใช่ใจเริง “แล้วถ้าเริงเขาไม่ได้เป็นแฟนเก่าพี่ฤกษ์ พี่ฤกษ์จะเป็นแบบนี้ไหมคะ”

“พิมถามแบบนี้ทำไม ผมบอกแล้วไง ว่าผมกับเขา มันจบไปแล้ว”

“ถ้าจบไปแล้วก็ไม่เห็นต้องโกรธ หรือเกลียดแบบนี้ก็ได้นี่คะ มองเริงเขาเป็นแค่เพื่อนของพิม เพื่อนที่เดือดร้อนและขอมาอาศัยอยู่ด้วยแค่ไม่นาน ไม่ใช่แฟนเก่าที่เคยทำร้ายจิตใจ...เปลี่ยนมุมมองแค่นี้ พี่ฤกษ์ทำได้ไหมคะ” เห็นฤกษ์อึ้งพูดไม่ออก พิมาลาตัดบทบอกเย็นนี้จะทานข้าวบ้านพ่อแม่ ว่าแล้วก็เปิดประตูลงจากรถไปอย่างโกรธๆ

ฤกษ์หงุดหงิดพยายามรั้งไว้แต่เธอไม่ยอมหยุด...

ในใจพิมาลาสับสนอย่างบอกไม่ถูก มาลีฟังเรื่องราวแล้วให้แง่คิด

“เป็นผัวเมียกันอย่าขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆขึ้นมาพูดตอกย้ำ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย”

พิมาลายอมรับว่าทำไม่ถูกแต่อดไม่ได้จริงๆ มาลัย-วรรณเห็นว่าดีแล้วที่พี่สาวพูดแรงๆกับฤกษ์บ้าง เพื่อเตือนสติให้เขาระวังตัว มาลีเอ็ดว่ากำลังอบรมอย่าแทรกขึ้นมา แล้วหาว่าลูกคนเล็กนิสัยเสียเพราะพ่อตามใจ พจน์ร้องอ้าว...แล้วว่าอย่าไปฟังน้อง แฟนสักคนยังไม่เคยมี

“...แม่เขาพูดถูก ฤกษ์จะพูดแบบนั้นกับใจเริงก็ไม่ต้องไปคัดค้านจนต้องทะเลาะกัน แต่ต้องมาแก้ปัญหาให้ถูกจุด ต้นเหตุคือเพื่อนของเรา ก็ต้องไปแก้ที่ตรงนั้น ไม่ใช่มาหาเหตุผลให้ฤกษ์ต้องทำสิ่งที่เขาไม่อยากทำ”

“ใช่...คนที่จะต้องละอายใจคือใจเริง ไม่ใช่ฤกษ์ เพราะฉะนั้นพิมไม่ต้องไปพูดทำให้ฤกษ์รู้สึกผิด เพราะเขาไม่ผิด”

“อันนี้วรรณเห็นด้วยกับแม่ พี่เริงโดนพูดตรงๆตีแสกหน้าแบบนั้นบ้างก็ดี เผื่อจะคิดได้รีบๆเก็บของออกไปซะ พี่เริงไป...ปัญหาจบ แฮปปี้เอนดิ้ง”

พ่อกับแม่พยักหน้า พิมาลาเครียดรู้แล้วว่าตัวเองผิดกับฤกษ์มาก...ขณะเดียวกัน ใจเริงโมโหอาละวาดเหวี่ยงข้าวของในห้องนอนตัวเอง แอ๊ดสอดกระดาษโน้ตเข้ามาใต้ประตู

ข้อความว่า “แอ๊ดออกไปตลาดนะคะ ถ้าคุณเริงจะเก็บของย้ายออกไปจากบ้าน ไม่ต้องห่วงนะคะออกไปได้เลย แอ๊ดมีกุญแจ”

ใจเริงกรี๊ดฉีกกระดาษปาทิ้งเข่นเขี้ยว “พิมเลี้ยงคนแบบนี้ไว้ได้ยังไง ถ้าฉันเป็นเจ้าของบ้าน ฉันจะไล่แกออกอีแอ๊ด...อีคนใช้โลกที่สาม! ฉันจะต้องเป็นเจ้าของบ้านนี้ให้ได้”

ใจเริงแค้นใจเข้ามาในห้องนอนฤกษ์กับพิมาลา มองรูปแต่งงานที่ติดฝาผนังอย่างเคียดแค้น เห็นอัลบั้มแต่งงานวางอยู่ก็หยิบมาเปิดดู “ทำเป็นรักกันนัก ถ้าฉันไม่ทิ้งไป อย่าหวังเลยว่าจะได้ ทุกอย่างมันต้องเป็นของฉัน มันต้องเป็นของฉันสิ มันต้องเป็นของฉัน!”

ด้วยความแค้นใจเผลอขยำรูป พลันได้ยินเสียงแอ๊ดร้องเพลงกลับมา ใจเริงรีบดึงรูปที่ยับออกจากอัลบั้ม สอดในแมกกาซีนแล้วถือเดินออกจากห้อง แอ๊ดเห็นใจเริงยังอยู่ก็ปากไวยังไม่ไปอีกหรือ เธอหันขวับมาจ้องหน้า ยิ้มกวนเย้ยว่า ตนไม่ออกไปไหนจนกว่าพิมาลาจะเป็นคนไล่เพราะบ้านนี้เป็นของเธอครึ่งหนึ่ง แล้วแดกดันแอ๊ด เสียใจด้วยที่ยังต้องล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างห้องน้ำให้ตน ช่วยไม่ได้เพราะมันเป็นงานของคนใช้ ถ้าไม่อยากทำก็ลาออกไป

แอ๊ดเหวอไม่ไปแล้วยังจะมาให้ตนลาออก งงกับความหน้าด้านของใจเริงอย่างมาก

ผ่องใสกับฤทธิ์แปลกใจที่พิมาลาไม่มาทานข้าวที่บ้านด้วย ฤกษ์บอกว่าเธอโกรธที่ตนไปด่าเพื่อนเธอ แล้วบ่นอีกว่าตั้งแต่ใจเริงเข้ามาอยู่ในบ้าน เราทะเลาะกันบ่อยมาก...ฤทธิ์ให้แง่คิดว่า เพื่อนเป็นอะไรที่ทำให้สามีภรรยาเลิกกันได้ง่าย ฤกษ์ยืนยันว่าตนไม่ยอมเลิกเพราะใจเริงแน่

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องทำใจ เพราะเขาเป็นเพื่อนกัน จริงอยู่ที่เขาเคยทำไม่ดีกับเรา แต่เขายังไม่เคยทำไม่ดีกับพิม จะให้หนูพิมมาโกรธ เกลียดเหมือนเราก็ไม่ได้...อะไรเราไม่ชอบแต่ภรรยาเราเขาพอใจ บางครั้งเราก็ต้องยอม”

ผ่องใสคันปากทนไม่ไหวแย็บออกไป “แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ยัยใจเริงเริ่มละลานจนหนูพิมไม่พอใจ ตอนนั้นก็จัดชุดใหญ่เลยค่ะ เดี๋ยวน้าช่วย”

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 6 วันที่ 12 ส.ค.60

ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน
ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง เพลิงบุญ กำกับการแสดงโดย ประเสริฐ ประศาสน์
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพลิงบุญ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ