อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 7 วันที่ 3 ส.ค.60

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 7 วันที่ 3 ส.ค.60

มู่ลี่ทนดูต่อไปไม่ได้หันเดินออกไป อัศวินตามไป ในขณะที่พงศ์พิสุทธิ์ยังเกลือกกลิ้งร่ำร้องหามู่ลี่กับลูกอย่างทรมานใจ บริสุทธิ์ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ยืนมองลูกชายทั้งโกรธทั้งอายสายตาผู้คน

มู่ลี่เดินออกมากับอัศวิน พยายามกลืนความสะเทือนใจลงไปไม่ให้ใจอ่อน อัศวินถามว่าไม่มีเยื่อใยเลยหรือ มู่ลี่บอกว่าตนโทร.ตามแม่เขามาในฐานะเพื่อนมนุษย์ แต่เห็นสภาพของเขาแล้วคิดว่าควรอยู่ห่างๆไว้ ชีวิตใครชีวิตมันดีกว่า อัศวินถามว่าถ้าเขายอมเปลี่ยนแปลงตัวเองป้าจะให้โอกาสเขาไหม

“หมดเวลาแล้ว” พูดแล้วปรามว่าถ้ายังไม่เลิกเซ้าซี้พรุ่งนี้อดมื้อใหญ่เพราะตนตั้งใจจะพาไปเลี้ยงที่พัทยา อัศวินถามว่าไปทำไม “ไปเคลียร์กับท่านประธาน ไปไหม เลี้ยงซีฟู้ด”



อัศวินโอเคเลิกเซ้าซี้ทันที มู่ลี่ด่าขำๆ ว่า “เห็นแก่กิน” แล้วพากันกลับไป

ooooooo

รุ่งขึ้น มู่ลี่เร่งน้องปลื้มให้รีบแต่งตัวเพราะน้าตาเกือบมาถึงแล้ว น้องปลื้มบอกว่าอยากให้พ่อไปด้วย มู่ลี่บอกว่าพ่อต้องทำงาน โทร.มาบอกคิดถึงน้องปลื้มและขอให้เที่ยวให้สนุก น้องปลื้มจึงยิ้มออก

เมื่อนัดกับมู่ลี่แล้ว ชิษณุโทร.บอกแพตตี้เลื่อนที่นัดพบกันเพราะพอดีมีนัดด่วน แพตตี้รับทราบด้วยความแปลกใจกับงานด่วนของเขา แล้วชิษณุก็สั่งพนักงานโรงแรม “สองที่ เมนูพิเศษของวันนี้เลยนะ แขกวีไอพี”

มู่ลี่ น้องปลื้ม ต้องตา และอัศวิน ทุกคนแต่งตัวไปเที่ยวทะเลกันเต็มที่ นั่งรถตู้บ่ายหน้าไปพัทยากัน ทุกคนร่าเริง ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ต้องตาที่ยังไม่หายเศร้าแผดเสียงร้องเพลงกับทุกคนด้วย น้องปลื้มก็สนุกสนานแม้จะแอบเศร้าคิดถึงพ่อ

อัศวินสังเกตเห็นต้องตาเศร้าๆ ถามมู่ลี่ว่าเพื่อนป้าโอเคหรือเปล่า มู่ลีบอกว่าไม่โอเค เลยเป็นอย่างนี้ อัศวินบอกว่าเดี๋ยวตนจะทำให้โอเคเอง แล้วตะโกนเพลงอย่างสนุกสนาน...

“แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว เอ้า...แจวมาแล้วจ้ำจึกน้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวเรือมาซื้อหมูเต๊ะ แจวเรือมาซื้อหมูเต๊ะ ขอเชิญป้าต้องตาหน้าเป๊ะ ลุกขึ้นมาแจว เอ้า!!!”

ต้องตาถูกแซวว่าหน้าเป๊ะก็เขิน มูลี่ลุ้นว่า

“แจวมาแจวจ้ำจึก...ตา อย่ายอมแพ้เด็กเมื่อวานซืน เร็ว!!!”

ต้องตารีบร้องต่อ “น้ำนิ่งไหลลึก นึกถึงคนแจว แจวเรือมาซื้อปลาเผา เชิญน้องปลื้มหน้าซาลาเปามาช่วยกันแจว”

มู่ลี่บอกน้องปลื้มให้ช่วยร้องรับ น้องปลื้มบอกว่าตนแจวไม่เป็น ทุกคนเลยหัวเราะกันสนุกสนาน

มู่ลี่เห็นน้องปลื้มยังซึมๆ ก็แอบเป็นห่วง...

เมื่อไปถึงโรงแรมที่พัทยาตามที่นัดกับชิษณุไว้ ชิษณุออกมารอรับ มู่ลี่ชี้แจงเมื่อพรรคพวกตามกันลงจากรถเป็นพรวนว่า

“พอดีเพื่อนมาช่วยดูลูกเมื่อคืน ก็เลยพามาด้วย พอดีติดหนี้อัศวินไว้หลายมื้อแล้ว ก็เลยพามาด้วย เดี๋ยวคุยกับคุณเสร็จจะไปเลี้ยงขอบคุณพวกเขาด้วย”

ชิษณุถามว่าจะไปไหนคิดไว้หรือยัง มู่ลี่บอกว่ายังแต่จากสภาพของพวกเราแล้ว...อัศวินเสริมว่าก็คงแถวๆนี้ ชิษณุนึกสนุกขึ้นมาเลยขอคุยกับมู่ลี่ที่หาดด้วยได้ไหม

ทุกคนอึ้ง ไม่คิดว่าคนระดับเขาจะลดตัวลงมาสนุกกับพวกตน

ที่มุมหนึ่งของชายหาด แพตตี้เห็นชิษณุยืนคุยกับพวกมู่ลี่กลุ่มใหญ่ก็แอบดู หยิบมือถือมาถ่ายรูป แล้วส่งไปให้ตรีดาวทันที

ทั้งห้าคนเดินไปตามชายหาดกันอย่างชื่นมื่น ชิษณุแอบสังเกตมู่ลี่กับอัศวินที่สนิทกันมากแต่เก็บความรู้สึกไว้ ร่วมขบวนกันไปอย่างร่าเริง โดยไม่รู้ว่าถูกแพตตี้มองตามยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

ขณะเดินไปเป็นกลุ่มใหญ่ที่ชายหาดนั้น ชิษณุนึกได้บอกว่าตนนัดเลขาไว้ ก็พอดีแพตตี้เข้ามาทักถามว่ากำลังจะไปไหนกันหรือ ชิษณุบอกว่ากำลังจะออกไปกับคุณมู่ลี่พอดี

แพตตี้จึงรู้ว่านี่คือมู่ลี่ แพตตี้ยิ้มให้และทักทาย มู่ลี่รู้สึกถึงความไม่ปกติในน้ำเสียงแต่ยิ้มแย้มตามมารยาท ชิษณุยังแนะนำอัศวิน ต้องตาและน้องปลื้ม และแนะนำแพตตี้ว่าเป็นเลขาของตน พอดีมีเรื่องด่วนเลยต้องมาคุยกัน มู่ลี่เชิญตามสบายพวกตนขอไปรอที่หาด มีอะไรให้โทร.หากัน

ชิษณุชวนแพตตี้ไปคุยอีกมุมหนึ่ง แพตตี้นึกถึงก่อนหน้านี้ที่ตนขอไปเข้าห้องน้ำแล้วโทร.บอกตรีดาวว่าพบชิษณุและมู่ลี่กับลูกแล้ว ตรีดาวสั่งให้ตามไปและคอยรายงานตนอย่างละเอียด

แพตตี้เอาเอกสารให้ชิษณุเซ็น เขาบอกว่าจำได้ว่าเรื่องนี้ไม่รีบ แพตตี้อ้างว่าฝ่ายการตลาดอยากให้จบก่อนวันสงกรานต์กลัวจะดำเนินการไม่ทัน ชิษณุจึงเซ็นให้ ถามว่าจะกลับเลยหรือเปล่า แพตตี้บอกว่าจะหาอะไรกินก่อน ชิษณุจึงชวนไปกินด้วยกัน

แพตตี้ถามว่าคนนี้หรือเปล่าที่บอสซื้อของขวัญให้ ชิษณุบอกว่าใช่แต่ยังไม่ได้ให้ วันนี้คงจะได้ให้แต่เขาคงหายโกรธแล้วไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมมาหาตนถึงที่นี่

แพตตี้บอกว่ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย

“ช่วยดูให้หน่อยว่า ผมพอจะมีความหวังไหม” ชิษณุยิ้มอย่างสบายใจ แพตตี้รับคำยิ้มสมใจ

ooooooo

มู่ลี่โทร.บอกพี่ยักษ์ว่าชวนต้องตามาพัทยา

พี่ยักษ์จึงเอาช่อดอกไม้พร้อมแหวนแต่งงานมาง้อต้องตาและขอแต่งงาน

ต้องตาดีใจที่พี่ยักษ์มาง้อแต่ปฏิเสธการแต่งงานบอกว่ายังไม่พร้อมไม่อยากตัดสินใจไปแล้วเลิกกันทีหลังเหมือนคู่ของมู่ลี่ พี่ยักษ์บอกไม่เป็นไรตนเตรียมใจไว้แล้ว แต่ลึกๆแล้วก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย

หลังทานอาหารแล้ว มู่ลี่แยกไปคุยกับชิษณุ มู่ลี่ขอโทษที่ตนเคยวิ่งหนีเขาเพราะรู้สึกโกรธและผิดหวังมาก ชิษณุบอกว่าตนเข้าใจขอโทษและยอมรับผิดทุกอย่าง ยอมรับว่า...

“ผมเอาความเคยชินมาตัดสินคุณ มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย คุณทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า...อยากได้ความจริงใจก็ต้องแลกด้วยความจริงใจ ไม่ใช่การสร้างกำแพง ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสผมได้ขอโทษ”

“คุณก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้...มีเพื่อนดีกว่ามีศัตรูค่ะ เราเป็นเพื่อนกันได้ค่ะ ถ้าบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าให้เป็นมากกว่านั้นฉันไม่พร้อม” ชิษณุบอกว่าตนเข้าใจและยอมรับ “อย่าหาว่าเยอะเลยนะคะ ฉันแค่อยากทำงานเลี้ยงลูก ไม่อยากมีปัญหากับใคร คุณคงจะรู้ว่าฉันหมายถึงใคร”

ชิษณุอึ้งไปอย่างรู้ว่าหมายถึงตรีดาว มู่ลี่ขอบคุณเขาที่เข้าใจ ชิษณุก็ขอบคุณที่เธอคุยกับตนอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาและจะให้ของขวัญแทนคำขอโทษ มู่ลี่บอกว่าไม่จำเป็นต้องมีอะไรมาทดแทน ขอโทษที่รับของขวัญของเขาไม่ได้ แล้วขอตัวไปหาลูก

ชิษณุยิ่งประทับใจในตัวเธอ มองกล่องของขวัญแล้วเก็บใส่กระเป๋าอย่างตัดใจ แล้วเดินตามมู่ลี่ไป

ooooooo

ตรีดาวไปหาเจ้าสัวอำนาจกับมณฑาทิพย์พ่อแม่ของชิษณุที่บ้าน ผู้ใหญ่ทั้งสองถามอย่างเอ็นดูว่าวันหยุดไม่ไปเที่ยวไหนหรือ เธอทำคะแนนให้ตัวเองว่าตนไม่ชอบเที่ยวไหนชอบทำงานมากกว่า

มณฑาทิพย์ติงว่าแต่งงานแล้วจะมัวแต่ทำงานไม่ได้ ต้องแบ่งเวลาดูแลครอบครัวด้วย

“จะแต่งกับใครล่ะคะ” ตรีดาวถามเสียงสะท้านเครือ แล้วหยิบมือถือเปิดให้ดูรูปชิษณุกับมู่ลี่ที่แพตตี้ส่งมาให้ทางไลน์ “พี่ณุคงจะติดใจแม่หม้ายลูกติดคนนี้มากกว่าแล้วล่ะค่ะ”

ผู้ใหญ่ทั้งสองตกใจและแปลกใจว่าเขาไปรู้จักกันได้ยังไง ตรีดาวในมาดนิ่งให้ดูน่าเชื่อถือ แล้วเชือดชิษณุอย่างเลือดเย็นให้พ่อกับแม่เขาฟัง เล่าแล้วสรุปว่า

“เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ อย่าหาว่าหนูเอามาฟ้องหรืออะไรเลยนะคะ หนูโอเค ถ้าพี่ณุจะมีใครที่ดีและพร้อมกว่าหนู แต่หนูทนไม่ได้ ถ้าพี่ณุจะจริงจังกับผู้หญิงคนนั้น เหมือนหนูกำลังโดนดูถูกค่ะ”

เห็นอำนาจกับมณฑาทิพย์ไม่พอใจและหาทางกันมู่ลี่ออกไป ตรีดาวก็แอบยิ้มสมใจ

เวลาเดียวกัน ที่พัทยา ต้องตา พี่ยักษ์กับแพตตี้ยังนั่งกินอาหารกันอยู่ แพตตี้เอาอกเอาใจพี่ยักษ์อย่างสนิทสนมเพราะพี่ยักษ์ไปหาชิษณุที่ออฟฟิศบ่อยๆ

ต้องตามองแพตตี้อย่างไม่พอใจนักแต่เก็บอาการ ครู่หนึ่งแพตตี้บอกให้ดูชิษณุกับมู่ลี่ที่กำลังเดินกลับมาที่โต๊ะ ชมว่าน่ารักจัง พอมู่ลี่มาถึงก็ถามต้องตาว่าไอ้ตี๋กับน้องปลื้มไปไหน ต้องตาบอกว่าไปเล่นน้ำทะเลกัน ก็พอดีได้ยินเสียงคนตะโกนว่า “เด็กจมน้ำ!! เด็กจมน้ำ!!!”

“น้องปลื้ม!” มู่ลี่ตกใจคิดถึงน้องปลื้มขึ้นมาทันทีลุกจะวิ่งไปลงทะเลที่มีหัวเด็กจมน้ำผลุบโผล่อยู่ ชิษณุรั้งไว้แล้วตัวเองก็วิ่งลงทะเลไป พี่ยักษ์ตามชิษณุไปด้วย

มู่ลี่เห็นรองเท้าน้องปลื้มถอดอยู่ที่ชายหาด ใจเสียจนยืนไม่ติดเฝ้าร้องขอให้น้องปลื้มปลอดภัยจนต้องตาต้องกอดปลอบให้ใจเย็น

แพตตี้ดูเหตุการณ์อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ถามยุแหย่ว่าแล้วอัศวินไปไหนปล่อยให้น้องเล่นน้ำคนเดียว

ที่ชายหาด ผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่ต่างเอาใจช่วยให้ชิษณุกับพี่ยักษ์ช่วยเด็กได้ แล้วทุกคนก็โล่งอกเมื่อเห็นชิษณุอุ้มเด็กขึ้นมาและเดินกลับฝั่ง

เมื่ออุ้มเด็กมาถึง มู่ลี่ปราดเข้าไปหา จึงรู้ว่าไม่ใช่น้องปลื้ม ชิษณุรีบปฐมพยาบาลจนเด็กสำลักน้ำและรู้สึกตัว แม่เด็กโผเข้ากอดลูกร้องไห้ดีใจที่ลูกปลอดภัย หันมาขอบคุณชิษณุ เขาบอกให้รีบพาเด็กไปหาหมอ มู่ลี่นึกขึ้นได้มองหาน้องปลื้ม

ไทยมุงเริ่มสลายตัวแหวกเป็นทาง ทำให้มู่ลี่เห็นน้องปลื้มขี่หลังอัศวินวิ่งห้อมา ในมืออัศวินถืออุปกรณ์การเล่นทรายของเด็ก ส่วนน้องปลื้มดื่มนมกล่องไปร้องเชียร์ไปอย่างสนุกสนาน

“มีอะไรหรือป้า” อัศวินถามเมื่อวิ่งมาถึง มู่ลี่ตรงเข้าอุ้มน้องปลื้มลงมากอดแน่น “ได้ยินว่ามีเด็กจมน้ำหรือ”

มู่ลี่มองอัศวินตาขวางแล้วอุ้มน้องปลื้มไปเลย อัศวินงงถามว่าโกรธอะไร พลางเอารองเท้าน้องปลื้มไปให้แต่มู่ลี่เดินอ้าวไปเลย ทั้งสามตามไปจนทัน ชิษณุบอกอัศวินว่า...

“คุณมู่ลี่เข้าใจผิด คิดว่านายทิ้งลูกเขาจนลูกเขาจมน้ำ เพราะเห็นรองเท้าคู่นี้วางอยู่”

“ผมพาน้องปลื้มไปซื้อนมกับที่เล่นทราย เขาจะขี่หลังผมเลยให้ถอดรองเท้าไว้เดี๋ยวมันจะหลุด...แค่นี้แหละ” มู่ลี่หันแหวใส่ว่ารู้ไหมว่าตนเกือบหัวใจวาย “ป้าจะตื่นตูมทำไมเนี่ย”

“ฉันเป็นแม่ ฉันต้องรู้สึก ไม่ใช่คนนอกอย่างนายถึงจะไม่รู้สึก”

อัศวินสะเทือนใจกับคำว่า “คนนอก” บอกมู่ลี่ว่าตนเป็นคนนอกทำอะไรก็ผิดแล้วเดินดุ่มออกไป มูลี่รู้สึกตัวถามว่า “ไอ้ตี๋ จะไปไหน”

อัศวินไม่ตอบและไม่แม้แต่จะชะงักฟัง เขาเดินดุ่มๆไป มู่ลี่ทั้งยังเคืองและเสียใจนั่งอยู่กับน้องปลื้ม น้องปลื้มเห็นแม่กับพี่วินเคืองกันก็ได้แต่มองตาปริบๆ

ชิษณุกับพี่ยักษ์มองหน้ากันแบบเงียบดีกว่า ปล่อยให้มู่ลี่ใจเย็นกว่านี้ก่อน แต่จู่ๆมู่ลี่ก็ลุกขึ้นตามอัศวินไป ไปถึงก็บอกอัศวินว่าเคลียร์กันก่อน อัศวินบอกว่าตนไม่มีอะไรจะเคลียร์ มู่ลี่ถามว่าโกรธหรือ?

“ใครไม่โกรธวะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด จู่ๆก็มาถูกด่า ...ช่างเหอะ!”

มู่ลี่บอกว่าถ้าเขาเข้าใจอารมณ์ของตนเขาจะไม่โกรธ อัศวินย้อนถามว่าจะให้ตนเข้าใจป้าฝ่ายเดียวหรือ แล้วตนล่ะ โมโหจนด่า “ป้าเห็นแก่ตัวว่ะ”

พอโดนด่ามู่ลี่ก็ฉุนขาดไล่จะไปไหนก็ไป อัศวินบอกว่าตนจะกลับบ้าน

“เออ...เรื่องของนาย” มู่ลี่สะบัดเสียงแล้วต่างคนต่างเดินไปอย่างมีอารมณ์

ooooooo

มู่ลี่กับต้องตาและน้องปลื้มเดินทางกลับ ต้องตาอาสาเป็นคนขับรถเอง แพตตี้ ชิษณุกับพี่ยักษ์มาส่งที่รถ พี่ยักษ์บอกต้องตาว่าขับรถดีๆนะ มู่ลี่เห็นชิษณุเปียกหมดจึงเอ่ยขอบคุณอย่างเกรงใจและเห็นใจ

“ถึงไม่ได้เกิดกับลูกคุณ ผมก็ต้องช่วย เจอเหตุซึ่งๆหน้าจะทำเฉยๆ ก็ยังไงอยู่”

“คุณเป็นคนดีนะคะ ฉันโชคดีที่ยังมีคุณเป็นเพื่อนและได้ทำงานให้คุณด้วย”

“เราต่างคนต่างโชคดี คุณรีบไปเถอะ ลูกหลับแล้ว”

มู่ลี่ไหว้ลา ชิษณุบอกว่าไม่ต้องไหว้ก็ได้ มู่ลี่ย้ำว่าไม่ได้เขาเป็นรุ่นพี่และเป็นเจ้านายด้วย แล้วไหว้ลาพี่ยักษ์ บอกลาแพตตี้

ชิษณุมองตามมู่ลี่ที่นั่งรถออกไปด้วยสายตาอ่อนโยน แพตตี้สังเกตเขาทุกอิริยาบถ แล้วหาโอกาสโทร.รายงานตรีดาวทันที ตรีดาวฟังแล้วกัดฟันพึมพำ

“หึ...นังมู่ลี่ยิ่งประทับใจพี่ณุสินะ” แล้วกดตัดสายเลย แพตตี้ถือสายค้าง ถอนใจเหนื่อยหน่าย

ก่อนตรีดาวจะกลับ เธอถามมณฑาทิพย์ว่าคุณแม่จะคุยกับชิษณุวันไหน มณฑาทิพย์บอกว่าต้องรอให้เขากลับมาก่อน

“ระวังจะสายเกินไปนะคะ” ตรีดาวขู่ๆ ผู้ใหญ่ทั้งสองมองหน้ากันอย่างร้อนใจขึ้นมา

มณฑาทิพย์โทร.ตามชิษณุทันที เร่งให้รีบกลับมาเพราะมีเรื่องต้องคุยกัน

ooooooo

มู่ลี่ ต้องตากับน้องปลื้มกลับถึงคอนโดเจอพงศ์พิสุทธิ์นั่งรออยู่ท่าทางกรึ่มๆ เพราะเพิ่งแยกจากเพื่อนมา น้องปลื้มดีใจวิ่งเข้าไปหาพ่อ

พงศ์พิสุทธิ์กอดน้องปลื้มถามว่าไปไหนกันมา น้องปลื้มบอกว่าไปทะเลมา ก็ถามว่าสนุกไหม ไม่เห็นชวนพ่อบ้างเลย

มู่ลี่เห็นพงศ์พิสุทธิ์เมามาถามว่ามีอะไร เขาบอกว่าคิดถึงลูก เธอไล่ให้กลับไปเสียเพราะเมาแล้ว เลยทะเลาะกันอีก น้องปลื้มตกใจร้องไห้ลั่น มู่ลี่รีบอุ้มลูกเดินหนีไป พงศ์พิสุทธิ์จะตาม ต้องตาเข้าไปขวางขอร้องว่า

“อย่าเพิ่งคุยตอนนี้เลยค่ะ ไม่มีใครมีสติสักคน สงสารน้องปลื้ม”

มู่ลี่อุ้มน้องปลื้มขึ้นห้องแล้ว น้องปลื้มยังร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอปลอบให้หยุดร้องไห้บอกว่าแม่มีอะไรจะคุยด้วย น้องปลื้มยังสะอึกสะอื้นบอกว่าหยุดร้องไม่ได้

“ใจเย็นครับ...ค่อยๆนะลูก ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร” มูลี่กอดลูกไว้รู้สึกผิดและเสียใจไปกับลูกด้วย ต้องตาได้แต่ลูบไหล่เพื่อนด้วยความสงสาร...เห็นใจ...

ฝ่ายชิษณุถูกแม่เรียกตัวกลับด่วน เจอแม่กับป๊านั่งหน้าเครียดรออยู่ มณฑาทิพย์พูดทันทีว่า

“เราไม่ได้เป็นแค่คนธรรมดา มีคนรู้จักเต็มไปหมด ณุไปทำอะไรมีเหรอจะไม่มีใครพูดถึงจนมาเข้าหูแม่กับป๊า”

ชิษณุบอกว่าตนเป็นคนธรรมดา ก็ถูกอำนาจแทรกทันทีว่าคงเป็นไม่ได้แล้วเพราะมีทั้งหน้าที่การงาน หน้าตาในสังคม คนรู้จักเยอะแยะ ชิษณุเลยขอร้องว่าป๊ากับแม่จะพูดเรื่องอะไร พูดมาเลยดีกว่า

อำนาจถามว่ามุลิลาคือใคร เขาคิดจะจริงจังด้วยแค่ไหน ชิษณุบอกว่าตนจริงใจกับเธอ มณฑาทิพย์ถามว่าคิดไกลถึงขั้นแต่งงานด้วยหรือเปล่า

“ก็มีโอกาสครับ ถ้าเธอยอมเปิดใจ ผมไม่เคยคิดจะคบใครแค่เล่นๆนะครับ”

มณฑาทิพย์ย้ำว่าอย่าเอาแต่ถูกใจ ต้องเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมด้วย ชิษณุบอกว่าเธอไม่ได้มีอะไรเสียหาย ถูกแม่เสียงเข้มทันทีว่า “เป็นหม้าย มีลูกติด...ณุลองคิดดูว่าคนอื่นจะมองยังไง”

“ผมคิดว่าถ้าให้เลือกได้ ก็คงไม่มีใครอยากเป็นแบบนั้นหรอกครับ ทุกคนต่างก็เคยมีอดีต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือปัจจุบัน เขาเป็นคนดี ขยันทำงาน ดูแลเอาใจใส่ลูกดี ต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่”

มณฑาทิพย์สบตากับอำนาจอย่างเหนื่อยใจ ในขณะที่ชิษณุยังคงพูดต่ออย่างมั่นใจว่า

“ผมยืนยันมาตลอดเวลาว่า ผมจะแต่งงานกับคนที่ผมรัก และผมก็มีวุฒิภาวะพอที่จะรักไม่ผิดคน คุณพ่อคุณแม่เชื่อใจผมเถอะครับ”

พูดแล้วชิษณุลุกเดินออกไป มณฑาทิพย์กับอำนาจได้แต่สบตากันอย่างหนักใจ

ooooooo

ค่ำคืนนี้...ทุกคนอยู่ในสภาพที่มีปัญหา ไม่สบายใจ น้องปลื้มร้องไห้จนหลับไป อัศวินกลับถึงบ้านก็ซึมเศร้าเหงาหงอยซ้ำยังเปิดเพลงอกหักฟัง เจ๊สม อาม่า และม้าได้ยินเสียงเพลงอกหักก็ซุบซิบกัน

เจ๊สมฟันธงว่าอกหกชัวร์ ดวงใจติงว่าไม่เห็นตี๋เคยรักใคร อาม่าบอกว่าแม่ของน้องปลื้มไง

ทันใดนั้นประตูเปิดผลัวะ อัศวินโผล่มาถามว่าจะนินทาตนอีกนานไหม ทุกคนยิ้มแหย อาม่ารีบไปชงโกโก้ร้อนให้กินจะได้ดีขึ้น อัศวินรับไปดื่มอึ้กๆ ถูกลวกปากจนร้องจ๊าก อาม่าเอาไปเป่าให้สองที พอรับมาดื่มอีกทีเขาดื่มอึ้กๆ บอกว่าเย็นแล้ว เย็นเจี๊ยบเลย

เจ๊สมบอกว่ามันบ้าไปแล้ว ดวงใจถามว่าสติสตัง ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย บอกม้ามาว่าเป็นอะไร

“เป็นกระโถน” อัศวินโพล่งไปอย่างไม่รู้จะตอบยังไงดี เห็นทุกคนอึ้งมองค้าง เขาบอกว่า “เดี๋ยวก็ดีเอง ราตรีสวัสดิ์ทุกคน” แล้วปิดประตูเลย ปล่อยให้ทุกคนยืนงงอยู่ตรงนั้น

มู่ลี่นอนไม่หลับจึงเปิดรายการของพี่แสดฟัง...คืนนี้พี่แสดบอกว่าเน้นให้คำปรึกษาสาวโสดที่นอนไม่หลับ แต่ตัวเองต้องครองสติฮาไม่ได้ แล้วเชิญชวนให้โทร.เข้ามาเลย

มู่ลี่โทร.แล้วถือสายรอ พอพี่แสดมารับสายก็ถามทันทีว่า

“ถ้าพี่แสดมีสามี มีลูก แล้วเลิกกับสามี ลูกอยู่กับพี่แสด แต่พี่แสดไม่อยากให้ลูกเจอพ่อ เพราะพ่อมีพฤติกรรมไม่ดี พี่แสดจะอธิบายให้ลูกฟังยังไงคะ”

อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 7 วันที่ 3 ส.ค.60

ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทประพันธ์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง กำกับการแสดงโดย ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ