อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 8 วันที่ 5 ส.ค.60

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 8 วันที่ 5 ส.ค.60

รัชนกให้พวกใกล้ชิดปล่อยข่าวมู่ลี่กับอัศวินจนซุบซิบนินทากันไปทั้งสำนักงาน รัชนกเชื่อว่าเข้าหูมู่ลี่เมื่อไหร่เธอจะต้องอาละวาดจนพังแน่ แต่มู่ลี่กลับเฉยและมีสมาธิในการทำงานอย่างมั่นคง ดอลลี่โล่งใจที่มู่ลี่ควบคุมอารมณ์ได้ และอัศวินก็โล่งใจที่ป้าเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เมื่อเจอกับมู่ลี่ที่ทางเดินในสำนักงาน ทั้งอัศวินและมู่ลี่ต่างหยุดมองหน้ากันอย่างรู้สถานการณ์

“ป้า...เขาเม้าท์ใหญ่แล้ว”



มู่ลี่นิ่ง คิดหาทางจัดการปัญหานี้แต่ยังมีสติเตือนตัวเองให้เยือกเย็น เมื่อเจอดอลลี่ที่เดือดร้อนกว่าก็กลับเป็นฝ่ายบอกว่าใครอยากเม้าท์ก็เม้าท์ไปเพราะมันไม่ใช่ ความจริง เสียเวลาทำงานเปล่าๆ

รัชนกกับพราวฟ้าที่เป็นตัวปล่อยข่าวเห็นมู่ลี่ไม่สะทกสะท้านก็ด่าว่าหน้าด้าน คนแบบนี้ต้องซ้ำ!! แต่ถูกดอลลี่กระหนาบเสียจนกลุ่มปากหอยปากปูแตกกระเจิง แต่พอดอลลี่เดินผ่านไปก็แถมารุมเม้าท์กันต่อ

สายฝนกับคิกขุเห็นใจมู่ลี่และไม่เชื่อว่าพี่มู่ลี่ของตนจะเป็นแบบนั้นจริง ให้กำลังใจมู่ลี่ให้สู้ๆ

เจมส์ถามอัศวินประสาเพื่อนห่วงเพื่อนว่า ตกลงเขายังงอนป้าหรือเปล่า? แล้วเรื่องนั้นจริงไหม? อัศวินบอกว่าหายงอนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ส่วนเรื่องนั้นไม่จริง เจมส์บอกว่าเชื่อ ถามว่าในใจล่ะ ไม่คิดจริงหรือเพราะออกตัวเป็นห่วงป้าชัดมากนะ

“จูบปากพี่ดอลลี่ร้อยทียังง่ายกว่าคิดอะไรกับป้าว่ะ”

“ไอ้วิน!!!”

เสียงดอลลี่แผดลั่นเข้ามา ทั้งอัศวินและเจมส์ผงะหน้าเจื่อน แต่พอฟังทั้งสองชี้แจงแล้ว ดอลลี่ก็หัวเราะร่า “ฉันก็กะไว้อยู่แล้วว่าไม่มีทาง มู่ลี่กับแกน่ะ...อิมพอสสิเบิ้ล!” แล้วแจกแจงว่าที่ชัวร์เพราะหัวใจมู่ลี่ยังบอบช้ำและต้องเลี้ยงลูก ผัวที่เลิกไปก็ทำตัวยิ่งกว่าลูก อัศวินฟังแล้วบอกว่าก็จริง

“ถ้าจะมีใครมาดูแลหัวใจ มันต้องหาให้ได้ดีกว่าเดิม ไม่ใช่แย่กว่าเดิม อย่างท่านประธานงี้ จะมีผัวใหม่ทั้งที มันต้องปังแบบนี้!!”

ฝ่ายชิษณุก็เฝ้าติดตามเรื่องราวของมู่ลี่ห่างๆอย่างห่วงๆ สุจินต์บอกว่าแบบนี้ดีแล้วยุให้สู้ๆต่อไป

อัศวินกลับมาที่โต๊ะทำงานแล้วนั่งคิดทบทวนที่ดอลลี่พูดว่า

“ถ้าจะมีใครมาดูแลหัวใจ มันต้องหาให้ได้ดีกว่าเดิม ไม่ใช่แย่กว่าเดิม อย่าง...ท่านประธานงี้ จะมีผัวใหม่ทั้งทีต้องปังแบบนี้!!”

คิดถึงคำพูดของดอลลี่แล้ว อัศวินก็ถอนใจพึมพำ

“ยังเคลียร์เด็กเก่าไม่เรียบร้อยเล้ย...ป้า!”

“ถึงกับเพ้อถึงเลยเหรอวะแก!!” ลูกพีชโผล่มาแซว อัศวินตกใจ ลูกพีชเหน็บอีกว่า “ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ลอยไปหาป้าอยู่เหรอ”

ขณะนั้นเอง มู่ลี่เดินตามเข้ามายืนข้างหลังลูกพีช อัศวินตกใจอุทาน “ป้า!”

“เออ ก็ป้ามู่ลี่นั่นแหละ ตกลงแกชอบจริงเปล่า? สเปกผู้หญิงแกเลยนี่หว่า แกเคยบอกว่าชอบผู้หญิงเหมือนแม่” อัศวินบอกให้ลูกพีชหยุด แต่ลูกพีชติดลมถามว่า “แล้วป้าชอบแกเปล่า? แล้วนี่พวกมันเม้าท์กันจริงเปล่า?”

อัศวินพยายามหยุดลูกพีช แต่ลูกพีชยิ่งพูดยิ่งมัน เร่งให้อัศวินตอบเร็วๆ อัศวินเลยชี้ไปข้างหลังลูกพีช พอ หันไปเห็นมู่ลี่ ลูกพีชก็หน้าซีด ทำเป็นอวยพรให้กลับบ้านโดยสวัสดิภาพแล้วจะเดินหนี ถูกมู่ลี่กระชากคอเสื้อกลับมาบอกให้พูดใหม่!

“มันไม่ได้เป็นเกย์...ชายแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะมันโกหกว่าเป็นเกย์” ลูกพีชตอบรัวๆ

“จริงเหรอตี๋” มู่ลี่หันจ้องหน้าขวับ อัศวินอึกอัก มู่ลี่สำทับเสียงเข้มให้พูด!

“ชายแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมโกหกว่าเป็นเกย์” อัศวินหน้าซีดจ๋อยสนิท

มู่ลี่รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า ลูกพีชค่อยๆถอยหายไป มู่ลี่จ้องหน้าอัศวินอย่างผิดหวัง...

ooooooo

มู่ลี่จ้องหน้าอัศวินคาดคั้นขอเหตุผลทำไมต้องโกหกตน อัศวินหน้าซีดเผือดถามว่าถ้าบอกแล้วป้าจะโกรธไหม พอมู่ลี่บอกว่าโกรธก็พูดไม่ออก มู่ลี่เดินหนีไปอย่างหัวเสีย

“เฮ้ยป้า...เดี๋ยวก่อน พูดแล้ว...พูดแล้ว ยอมบอกความจริงทุกอย่าง บอกแล้วจะยังโกรธก็ช่างเถอะ แต่ถ้าไม่โกรธก็ดี อยากให้เข้าใจ อยาก...”

“พอ! ฉันจะใจเย็นฟังเหตุผลของนาย”

“มันตกกระไดพลอยโจน ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกป้า แต่ตอนนั้นพราวฟ้าอยู่ด้วย ผมอยากให้พราวฟ้าเลิกสนใจผม ก็เลย...โกหกว่าเป็นเกย์”

มู่ลี่บอกว่าเข้าใจแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าเขามีโอกาสจะบอกความจริงกับตนแต่ทำไมไม่บอก อัศวินอ้างว่าลืม มู่ลี่ถามว่าแล้วคนอื่นรู้ไหมว่าเขาไม่ได้เป็นเกย์ อัศวินบอกว่ารู้ มู่ลี่ยิ่งเสียความรู้สึกที่ถูกหลอก อัศวินพยายามขอแก้ตัว แก้ไข จะให้ตนทำยังไงก็ได้ให้บอกมา

“รู้ไหม...ตอนนี้ฉันคิดอะไรอยู่” อัศวินเดาว่าอยากฆ่าตน “ไม่ใช่...ฉันเหนื่อย...เหนื่อยมาก เหนื่อยเกินกว่าจะมีปัญหากับใครอีกแล้ว” อัศวินตกใจขอร้องอย่าคิดสั้น ป้ายังมีน้องปลื้มอีกคนนะ “ใช่...ลูกคือคนที่ฉันต้องแคร์มากที่สุด ไม่ใช่คนอื่น โอเค...ขอบใจที่ทำให้ฉันได้คิด”

อัศวินถามว่าแล้วป้ายังโกรธตนไหม มู่ลี่บอกว่า “ไม่โกรธหรอก เข้าใจ แต่คงไม่เหมือนเดิม” พูดแล้วเดินออกไปเลย อัศวินมองมู่ลี่ที่เดินห่างออกไปทุกทีอย่างรู้สึกสูญเสีย...คอตก...เศร้า...

เวลาเดียวกันนั้น เจมส์กำลังจะกลับบ้านเห็นพราวฟ้ากับอั๋นกำลังเม้าท์กันมันหยดจึงแอบฟัง ได้ยินพราวฟ้าบอกอั๋นว่า วันก่อนเห็นมู่ลี่ซ้อนจักรยานอัศวินกอดเอวแน่นเลย อั๋นให้เล่าอีกตนจะได้ไปเม้าท์ต่อ ประจานให้ไม่มีที่ยืนเลย

“ตอนนี้ที่นึกออกก็มีแค่นี้แหละ กอดเอวซ้อนจักรยาน”

อั๋นบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวเจ๊ไปขยาย แล้วคนฟังก็ไปมโนต่อเอง แล้วเดินผละไปอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ พราวฟ้าหันกลับมาเจอเจมส์มองอยู่ด้วยความผิดหวัง พราวฟ้าทำเชิดถามว่าอะไร

“เลิกกันเถอะ” เจมส์พูดอย่างเจ็บปวดผิดหวัง พราวฟ้าทำหน้างงเพราะเจมส์ไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย เจมส์เดินจากมาด้วยหัวใจที่แตกสลายผิดหวังกับคนที่ตนแอบรัก

เดินออกมาเจออัศวินที่เดินซึมมาเหมือนกัน เจมส์บอกว่า “กูอกหัก...ขอกูกอดแป๊บ” อัศวินยืนนิ่งให้เพื่อนกอด ตัวเองก็เจ็บแปล๊บหัวใจสลายเหมือนกัน...

ooooooo

เย็นนี้ ขณะมู่ลี่ขึ้นแท็กซี่กลับ ได้รับไลน์จากชิษณุ “สู้ๆครับ” มู่ลี่ถามว่ารู้ไหมว่าตอนนี้ตนคิดอะไรอยู่ เขาบอกว่า “เหนื่อย??” เธอถามว่ารู้ได้ไง “รู้สึกได้ครับ”

ชิษณุถามว่านอกจากตนแล้วเธอจับโกหกใครได้อีกใช่ไหม มู่ลี่ไม่ตอบ เขาสารภาพว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นทำไมตนถึงไม่กล้าพูดความจริงกับเธอ คงกลัว แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว มู่ลี่ถามว่าทำไม?

“เพราะไม่ได้คาดหวัง เลยไม่มีอะไรจะเสียหรือได้ ...เลยไม่กลัว ความกลัวมีแต่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง”

มู่ลี่อ่านแล้วถอนใจ เก็บโทรศัพท์ตั้งสติ พยายามจะไม่กลัว

คืนนี้ต้องตามาอยู่เป็นเพื่อนมู่ลี่ด้วยความเป็นห่วงที่เจอแต่เรื่องเครียดๆ บอกเพื่อนว่าให้ใช้สติเยอะๆ มู่ลี่บอกว่าที่ตนต้องใช้สติเยอะก็เพราะลูก ตนจะเดินหน้าต่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองกับลูก ต้องตาดักคอว่าพูดเหมือนจะคืนดีกับพงศ์พิสุทธิ์

มู่ลี่บอกว่าตนมาไกลมากแล้ว ไม่มีการคืนดี ตนหมดรักแล้วที่ทนอยู่ก็เพื่อลูก ส่วนคนใหม่ที่ต้องตาถามมู่ลี่บอกว่าไม่ต้องพูดถึง ไม่คิด เพราะเข็ดแล้ว ฝากต้องตาไปบอกพี่ยักษ์ด้วยว่าเลิกชงได้แล้ว

คืนเดียวกันนี้ พงศ์พิสุทธิ์ไปหาแม่ที่บ้าน ขอร้องแม่อย่าเกลียดมู่ลี่ได้ไหม ตนจะพาลูกเมียกลับบ้าน

บริสุทธิ์ถามว่าฝันไปหรือเปล่า ย้ำว่าให้พาหลานกลับมาแต่แม่มันไม่เอา

“งั้นผมคงทำให้แม่ไม่ได้” พงศ์พิสุทธิ์แข็งข้อจนบริสุทธิ์ชะงักจ้องหน้าถามว่ากล้าเหรอ! “ผมขอโทษครับ แต่นี่เป็นชีวิตผม ไม่ใช่ชีวิตแม่ ช่วยปล่อยผม ให้ผมมีชีวิตของตัวเองได้ไหมครับ” บริสุทธิ์ถามว่าถ้าตนไม่ยอมล่ะ “แม่ก็จะไม่ได้เห็นหน้าผมอีก”

บริสุทธิ์อึ้งพูดไม่ออก พงศ์พิสุทธิ์หันเดินออกไปทั้งเสียใจเจ็บใจแต่ไม่ยอมแพ้ เขาเดินจากแม่มาอย่างโล่งใจที่ได้สลัดพ้นจากการครอบงำบงการของแม่เสียได้ เดินไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง...

ooooooo

คืนนี้ชิษณุนัดอัศวินออกมากินอะไรกัน อัศวินพาไปนั่งกินบะหมี่เกี๊ยวข้างทาง ชิษณุที่แต่งลำลองสบายๆ แต่ดูดีนั่งกินด้วยอย่างสนิทใจ เขาบอกอัศวินว่านอกเวลางานคุยกันสบายๆ เรียกตนว่าลุงก็ได้

ชิษณุถามอย่างรู้กันว่าทุกอย่างโอเคไหม เคลียร์กับมู่ลี่หรือยัง อัศวินถอนใจเฮือกใหญ่บอกว่าเคลียร์แล้วแต่ก็ไม่เคลียร์ ชิษณุทำหน้างง อัศวินชี้แจงว่า

“เคลียร์เรื่องที่ทะเลาะกันที่ต่างจังหวัดแล้ว แต่มาเจอเรื่องใหม่ ป้าจับได้ว่าผมโกหกเรื่องเป็นเกย์”

“นั่นไง” ทั้งชิษณุและอัศวินต่างถอนใจออกมาพร้อมกัน ชิษณุถามว่าตนควรทำยังไงดี ปากป้าก็บอกว่าไม่โกรธแต่มันไม่เหมือนเดิม

“ผมจะช่วยให้คุณสองคนกลับมาเหมือนเดิม ผมไม่อยากให้มู่ลี่เสียเพื่อนที่ดีอย่างคุณไป ชีวิตของเขาต้องมีเพื่อนช่วยประคับประคอง ไม่อย่างนั้นคงเหนื่อยกว่านี้”

อัศวินมองชิษณุอย่างประทับใจ เอ่ยอย่างซึ้งใจว่าเขาดีกับป้าจริงๆ พี่ดอลลี่พูดถูก ชิษณุถามว่าดอลลี่พูดอะไร

“อ๋อ...พี่ดอลลี่ชมลุงว่าดี ส่วนผมน่ะ...” อัศวินก้มมองชามบะหมี่แล้วเปลี่ยนเรื่องไม่มีปี่มีขลุ่ยว่ากากหมูอร่อยดี แล้วกินต่อหน้าตาเฉย

มู่ลี่ตัดสินใจไปพบจิตแพทย์โดยมีต้องตาไปเป็นเพื่อน ออกจากห้องให้คำปรึกษาแล้วต้องตาถามว่าเป็นไงมั่ง มู่ลี่บอกว่าเหมือนยกภูเขาออกจากอก ขั้นต่อไปก็คือลงมือทำ ทั้งสองเดินออกไปอย่างสบายโล่งโปร่งใจ ในสมองของมู่ลี่ ยังแว่วเสียงคุณหมออยู่ตลอดเวลาว่า...

“คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จ จิตใจต้องเข้มแข็ง พลังใจจากใครก็ไม่สำคัญเท่ากับพลังใจของตัวเอง”

ส่วนกับน้องปลื้มนั้น หมอแนะนำว่า

“คุณแม่ต้องคุยกับลูกให้รับรู้ว่า ถึงคุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ความรักที่มีให้เขายังเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ยังอยู่พร้อมหน้ากันไม่ได้เท่านั้น...ต้องร่วมมือกันทั้งคุณพ่อคุณแม่นะคะ ลูกจะได้ไม่สับสน ให้เห็นแก่ลูกให้มากที่สุด แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือ คุณแม่อาจจะต้องทำหน้าที่แทนคุณพ่อไปก่อน”

กลับมาที่คอนโดแล้ว มู่ลี่ตัดสินใจว่าตนต้องคุยกับพงศ์พิสุทธิ์ก่อน เราควรคุยกับลูกพร้อมกัน แต่ต้องตาเห็นว่าอย่างแรกมู่ลี่ต้องอโหสิกรรมพงศ์พิสุทธิ์ก่อนไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ไม่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ ถ้าเธอยังเกลียดเขาอยู่อย่างนี้

“อืม...” มู่ลี่ทำเสียงตอบรับต้องตา มองน้องปลื้มที่นั่งทำการบ้านอยู่อย่าง...สงสารลูกจับใจ
เมื่อต้องตากลับบ้านแล้วพยายามโทร.หาพี่ยักษ์ แต่เขาไม่รับสาย ต้องตาร้อนใจกดโทร.ไม่หยุด

ที่แท้ที่ยักษ์จงใจไม่รับสายต้องตา แต่กลับโทร.หามู่ลี่บอกว่า “พี่จะเลิกกับต้องตา” มู่ลี่ตกใจ แต่พี่ยักษ์ชี้แจงว่าคบกับต้องตามานานมากแล้ว แต่เธอไม่ยอมแต่งงานสักที จึงจะทำตัวเหินห่างเพื่อให้ต้องตาหันมาสนใจและคิดเรื่องนี้ ทำนอง...แกงจืด จึงรู้คุณเกลือ โดยมีมู่ลี่ร่วมมือคอยกระตุ้นต้องตาอีกทาง

ได้ผล เพราะต่อมาพอพี่ยักษ์โทร.มาต้องตาก็รีบรับสายทันที...

ooooooo

ฝ่ายพงศ์พิสุทธิ์ ความโหยหาลูกและชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองที่จะเลิกเหล้าเด็ดขาด เขาให้บุปผาช่วย บุปผาจะช่วยแต่มีเงื่อนไขว่า

“ต้องสัญญากับแม่ก่อนนะ ว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดทั้งฐานะผัวและพ่อ เพราะถ้าเหลวไหลอีกแม่คงช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้วนะ” เมื่อพงศ์พิสุทธิ์สัญญา บุปผาวางแผน “งั้นก็ทำตามแผนแม่ มู่ลี่มันฉลาด หลอกยาก...แม่จัดการเอง”

จู่ๆวันนี้บุปผาก็ขนกระเป๋าหลายใบขึ้นแท็กซี่ไปที่คอนโดมู่ลี่บอกว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อน มู่ลี่จะได้ไม่เหนื่อย แต่ให้พงศ์พิสุทธิ์มาส่งและช่วยขนกระเป๋าให้ พอมู่ลี่เห็นพงศ์พิสุทธิ์ก็สั่งให้เขาอยู่แค่ล็อบบี้

“อ้าว ทำไมล่ะ พ่อเขาอยากเจอลูก” บุปผาทำหน้าตายถาม มู่ลี่บอกว่าตนมีเหตุผลของตน ก็ถูกแม่ด่าว่า “แกอย่าใจดำนักเลยน่ะ”

“ไม่เป็นไรครับแม่”

ทั้งสามตึงเครียดกันอยู่ ต้องตาเห็นดังนั้นจึงขอปลีกตัวขึ้นไปดูน้องปลื้มบนห้อง ปล่อยให้ทั้งสามคนแก้ปัญหากันเอง

บุปผาด่ามู่ลี่ว่าใจดำ พ่ออุตส่าห์มาหาจะให้ลูกเจอกันสักหน่อยก็ไม่ได้ มู่ลี่บอกว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ บุปผาพยายามบอกมู่ลี่ว่าพงศ์พิสุทธิ์เปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่เหมือนเดิมแล้ว

“หนูไม่ได้กีดกันพ่อไม่ให้เจอลูก แต่มันต้องมีการปรับปรุงตัวเพื่อลูกบ้าง ที่สำคัญ หนูต้องมั่นใจว่า แม่กับพงศ์ไม่ได้มีนอกมีในกัน”

“ไม่มี้...” บุปผาปฏิเสธเสียงสูง มู่ลี่มองแม่อย่างไม่ไว้ใจ บุปผาจึงเปลี่ยนเรื่องคุย

ooooooo

อัศวินเคลียร์กับมู่ลี่แล้ว ผลคือเข้าใจแต่ไม่เหมือนเดิม อัศวินซึมๆเศร้าๆจนดวงใจถามว่าทะเลาะกับมู่ลี่หรือเปล่า อัศวินปดว่าเปล่า

“เมื่อวานเขามาบอกว่ากำลังจะหาคนไปรับลูกแทนอาสม แล้วก็...อาจจะยกเลิกปิ่นโตด้วย”

“ก็...คงตามนั้น” อัศวินตอบอย่างยอมรับสภาพ ดวงใจถามว่าทะเลาะกันใช่ไหม อัศวินย้อนถามว่าเขาว่ายังไงล่ะ ดวงใจบอกว่าเขาบอกว่าเกรงใจกับสงสารลูก ลูกเหนื่อยจะหาทางใหม่

“ก็...ตามนั้นแหละ” อัศวินตอบเซ็งๆ

เจ๊สมกับอาม่าแอบดูการล้วงความลับของดวงใจอยู่ เมื่อไม่ได้ผลก็มองกันเซ็ง แต่เจ๊สมเชื่อว่าอาการซึมของอัศวินต้องเกี่ยวกับมู่ลี่แน่ๆ อัศวินบอกดวงใจว่าวันนี้ให้เฮียตู่เอาปิ่นโตไปส่งให้มู่ลี่แทนตนที ดวงใจถามว่าทำไม อัศวินไม่ทันตอบก็ถูกเจ๊สมเข้ามาล็อกคอ

อัศวินถามว่าจะทำอะไร เจ๊สมสั่งให้เงียบแล้วลากอัศวินเข้าข้างใน ดวงใจกับอาม่ารีบตามเข้าไป

พอเข้าไปข้างใน อาม่าก็ทำท่าราวกับนักสืบยกขาพาดเก้าอี้เรียกเสียงเข้ม

“ไอ้ตี๋!!!”

“ม่า...ไม่เจ็บเข่าหรือไง” อัศวินพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย แต่ไม่มีใครเล่นด้วย ทุกคนปรามว่าห้ามถาม ให้ตอบอย่างเดี่ยว แล้วตั้งหลักซักฟอกทันที

“ลื้อเป็นอะไร ทำไมซึม” อาม่าถาม อัศวินบอกว่านอนดึก ถูกอาม่าดีดหูเผียะ “โกหก อั๊วเห็นลื้อเข้านอนเร็วทุกวัน” อัศวินบอกว่าเข้านอนเร็วแต่ไม่หลับ กว่าจะหลับก็เกือบเช้า อาม่าถามว่าทำไมไม่หลับ เขาบอกว่าคิดงานไม่ออก เจ๊สมแทรกว่าโกหกเพราะเจมส์บอกว่าเขาคิดงานได้ลื่นปื๊ดๆ อาม่าดีดหูอีกเผียะ ถามว่าทะเลาะกับมู่ลี่ใช่ไหม

อัศวินรีบเอามือปิดหูบอกว่าไม่ได้ทะเลาะ ดวงใจบอกว่างั้นก็เอาปิ่นโตไปส่ง อาม่าตั้งท่าจะดีดหูอีก อัศวินเลยบอกว่าไปก็ได้ แล้วคว้าปิ่นโตเดินอ้าวไปเลย พออัศวินออกไป ทั้งม้า อาม่า และเจ๊สมก็ปรารภกัน เจ๊สมไม่เชื่ออัศวิน อาม่าก็เห็นว่าอัศวินไม่ปกติ

“สม...ม้าอยากรู้ ตี๋เป็นอะไร คิดอะไร ม้าไม่อยากเห็นตี๋เป็นแบบนี้ ม้าใจไม่ดี”

ทุกคนมองหน้ากันอย่างเป็นห่วง เพราะตี๋ไม่ยอมบอกอะไรเลย...

ooooooo

พอบุปผาเข้าไปในห้อง น้องปลื้มวิ่งมาสวัสดีและกอดยาย บุปผากอดหอมน้องปลื้มด้วยความรักต้องตาถามมู่ลี่ว่าโอเคไหม มู่ลี่บอกว่าไม่รู้ เพราะต้องตาก็รู้อยู่แล้วว่าตนอยู่กับแม่ได้นานที่ไหน

“แต่อย่างน้อยก็ไว้ใจยายได้มากกว่าคนอื่นแหละ หมอบอกไว้ไม่ใช่เหรอว่าให้ขอความช่วยเหลือได้ไม่ต้องอาย แม่แกมาก็ดีเหมือนกันจะได้มีคนช่วยหลาน แคนเซิลบ้านไอ้ตี๋ไปแล้วนี่”
มู่ลี่สับสนบอกไม่รู้สิ...ต้องตางง ถามอะไรก็ว่าไม่รู้เลยตัดบทว่ารู้แล้วโทร.ไปบอกก็แล้วกัน ตนจะต้องไปตรวจสาขา มู่ลี่ถามว่าแล้วเรื่องพี่ยักษ์ล่ะ

“ไว้ก่อน ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันเลือกงานก่อน” มู่ลี่กระทุ้งว่าพี่ยักษ์เขาจะบอกเลิกอยู่แล้วนะ
ต้องตาบอกว่าไม่รู้ ลาบุปผากับน้องปลื้มแล้วรีบไปเลย

น้องปลื้มคุยกับยายกะหนุงกะหนิงน่ารัก มู่ลี่ดูแล้วรู้สึกดีที่แม่มาอยู่ด้วยทำให้น้องปลื้มสดชื่นขึ้น

อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 8 วันที่ 5 ส.ค.60

ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทประพันธ์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง กำกับการแสดงโดย ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ