อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 7 วันที่ 4 ส.ค.60

อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 7 วันที่ 4 ส.ค.60

“ถ้าพี่แสดมีสามี มีลูก แล้วเลิกกับสามี ลูกอยู่กับพี่แสด แต่พี่แสดไม่อยากให้ลูกเจอพ่อ เพราะพ่อมีพฤติกรรมไม่ดี พี่แสดจะอธิบายให้ลูกฟังยังไงคะ”

พี่แสดมึน เงียบ นิ่ง งง ถามคะๆอยู่หลายครั้งจนมู่ลี่รู้ว่าพี่แสดไม่ได้สติ บ่นตัวเองว่าไม่น่าถามเลย เอ่ยสวัสดีแล้ววางสายทิ้งตัวนอนเลย แต่พี่แสดยังมึนๆ อึนๆ เอ๋อๆ ถามคะๆๆ

อัศวินฟังรายการนี้อยู่ รู้สึกเสียงโทร.เข้าคุ้นหู



ครู่ใหญ่พี่แสดได้สติ จ้อแก้สถานการณ์เนียนๆ “คุณผู้ฟังคะ จากคำถามเมื่อสักครู่...พี่แสดได้ทบทวนแล้วว่า...มันเป็นประโยคสมมติที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และมันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน อย่าให้พี่แสดตอบอะไรที่เป็นการมโนเลยค่ะ เพราะมโนไม่ออกจริงๆว่าตัวเองจะมีลูกมีสามีได้อย่างไร แนะนำให้ถามผู้เชี่ยวชาญดีกว่านะฮ้า...”

มู่ลี่ฟังแล้วสะดุดคิดว่า...ควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญไหม...

ooooooo

รุ่งขึ้นอัศวินเอาซาลาเปาตี๋ตาโตไปแขวนไว้ที่ประตูห้องมู่ลี่ตามปกติ มู่ลี่เปิดประตูเห็นถุงซาลาเปาก็นึกในใจว่า...โกรธกันแล้วแต่ยังทำหน้าที่อย่างรับผิดชอบ ความโกรธก็ผ่อนคลายลง...

อัศวินยังคงทำหน้าที่ส่งซาลาเปากับส่งปิ่นโตตามปกติแต่หลีกเลี่ยงที่จะพบกับมู่ลี่ เจอกันที่ทำงานก็เดินผ่านกันไปอย่างเย็นชา หมางเมิน

ดวงใจเป็นห่วง โทร.ฝากให้เจมส์ช่วยดูตี๋ให้ด้วย นอกจากนี้ก็บอกพี่แสดที่มาซื้อซาลาเปาตอนเช้าว่า

“หาจังหวะคุยกับมันหน่อย ปกติมีอะไรตี๋จะบอกพวกเรา แต่คราวนี้ปิดปากเงียบเลย ช่วยหน่อยป้า เป็นห่วง ซึมมาหลายวันแล้ว”

รัชนกไม้เบื่อไม้เมากับมู่ลี่เห็นอาการหมางเมินกันของทั้งสองก็นึกสนุกอยากแกล้ง

พอดีวันนี้สายฝนกับคิกขุพนักงานใหม่เข้ามาที่ห้องเมียงๆมองๆ ตื่นๆ รัชนกเสียงเข้มใส่ว่ามาขายแหนมหรือ ใครปล่อยให้เข้ามา สองคนบอกว่าพวกตนมาทำงานวันแรก รัชนกถามว่าตำแหน่งอะไร สายฝนบอกว่าทีมการตลาด

“ทำไมไม่มีใครบอกอะไรฉันเลย! ได้ไงเนี่ย! ใครรับเข้ามา!!!”

รัชนกถามแทบเป็นตวาด เด็กทั้งสองนิ่งเงียบ รัชนกตวาดซ้ำว่าถามแล้วทำไมไม่ตอบ คิกขุถามเสียงสั่นว่าทำไมไม่ถามดีๆ รัชนกตวาดว่าแล้วทำไมต้องถามดีๆ สายฝนกับคิกขุเงียบกริบ ถอยกรูด

“เพิ่งมาทำงานวันแรกหรือจ๊ะ” มู่ลี่ทนไม่ได้ถามอ่อนโยน

สายฝนกับคิกขุยิ้มออก บอกว่าเพิ่งเรียนจบเลยมาสมัครงานที่นี่ พี่ดอลลี่สัมภาษณ์แล้วรับเข้าทำงานเริ่มวันนี้เลย

“เออดีนะ ใครจะมาใครจะไปไม่บอกกันหรอก เห็นเป็นหัวหลักหัวตอรึไงก็ไม่รู้” รัชนกไม่พอใจ

มู่ลี่สังเกตเห็นว่าพราวฟ้ามึนตึงกับตนแต่ไม่อยากสนใจ หยิบกระเป๋าลุกเตรียมไปประชุม รัชนกเดินเชิดผ่านสายฝนกับคิกขุไป ทั้งสองรอจนมู่ลี่เดินมายิ้มให้อย่างรู้สึกดี มู่ลี่ยิ้มให้ทั้งสองอย่างเอ็นดู

ooooooo

วันนี้ชิษณุไปหาตรีดาวที่ห้องทำงาน เขานั่งมองหน้าเธอนิ่งจนเธอถามว่ามีอะไรทำไมไม่พูด

ชิษณุขอร้องเธอปล่อยให้มู่ลี่ทำงานตามปกติเถิด เพราะเธอปฏิเสธตนแล้วและตนก็เคารพการตัดสินใจของเธอ ไม่อยากให้ตรีดาวเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวกับเรื่องงาน เอาเรื่องนี้มาบีบทำให้มู่ลี่ทำงานไม่ได้ สงสารเพราะเขาต้องเลี้ยงลูก แล้วหว่านล้อมว่า...

“เอาเป็นว่ามุลิลาไม่ใช่ศัตรู บางทีถ้าจะลองเปลี่ยนความคิดที่มีต่อมุลิลา ดาวอาจจะมีเพื่อนและลูกน้องที่ดีเพิ่มขึ้นอีกคนนึงก็ได้นะ”

ถูกตรีดาวสวนทันทีว่าตนไม่เป็นเพื่อนกับพนักงาน ชิษณุอึ้ง ตัดบทอย่างอ่อนใจก่อนพูดออกไปว่า

“ก็แล้วแต่ พี่มาเพื่อจะพูดแค่นี้แหละ ทำงานให้สนุกนะ”

ที่ห้องประชุมว้าว...เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว ดอลลี่บอกรัชนกว่าสายฝนจะมาเป็นลูกทีมเธอ ส่วนคิกขุเป็นลูกทีมของมูลี่ สายฝนหน้าจ๋อย รัชนกมองไม่พอใจถามดอลลี่ว่าแค่นี้ใช่ไหมแล้วสั่งสายฝนให้ตามตนออกไป สายฝนหันมองหน้าคิกขุขณะเดินตามไป

“สู้ๆนะแก ท่องไว้ ตกงานไม่ได้ เราคือความหวังพ่อแม่” คิกขุปลุกปลอบใจ

“โอเค สู้โว้ย!”

มู่ลี่กับดอลลี่เห็นท่าทางบึกบึนของสายฝนก็อึ้ง เมื่อคิกขุออกไปกับมู่ลี่ ถามมู่ลี่ว่ารัชนกเป็นโรคจิตหรือเปล่า มู่ลี่บอกว่าไม่หรอก

“พี่มู่ลี่ดีจัง...พี่ไม่ด่าใครลับหลัง แต่ด่าต่อหน้าเลย”

มู่ลี่ยิ้มเอ็นดูความตรงของคิกขุ แล้วชวนไปทำงาน กัน ตนมีเรื่องจะให้ช่วยทำพอดี

ooooooo

หลังจากดวงใจบอกเจมส์ให้ช่วยดูอัศวินที่ช่วงนี้ซึมและไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังเหมือนเคย วันนี้อัศวินเข้าไปในห้องตัดต่อ เจมส์มองหน้าเขานิ่งจนอัศวินที่หงุดหงิดอยู่แล้วถามว่ามองอะไร ทำไมไม่มองจอ

เจมส์ถามว่าเครียดอะไร มีปัญหา?? อัศวินฉุนเลยพุ่งเข้าใส่ ทั้งสองเลยปลุกปล้ำกันนัวเนีย

ชิษณุออกมาเจอลูกพีช เขาถามหาอัศวิน ลูกพีชบอกว่า “มันก็อยู่กับเมียมันนั่นแหละ”

พอรู้ว่าอัศวินอยู่ห้องตัดต่อ ชิษณุไปถึงเจอเจมส์กับอัศวินกำลังฟัดกันนัวเนีย

ชิษณุหย่าศึกแล้วไปคุยกับอัศวินที่มุมหนึ่งถามว่ามีเรื่องอะไรกัน อัศวินบอกว่าเรื่องไร้สาระ ตนกับเจมส์ต่างคนต่างรู้ว่าหวังดีต่อกัน ที่ทะเลาะกันก็เพราะรัก เดี๋ยวก็ดีกัน

“ดีแล้ว...ที่ไม่มีอีโก้กัน ไม่งั้นก็น่าเสียดาย คนจะเป็นเพื่อนที่รู้ใจกัน สนิทกัน ช่วยเหลือกันได้ไม่ใช่ง่ายๆ มีแล้วก็รักษาไว้” ก่อนลุกไป ชิษณุยังฝากข้อคิดไว้เผื่อแก้ปัญหาที่กำลังเครียดว่า “เราเป็นผู้ชาย ควรเป็นฝ่ายขอโทษก่อนก็ดีนะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็ตาม”

“ครับ” อัศวินตอบรับทั้งที่ยังงงๆว่าชิษณุพยายามจะบอกเรื่องอะไร? แล้วก็กลับมาคิดเครียดเรื่องมู่ลี่อีก

เมื่อกลับมาขอโทษเจมส์ เจมส์ถามว่าเขาเป็นอะไร อัศวินบอกว่าเรื่องไร้สาระ พอถูกซักก็บอกว่า

“กูแอบน้อยใจป้า” เจมส์บอกให้โทรศัพท์คุยกันเสีย “ช่างมัน กูกำลังใช้ความคิด เรื่องที่ท่านประธานพูดกับกู”

ระหว่างนั้นพราวฟ้าโทร.เข้ามาเพื่อจะคุยกันให้รู้เรื่องเพราะถูกรัชนกเป่าหูเรื่องมู่ลี่กับอัศวินแอบจุ๊กจิ๊กจู่จี๋กัน แต่อัศวินครุ่นคิดเรื่องที่ท่านประธานพูดอยู่เลยปล่อยสายเรียกจนเงียบไป

พราวฟ้าแค้นใจที่โทร.มาแล้วอัศวินไม่รับสาย จะป่าวร้องให้ทั้งโลกรู้ไปเลยว่ามู่ลี่กินเด็ก

ooooooo

น้องปลื้มนับวันซึมเศร้าเหงาหงอย จนครูนกน้อยเป็นห่วงคาดว่าต้องมีอะไรผิดปกติที่บ้านเป็นแน่

เช่นเดียวกับที่ร้านซาลาเปา ทั้งอาม่า ดวงใจและเจ๊สมเห็นน้องปลื้มซึมลงทุกวันก็เป็นห่วง

วันนี้เมื่อเจ๊สมรับน้องปลื้มกลับจากโรงเรียนแล้ว เห็นน้องปลื้มชะเง้อมองไปหน้าร้านบ่อยๆก็เดาว่าคิดถึงแม่

ที่ทางเดินออฟฟิศว้าว... อัศวินขี่จักรยานจะกลับบ้าน เจอมู่ลี่จะกลับบ้านพอดี ต่างหยุดมองกันอย่างดูท่าที อัศวินคิดถึงคำพูดของชิษณุที่ว่า

“คนจะเป็นเพื่อนที่รู้ใจกัน สนิทกัน ช่วยเหลือกัน ได้ไม่ใช่ง่ายๆ มีแล้วก็รักษาไว้” และ “เราเป็นผู้ชายควรเป็นฝ่ายขอโทษก่อนก็ดีนะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็ตาม”

คิดคำพูดของท่านประธานแล้ว อัศวินตัดสินใจจะเข้าไปขอโทษ ก็พอดีพงศ์พิสุทธิ์แทรกเข้ามาเรียก

“มู่ลี่!!!”

อัศวินเห็นดังนั้นจึงขี่จักรยานเลยไปทั้งที่อยากอยู่เป็นเพื่อนมู่ลี่ พงศ์พิสุทธิ์มองตามอัศวินไปตาขวาง มู่ลี่ถามเขาว่ามาทำไม เขาบอกว่ามาขอโทษและขอเจอลูก เราพูดกันดีๆได้ไหม

มู่ลี่ถามว่าขอโทษมากี่ครั้งแล้ว และตนจะแน่ใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่เอาลูกไปจากตน เขาสัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว และขอกลับมาดีกันได้ไหม

“ถ้าจะมาแบบนี้อีก ฉันไปล่ะ” มู่ลี่เดินหนีไปเลย พงศ์พิสุทธิ์ตามไปอ้อนว่า

“ผมต้องการคุณกับลูก” มู่ลี่ขอให้เลิกตื๊อเสียทีตนเหนื่อยและเครียด “แต่ลูกก็ต้องมีพ่อ...คุณก็รู้ว่าลูกต้องการผม ผมก็รักลูกนะ ผมขอโอกาสอีกครั้งนะ”

“ลูกไม่ต้องการพ่ออย่างคุณ” มู่ลี่ถามว่าเขาขอโอกาสมากี่ครั้งแล้ว ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน แล้วจะเดินหนี พงศ์พิสุทธิ์ตามไปตื๊ออีก

อัศวินขี่จักรยานผ่านไป แต่เป็นห่วงมู่ลี่ที่ถูกพงศ์พิสุทธิ์ตามตื๊อ จอดรถแอบดู พอเห็นทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องและมู่ลี่เดินหนีมาที่ประตูก็เจออัศวินเรียกแท็กซี่เปิดประตูรออยู่บอก “ป้า...รีบขึ้นไป” พอมู่ลี่ขึ้นรถ อัศวินปิดประตูรถสั่งแท็กซี่ให้ไปเลย

“เฮ้ย!! เรื่องผัวเมีย อย่ามายุ่ง” พงศ์พิสุทธิ์ตวาดพุ่งเข้าหา อัศวินบอกให้ใจเย็นๆ พงศ์พิสุทธิ์หันไปเห็น รปภ.สองสามคนกำลังมองอยู่ เลยมองหน้าอัศวินทำนอง ฝากไว้ก่อน แล้วผลุนผลันกลับไป

ooooooo

เย็นแล้วน้องปลื้มนอนหลับอยู่บนเตียงผ้าใบที่ร้านซาลาเปา มู่ลี่กลับมายืนมองลูกอย่างสงสาร ดวงใจเข้ามาบอกว่าน้องปลื้มกินข้าวนิดเดียว เจ๊สมบอกว่ามัวแต่...ถูกอาม่ากับม้าจุ๊ปากห้ามเสียงดัง

“ก็มัวแต่รอแม่น่ะสิ ถามอยู่นั่น เมื่อไหร่แม่จะมา... เมื่อไหร่แม่จะมา...”

มู่ลี่หน้าเสีย ดวงใจบอกให้คุยกับลูกเยอะๆ เหมือนเขาจะมีอะไรในใจ มู่ลี่ขอบคุณก็พอดีอัศวินกลับมา ม้าถามว่ากินข้าวหรือยัง มู่ลี่กับลูกกำลังจะกลับพอดี บอกให้ตี๋อุ้มน้องไปส่งหน่อย

“ครับม้า” อัศวินรับคำแล้วรีบก้มอุ้มน้องปลื้มขึ้นมา มู่ลี่มองภาพนั้นใจอ่อนยวบ หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง มีแต่ความรู้สึกขอบคุณเข้ามาแทน...

ระหว่างเดินออกไป มู่ลี่ขอบใจและขอโทษอัศวินทุกเรื่องที่ผ่านมา อัศวินเองก็ขอโทษที่ด่าว่าป้าเห็นแก่ตัว มู่ลี่เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า เขาช่วยตนทุกอย่างแต่ตนกลับทำกับเขาแบบนั้น

เมื่อต่างขอโทษกันความรู้สึกบาดหมางก็มลายหายไปสิ้น อัศวินถามว่าป้าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เธอบอกว่า “ไม่มีอะไรเสียหาย...แค่รู้สึก...เจ็บแปล๊บๆ”

“แข็งแรงไว้นะป้า ใจเย็นให้มากๆ”

มู่ลี่บอกว่าจะพยายามจนกว่าเรื่องนี้จะจบ แต่จบเมื่อไหร่ไม่รู้ อัศวินบอกว่าทั้งสองคนต้องใจเย็น ถ้าร้อนด้วยกันทั้งคู่คงพังแน่ มันต้องมีทางออก รีบๆหาทางออกเลย สงสารเด็ก

ฝ่ายพงศ์พิสุทธิ์กลับบ้านแล้วก็เครียด คิดหนัก ถูกคำด่าของมู่ลี่ลอยเข้าหูตลอดเวลาทั้งเรื่องเห็นแก่ตัว เรื่องเมาหัวราน้ำที่แก้ไขไม่ได้ เรื่องแบ่งเวลาอยู่กับลูกที่ขัดแย้งจนทะเลาะกันต่อหน้าลูก

คิดถึงอดีตที่ตัวเองปฏิบัติต่อลูกอย่างไม่ได้ให้ความใส่ใจดูแลให้ความอบอุ่น แม้แต่กำลังใจเมื่อลูกมีผลการเรียนดี กระทั่งลูกเข้าหาบ่อยๆก็รำคาญ จนความสัมพันธ์พ่อลูกนับวันห่างเหิน...

เมื่อคิดทบทวนตัวเองและมองแก้วเหล้าที่วางอยู่ข้างตัวแล้ว พงศ์พิสุทธิ์ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

คืนนี้น้องปลื้มนอนฉี่รดที่นอน มู่ลี่เอะใจว่าลูกไม่เคยเป็นอย่างนี้ จนเมื่อไปส่งที่โรงเรียน ครูนกน้อยขอเวลาคุยส่วนตัว บอกมู่ลี่ว่า

“คุณแม่คะ ช่วงนี้น้องปลื้มดูซึมๆไปนะคะ น้องไม่ค่อยมีสมาธิเรียนรู้เท่าไหร่ คุณแม่ได้ลองสังเกตน้องดูบ้างไหมคะ”

มู่ลี่ฟังครูนกน้อยแล้วอึ้ง หน้าเจื่อน กลับถึงคอนโดคืนนี้ ต้องตากับพี่ยักษ์มากินข้าวด้วย ต้องตาบอกให้มู่ลี่กินเยอะๆผอมจะแย่อยู่แล้ว พี่ยักษ์ถามว่าน้องปลื้มหลับแล้วหรือ

มู่ลี่สีหน้าวิตกบอกว่าหลับแล้ว แต่กว่าจะหลับได้...ต้องตาถามว่าจะเอายังไง มู่ลี่มั่นใจว่าลูกไม่ขาดอะไรเพราะตนเป็นได้ทั้งพ่อและแม่ แต่พี่ยักษ์ติงว่า

“ตอนนี้ต้องยอมรับว่าน้องปลื้มกำลังมีปัญหา และพี่ก็คิดว่ามันเกิดจากเรื่องที่มู่ลี่กับพงศ์เลิกกัน” มู่ลี่บอกว่าเดี๋ยวลูกก็ชิน “เราคิดจากมุมตัวเอง แต่กำลังลืมลูก ถึงจะเลี้ยงเขามา แต่ก็ไม่ได้รู้ความคิดเขาทั้งหมดว่าเขาคิดอะไร”

มู่ลี่ถามว่าตนควรทำยังไง? ควรปรึกษาคนที่รู้ไหม? พี่ยักษ์เห็นด้วยว่าควรปรึกษาคนที่มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญ ต้องตาเร่งให้มู่ลี่รีบทำเสีย สงสารหลาน มู่ลี่ฟังแล้วคิดเครียด

ooooooo

รุ่งขึ้น มู่ลี่เดินเข้าสำนักงานเห็นพนักงานต่างซุบซิบๆกันมองมาทางตนแล้วหัวเราะกันคิกคัก

ส่วนเจมส์ทำงานอยู่ในห้องตัดต่อ อัศวินเข้ามากำกับอย่างใกล้ชิด แล้วจู่ๆก็มีข้อความจากเพื่อนพนักงานฝ่ายสโตร์เด้งขึ้นมาว่า

“ปุ๋ยสโตร์...เฮ้ย!! พี่เจมส์ พี่วินถูกป้ามู่ลี่จัดการเรียบร้อยแล้วเหรอวะ”

เจมส์เรียกอัศวินมาดู พออัศวินมาอ่านก็สบถทั้งตกใจและหัวเสีย

รัชนกให้พวกใกล้ชิดปล่อยข่าวมู่ลี่กับอัศวินจนซุบซิบนินทากันไปทั้งสำนักงาน รัชนกเชื่อว่าเข้าหูมู่ลี่เมื่อไหร่เธอจะต้องอาละวาดจนพังแน่ แต่มู่ลี่กลับเฉยและมีสมาธิในการทำงานอย่างมั่นคง ดอลลี่โล่งใจที่มู่ลี่ควบคุมอารมณ์ได้ และอัศวินก็โล่งใจที่ป้าเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 7 วันที่ 4 ส.ค.60

ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทประพันธ์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง กำกับการแสดงโดย ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ