อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 9 วันที่ 7 ส.ค.60

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 9 วันที่ 7 ส.ค.60

ที่ห้องฝ่ายการตลาด มู่ลี่เตรียมเอกสารเพื่อคุยกับพิธีกร รัชนกเพิ่งมาถึง คิกขุกับสายฝนไม่ทักทายแต่คิกขุแกล้งถามเวลาสายฝนให้รู้ว่าเที่ยงแล้วรัชนกเพิ่งโผล่มา รัชนกกินปูนร้อนท้องถามว่ากัดตนหรือ

รัชนกทำท่าจะเอาเรื่อง มู่ลี่เข้ามาบอกสายฝนว่าฝ่ายบุคคลให้ไปพบเหมือนเอกสารจะยังไม่เรียบร้อย และบอกคิกขุให้ไปสตูกับตน ปล่อยให้รัชนกยืนเหวออยู่คนเดียว จะด่าก็ด่าไม่ทัน แต่ยังกร่างปรามทั้งห้องดังๆ

“ใครมีอะไรทำก็ทำไปเลยนะ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”



เมื่อมู่ลี่ คิกขุ และสายฝนออกมาแล้ว สายฝนจึงรู้ว่าฝ่ายบุคคลไม่ได้เรียกตนแต่มู่ลี่ช่วยกันออกมาจาก รัชนกเท่านั้น มู่ลี่สอนน้องทั้งสองว่า

“ฟังพี่นะ อย่ายอมให้ความไม่ถูกต้องชนะเราเด็ดขาด” สายฝนรับคำอย่างฮึกเหิมเต็มที่ “ถ้าไม่มีอะไรทำว่างๆก็ไปที่สตูสิ” มู่ลี่ชวนทั้งสองไปที่สตูเพื่อบรีฟพิธีกร

ที่ห้องแต่งตัวสตูดิโอ จอนนี่กับอริสราคู่พิธีกรที่ถูกสั่งพักงานเพราะทะเลาะกันจนเสียงาน คราวนี้กลับมาอย่างหวานแหววกันจนเลี่ยน ป้อนขนมกันจนพอแล้วจอนนี่บอกอัศวินว่าบรีฟได้เลย อัศวินบอกให้รอมู่ลี่เจ้าของงานก่อน

ครู่เดียวมู่ลี่ คิกขุ กับสายฝนก็เดินเข้ามา อัศวินพยายามไม่มองหน้ามู่ลี่ อริสรากับจอนนี่จำมู่ลี่ได้ มู่ลี่แนะนำให้รู้จักกับคิกขุและสายฝน แล้วถามอัศวินว่าเริ่มกันได้หรือยัง อัศวินบอกว่ารอป้าอยู่ มู่ลี่บอกให้เริ่มเลย แต่ขณะนั้นเองชิษณุก็เข้ามาบอกว่าอยากดูด้วย ให้ทำงานกันไปเลยไม่ต้องเกรงใจตน

ลูกพีชแนะนำให้อริสรากับจอนนี่รู้จักกับประธานกรรมการบริหารบริษัท ทั้งสองไหว้ชิษณุ พอเอามือลง ตรีดาวก็โผล่มาพร้อมแพตตี้ ลูกพีชรีบแนะนำว่านี่คือรองประธานกับเลขา สองคนยกมือไหว้อีก

“อยากเห็นกระบวนการทำงานค่ะ จะได้เข้าใจภาพรวม ถ้ามีอะไรผิดพลาดจะได้รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จากใคร จะได้จัดการได้ถูกจุด” ตรีดาวพูดอย่างผู้มีอำนาจ มู่ลี่อึ้ง ชิษณุถอนใจที่ตรีดาวเล่นไม่เลิก

จอนนี่ถามอัศวินว่ายังมีใครมาให้พวกตนสวัสดีอีกไหม อัศวินบอกว่าคงหมดแล้ว พอดีอั๋นเดินเข้ามาทั้งสองยกมือไหว้พร้อมกัน ลูกพีชบอกว่า “นั่นอีอั๋น ไม่ต้อง!” สองคนหดมือแทบไม่ทัน อัศวินสั่งให้เริ่มงานกันเลย เมื่อทุกคนเข้าประจำที่ อัศวินเป็นคนบรีฟ มู่ลี่คอยกำกับและคนอื่นๆคอยสังเกตการณ์

ooooooo

พงศ์พิสุทธิ์เรียกประชุมที่โปรดักชั่นเฮาส์ แจ้งที่ประชุมว่าวันนี้อยู่ได้แค่บ่ายสามเพราะต้องไปรับลูก ลูกน้องต่างมองด้วยสายตาล้อๆกับการเปลี่ยนแปลงของเขา

พอประชุมเสร็จแม้แต่กาแฟก็ไม่ดื่มบอกว่าจะรีบไปกลัวรถติด พนักงานคนหนึ่งเอ่ยแซวว่า

“พี่เปลี่ยนจนผมงง ชวนไปกินเหล้าก็ไม่ไป”

พงศ์พิสุทธิ์ยิ้มพยักหน้ามั่นใจ “เอาใจช่วยนะพี่” “ขอบใจ” แต่พอเขาจะเดินออกไปก็เจอกีวี่ยืนยิ้มหวานให้อยู่ เขามองงงๆ

ที่แท้บริสุทธิ์โทร.จ้างกีวี่ทำอย่างไรก็ได้ให้พงศ์พิสุทธิ์เลิกยุ่งกับมู่ลี่ กีวี่เล่นแง่ถามว่าทำแล้วจะยอมรับตนหรือเปล่าล่ะ บริสุทธิ์ไม่พอใจแต่ก็ยอมๆไปก่อนแล้วค่อยมาแก้ภายหลัง บอกกีวี่ว่า

“ถ้าทำให้ตาพงศ์กลับมาอยู่กับเธออีกครั้งได้ฉันก็ไม่ห้าม จะเอาใครเป็นเมียก็ช่างแต่ต้องไม่ใช่นังเมียเก่านั่น”

กีวี่ยิ้มสมใจ เอามือถือออกมาโชว์บอกว่าตนอัดคลิปไว้เป็นหลักฐานแล้วและตอบตกลงรับงานทันที บริสุทธิ์จำต้องยอม เจ็บใจที่เสียรู้กีวี่

เมื่อกีวี่มาพบพงศ์พิสุทธิ์ เขาบอกว่ามีอะไรจะพูดก็รีบพูดตนจะรีบไปรับลูก กีวี่ถามว่าตกลงจะคืนดีกับเมียแน่ใช่ไหมตนจะได้ตัดใจให้เด็ดขาด พงศ์พิสุทธิ์ยืนยันว่า ใช่ ตนไม่เคยรักใครนอกจากมู่ลี่คนเดียว

กีวี่ด่า “คนเลว” เขารับว่าใช่ ฉะนั้นก็อย่าสนใจหรือรอตนเลย กีวี่พูดขู่ว่าตนจะฆ่าตัวตายแล้ววิ่งออกไป ทำให้เขาตกใจรีบวิ่งตามไปคว้าแขนไว้ บอกให้มีสติหน่อยไม่อายคนบ้างหรือ

“ปล่อย!!! หนูจะไปตายที่ไหนก็ไม่ต้องมาสนใจ!” กีวี่โวยวายร้องไห้ลั่น

พงศ์พิสุทธิ์ร้อนใจจะปล่อยกีวี่ไว้ก็ไม่ได้ แต่ก็กลัวไปรับลูกไม่ทัน ละล้าละลังลำบากใจ

ooooooo

ต้องตาแทบสติแตกเมื่อพี่ยักษ์บอกให้ห่างกันสักพัก ขับรถไปหาบุปผาที่คอนโดเล่าเรื่องพี่ยักษ์ให้ฟังไปร้องไห้ไป บุปผาฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ฟันธงว่า “มันมีแฟนใหม่ชัวร์!”

ต้องตาหุนหันออกจากคอนโดไปที่ออฟฟิศพี่ยักษ์ถามว่าเขามีคนใหม่หรือเปล่า! พี่ยักษ์บอกว่าไม่มีต้องตาประกาศว่าตนจะไม่ยอมเสียพี่ยักษ์ไป พี่ยักษ์ถามว่าเธอทำได้หรือ จะทำให้ตนรู้สึกว่ามีค่ากับเธอจริง

“เดี๋ยวจะทำให้ดู” ต้องตาขึงขังจนพี่ยักษ์อึ้ง

ที่ออฟฟิศว้าว รัชนกโทร.ตามหาสายฝน ติดต่อไม่ได้ก็ถามพนักงาน พนักงานบอกว่าเห็นไปสตูดิโอ

“ไปสาระแนกับนังมู่ลี่ล่ะสิ! นังนกสองหัว!!!” รัชนกด่าแล้วเดินอ้าวออกไปเลย

ที่สตูกำลังเซตรายการโฆษณาข้าวลืมผัวยี่ห้อ เอ็ม-วัน โดยมีอริสรากับจอนนี่เป็นพิธีกร ปรากฏว่าทั้งสองเล่นได้ผ่านฉลุย อัศวินสั่งคัตโล่งใจที่งานเสร็จลุล่วงไปด้วยดี ทุกคนที่สังเกตการณ์อยู่ต่างยิ้มยินดีพอใจ คิกขุชมว่า “เยี่ยมเลยค่ะพี่”

มู่ลี่บอกว่าต้องชมครีเอทีฟ พลางปรายตาไปทางอัศวิน เขาขอบคุณป้า

งานนี้ได้รับคำชมจากทุกคนโดยเฉพาะชิษณุทำให้ตรีดาวยิ่งหมั่นไส้ แพตตี้แทรกเข้ามาบอกตรีดาวว่ามีข้อมูลบางอย่างมาเล่าให้ฟัง ตรีดาวสนใจจี๋ขึ้นมาทันที

ooooooo

พงศ์พิสุทธิ์ถูกกีวี่แกล้งถ่วงเวลาจนไปรับน้องปลื้มเกือบไม่ทัน เขานั่งมอเตอร์ไซค์บึ่งไปก่อนแล้วให้ลูกน้องขับรถตามไป

มู่ลี่โทร.มาเช็กกับพงศ์พิสุทธิ์ น้องปลื้มช่วยพ่อ บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย พงศ์พิสุทธิ์ขอบคุณครูนกน้อยแล้วรีบจูงน้องปลื้มกลับ

มู่ลี่สบายใจที่พงศ์พิสุทธิ์รับน้องปลื้มกลับเรียบร้อยแล้ว ขณะคุยเล่นอยู่กับคิกขุและสายฝนนั่นเอง แพตตี้ก็แจ๋มาบอกว่า “คุณตรีดาวให้คุณมู่ลี่ไปพบค่ะ จะสั่งงาน”

พอมู่ลี่ไปพบ ตรีดาวยื่นแคตตาล็อกให้บอกว่าเป็นโปรดักส์ที่อยากให้เธอทำรายการ มู่ลี่ดูแล้วถามงงๆว่าเป็นเครื่องจับโกหก?

“ใช่ ไม่มีขายในเอ็ม-วัน ซึ่งจริงๆแล้วเป็นงานของรัชนก แต่ฉันเปลี่ยนใจ คุณชิษณุชมว่าเธอทำรายการ พรีเซนต์โปรดักส์ที่เกี่ยวกับครอบครัวได้ดี นี่ก็เป็นโปรดักส์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตครอบครัว เธอน่าจะถนัดนะ ไอ้พวกเรื่องผัวๆชอบโกหก ไปมีชู้ มีกิ๊ก...บ้านแตกมาแล้วนี่ ประสบการณ์ตรงน่าจะช่วยได้”

มู่ลี่ถูกหลอกด่าก็มองนิ่ง ดอลลี่เห็นท่าจะมีเรื่องจึงบอกให้รับไว้ บอกตรีดาวว่าจบนะคะ มู่ลี่ออกไป ตรีดาวบอกว่ายังพูดไม่จบ สั่งว่าต้องการให้จอนนี่กับอริสราเป็นพิธีกร และอยากเห็นคอนเซปต์กลยุทธ์รูปแบบรายการในวันนี้ไม่เกินสามทุ่ม ส่งทางอีเมล

ดอลลี่ทักท้วงว่ารีบขนาดนั้นเลยหรือ ก็บอกว่าตนรีบ ถามว่าหรือทำไม่ได้ ไม่มีความสามารถ

ดอลลี่กับมู่ลี่ถอนใจเถียงไม่ออก พอออกมานอกห้องดอลลี่บอกมู่ลี่ว่าตรีดาวแกล้งเธอ มู่ลี่ไม่อยากมีเรื่องบอกว่า “ช่างเถอะ”

“ช่างไม่ได้ เพราะมันจะไม่ใช่แค่นี้ มันต้องมีแผนซ้อนแผน” ดอลลี่จิกตาเอาเรื่อง

ตรีดาวบอกแพตตี้อย่างสะใจว่าถ้าข้อมูลเกี่ยวกับพิธีกรสองคนนั้นเป็นจริงงานนี้พังแน่ แพตตี้ยุว่าเกรงบอสจะปกป้องอีก ตรีดาวบอกว่าต้องหาทางทำให้ชิษณุพูดอะไรไม่ได้สิ อย่าโง่! สั่งแพตตี้ว่าถ้าได้รับอีเมลให้ โทร.บอกทันที

แต่พอจะออกจากห้องทำงาน รัชนกก็หน้าตึงเข้ามาถามว่า

“เอางานฉันให้นังมู่ลี่ได้ยังไงคะ? ขอเหตุผลค่ะ!”

ตรีดาวถูกรัชนกใช้ท่าทีแข็งกร้าวก็ไม่พอใจ คิดจะสั่งสอนเสียให้เข็ด

ooooooo

มู่ลี่จำต้องให้อัศวินมาช่วย ทั้งสองหัดใช้เครื่องจับโกหกกัน ทั้งหวาดเสียวและสนุกสนานจนได้หัวเราะกัน มู่ลี่บอกว่าเครื่องนี้ก็ดีเหมือนกันนะ บันเทิงดี

ทดลองใช้เครื่องจับโกหกกันจนดึก มู่ลี่จึงชวนอัศวินไปหาอะไรกินกันเพราะดอลลี่ให้ค่าอาหารไว้

ฝ่ายต้องตาว้าวุ่นใจเรื่องพี่ยักษ์ของพักความสัมพันธ์ ไปหาดอลลี่ พากันไปนั่งที่ร้านอาหาร สั่งอาหารแล้วตัวเองก็เอาแต่นั่งร้องไห้ ดอลลี่ขอกินให้อิ่มก่อนค่อยทำหน้าที่ที่ปรึกษา

แต่พอกินอิ่มแล้วก็บอกต้องตาว่าตนมีคำปรึกษาที่ดีให้ บอกให้หายใจลึกๆ เตรียมฟังให้ดี ต้องตาทำตาม ดอลลี่ก็โพล่งออกมาว่า

“เลิก!!!”

“นังดนัย!!!” ต้องตาลุกเดินหนีไปเลย บอกว่าตนต้องการคำปรึกษาที่ดีไม่ใช่ยุ ยืนยันว่าตนไม่มีทางเลิกกับพี่ยักษ์เด็ดขาด คนดีอย่างนี้ร้อยปีถึงจะมีมาเกิดสักคน ตนต้องการแค่มาระบายไม่ได้ต้องการคำแนะนำ

ดอลลี่เปรยว่าพอพูดจี้ใจดำก็ร้องไห้ ต้องตาถามว่า “แล้วตอนนี้ฉันจะทำอะไรที่ดีกว่านี้ล่ะ” ดอลลี่บอกว่างั้นก็ร้องไปก่อนตนจะอยู่เป็นเพื่อน พลางก็พูดติดตลกกับคนที่มองต้องตาว่าไม่ต้องมอง คนร้องไห้ เชิญข้างหน้าเลยค่ะ...ดอลลี่พูดตลกเสียจนต้องตาหัวเราะออกมา

มู่ลี่กับอัศวินออกไปหาอะไรกินกัน ขณะจะเดินข้ามถนน อัศวินคว้ามือมู่ลี่จูงข้ามไปด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง มู่ลี่ชะงัก...อัศวินบอกว่ารถมา! เมื่อรถผ่านไปแล้วจึงบอกว่า “เดินไปด้วยกัน”

มู่ลี่รู้สึกดี ปล่อยให้อัศวินจูงจนข้ามถนนไปอีกฝั่งเธอจึงชักมือกลับใจเต้นแรงพิกล อัศวินรู้ตัวรีบกลบเกลื่อนถามว่าจะกินอะไรดี มู่ลี่เสนอให้กินเอ็ม-วันและซื้อไปฝากเด็กๆด้วย

ขณะอัศวินกับมู่ลี่เดินอยู่ริมถนนนั้น ชิษณุอยู่อีกฟากหนึ่งมองมาอย่างสงสัย จะเรียกก็ไม่ทันจึงมองตามไป คิดถึงตอนกลางวันที่ดอลลี่โทร.มาบอกว่าอยากให้เขาไปส่งมู่ลี่ที่บ้าน ชิษณุขอบคุณและจะรับฟัง ดอลลี่บอกว่าก็เอาที่สบายใจก็แล้วกัน แล้ววางสายเลย

ooooooo

หลังจากพราวฟ้าถูกอัศวินบอกตรงๆว่าให้เลิกตื๊อตนเพราะยิ่งตื๊อก็มีแต่จะยิ่งเจ็บ พราวฟ้าอกหักพังทลาย เย็นนี้ไปนั่งนิ่งเหม่อลอยอยู่ที่ป้ายรถเมล์

เจมส์ยังรักพราวฟ้ามั่นคง ตามไปคอยดูห่างๆ อย่างเป็นห่วงจนคนขึ้นรถเมล์ไปเกือบหมดแล้วแต่พราวฟ้ายังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เจมส์จึงเดินออกไปซื้อนมที่ร้านเอ็ม-วัน ที่อัศวินกับมู่ลี่เข้าไปหาของกินอยู่

อัศวินเห็นเจมส์ถามว่ายังไม่กลับหรือ เจมส์ไม่ตอบแซงไปหยิบนมขวดหนึ่งแล้วเดินไป อัศวินบ่นว่าถามก็ไม่ตอบ เจมส์พูดพลางเดินพลางว่า “เดี๋ยวไม่ทัน” แล้วออกไปเลย

ที่แท้เจมส์มาซื้อนมให้พราวฟ้า พราวฟ้ามองอึ้งๆ เมื่อเห็นขวดนมยื่นมาตรงหน้า เจมส์พูดอย่างอ่อนโยนว่ากินซะ รองท้อง พราวฟ้าขอบคุณ พอเจมส์จะไปก็เรียกไว้ถามว่า ที่บอกเลิกกับตน เลิกอะไรตนคิดไม่ออก เจมส์ถามว่าแล้วที่นั่งซึมไม่ใช่เพราะคิดมากเรื่องไอ้วินหรือ

พราวฟ้าบอกว่าเลิกคิดตั้งแต่ทิ้งทิชชูซับน้ำตาเมื่อตอนเย็นแล้ว เจมส์ถามว่าตกลงตัดใจได้แล้ว?

พราวฟ้าเร่งว่าตกลงให้เลิกอะไรรีบบอกมาตนจะกลับบ้านแล้ว

“เลิกชอบเธอไง” เจมส์โพล่งออกไป พราวฟ้าเหวอ อึ้ง ถามว่าทำไมตนไม่รู้เลย “มีแต่เธอที่ไม่รู้” เจมส์พูดแล้วเดินไปเลย พราวฟ้าทั้งตกใจ ดีใจ เลือดซาบซ่าไปทั้งตัว มองขวดนมอย่างซึ้งใจ รีบเรียก

“เดี๋ยว...เลิกเหรอ...อย่าเพิ่งเลิกสิ” พราวฟ้ากวาดตามองหา แต่เจมส์หายไปแล้ว...

มู่ลี่กับอัศวินเข้าไปในร้านเอ็ม-วัน พนักงานถามว่าจะรับซาลาเปาไหมคะ? มู่ลี่บอกว่าไม่ดีกว่าเพราะยังนึกสยองกับรสชาติที่ไม่เอาไหน

“ตอนนี้เป็นสูตรใหม่แล้วค่ะ ลูกค้าติดใจ ขายไม่ทันเลยค่ะ”

อัศวินบอกลองดูก็ดี มู่ลี่บอกให้ซื้อเผื่อเด็กๆด้วย

ขณะอัศวินกับมู่ลี่เดินถือถุงซาลาเปากลับว้าวนั่นเอง ทั้งสองชะงักเมื่อเจอพงศ์พิสุทธิ์ยืนหน้าเข้มมองอยู่ เขาเดินเข้ามาถามอย่างไม่พอใจว่า

“ไหนบอกว่าต้องทำงานส่ง แล้วทำอะไรอยู่ ลูกรอกลับบ้าน แต่แม่มันมาเดินคิกคักอยู่กับผู้ชาย”

มู่ลี่ถามว่ามาทำไม เขาบอกว่ามารอรับกลับ ไม่อยากให้กลับดึก มู่ลี่บอกว่าตนจะกลับกับตี๋ เขาถามทันทีว่าไปรถอะไร พออัศวินบอกว่าจักรยาน เขาถามประชดว่าแล้วเมื่อไหร่จะถึง?

พงศ์พิสุทธิ์บอกว่าตนไม่อยากชวนทะเลาะ แต่เป็นห่วงอยากให้ไปหาลูกเร็วๆ เร่งให้รีบไปทำงานเสียตนจะรอ อัศวินบอกให้มู่ลี่กลับกับเฮียจะได้ถึงบ้านเร็ว แล้วหันไปพยักพเยิดกับพงศ์พิสุทธิ์แต่ถูกหน้าตึงไม่พอใจที่ถูกเรียกเฮีย อัศวินเลยเปลี่ยนเป็นเรียกพี่เอาใจ ชวนมู่ลี่รีบไปทำงานจะได้เสร็จเร็วๆ

“ดีออก...มีเฮียมาคอยรับส่ง ป้าจะได้ไม่เหนื่อย” อัศวินพึมพำเดินตามมู่ลี่ที่เดินจ้ำไปอย่างหงุดหงิด

ooooooo

หลังจากเผชิญหน้ากับมู่ลี่และอัศวินแล้ว พงศ์พิสุทธิ์โทรศัพท์รายงานบุปผาว่าเจอมู่ลี่แล้วอยู่กับเด็กขาย ซาลาเปา บุปผาบอกว่าตนไม่ไว้ใจเลย ดูๆทั้งมู่ลี่และน้องปลื้มสนิทสนมและไว้ใจเขามาก

พงศ์พิสุทธิ์บอกว่าตนก็ไม่ไว้ใจ บุปผาแนะว่าเขาต้องทำให้มู่ลี่ใจอ่อนเร็วๆ ต้องใจเย็น เอาใจให้มากอย่าเถียง เชื่องไว้ก่อน เมื่อก่อนเคยเป็นยังไงตอนนี้ก็ต้องเป็นตรงกันข้าม

“ต้องขนาดนั้นเลยเหรอครับแม่...ครับ...จะพยายามครับแม่” บุปผาเน้นว่าอย่าใช้คำว่าพยายาม แต่ต้องทำให้ได้ พงศ์พิสุทธิ์รับคำอย่างขัดใจ วางสายอย่างหงุดหงิด แล้วก็ต้องชะงักเมื่อกีวี่โทร.เข้ามา

“ว่าไงกีวี่...” เขาอึ้ง ครุ่นคิด ดูนาฬิกาแล้วบอกว่าตนมีเวลาแค่สองชั่วโมง วางสายแล้วรีบเดินออกไป

ชิษณุได้แพตตี้นกสองหัวรายงานการเคลื่อนไหวของตรีดาวทุกระยะ ครั้งล่าสุดแพตตี้รายงานว่า

“คุณตรีดาวตั้งใจจะทำให้งานของคุณมู่ลี่พัง แล้วจะใช้เป็นสาเหตุให้ไล่ออกค่ะบอส หนูท้วงไปว่าบอสไม่ได้อะไรกับคุณมู่ลี่เลย แต่คุณตรีดาวก็ไม่ยอมฟัง บอกว่า ยังไงก็เกลียดขี้หน้าอยู่ดี”

ดังนั้นคืนนี้ขณะเขาเดินออกมาส่งตรีดาวหลังจากเธอมาทานข้าวกับคุณหญิงมณฑาทิพย์คุณแม่ของเขา ชิษณุปรามเข้มเธอว่า

“ถ้าพี่รู้ว่าดาวตั้งใจแกล้งคุณมู่ลี่โดยใช้เรื่องงานบังหน้า พี่จะให้ดาวกลับมาทำงานที่เฮดออฟฟิศ”

ตรีดาวตกใจตัดพ้อว่าทำไมมองตนแบบนี้

“พี่รู้ทุกเรื่องของทุกคนในออฟฟิศนะ อยู่ที่ว่าจะพูดหรือไม่ แล้วจะให้คณะกรรมการพิจารณาถอดดาวออกจากบอร์ด เพราะดาวไม่มีความเป็นมืออาชีพที่จะทำงานในภาพใหญ่ขนาดนี้ได้ มันทำให้เกิดความเสียหายที่ประเมินไม่ได้ตามมา พี่ไม่อยากเสี่ยง”

“พี่ณุเห็นดาวเลวร้ายมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?!”

“พี่ไม่ได้เห็นดาวเลวร้าย แต่เห็นดาวเป็นเด็ก...ไม่รู้จักโต มันยิ่งทำให้พี่เห็นดาวเป็นน้องสาวที่ต้องสอนกันอีกเยอะ คงเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้” ตรีดาวอึ้งน้ำตารื้น “ยังมีเวลานะ เปลี่ยนใจใหม่ยังทัน”

ชิษณุพูดขรึมเข้มแล้วเดินกลับไปเลย

ตรีดาวอึ้ง เครียดที่ถูกชิษณุจับได้ไล่ทัน

ooooooo

ที่ออฟฟิศว้าว...มู่ลี่กับอัศวินกินซาลาเปาที่ซื้อจากร้านเอ็ม–วันแล้วต่างอึ้งเพราะรสชาติเหมือนของหม่าม้าไม่มีผิด มู่ลี่ถามว่าหม่าม้าขายสูตรให้เอ็ม–วันหรือ อัศวินร้องเฮ้ย! อย่างไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้

ตรีดาวยังไม่ทันออกจากบ้านชิษณุก็โทรศัพท์ถามแพตตี้ว่ามู่ลี่ส่งงานหรือยัง พอรู้ว่ายังก็ด่า

“นังมู่ลี่มันร้าย ฟ้องคุณชิษณุว่าฉันแกล้งมัน”

แพตตี้ถามว่าจะเอายังไงจะยกเลิกไหม ตรีดาวสั่งให้ทำต่อไป แพตตี้รับคำยิ้มย่องที่จะได้เสี้ยมทั้งสองฝ่าย ต่อไป พลันก็ชะงักเมื่อมู่ลี่ส่งเมลมาพอดี แพตตี้รีบเปิดเมลทำเสียงเยาะ

“อือหือ...ตรงเวลา เชอะ!”

ส่งงานแล้วอัศวินกลับไปก่อน มู่ลี่ส่งคิกขุกับสายฝนแล้วเดินออกมาไม่เห็นพงศ์พิสุทธิ์ กำลังจะโทร.หาเขาก็โผล่มาตรงหน้ามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ชวนกลับบ้านกัน

ทั้งสองเดินออกมากันเงียบๆโดยไม่รู้ว่าอัศวินยังยืนดูอยู่ เขาถอนใจโล่งอกที่ไม่ต้องเป็นห่วงมู่ลี่อีก แล้วขี่จักรยานกลับไป

มู่ลี่กลับถึงคอนโดก็เข้าไปหอมแก้มน้องปลื้มที่หลับอยู่บอกเบาๆว่า

“แม่กลับมาแล้วนะครับ”

น้องปลื้มลืมตาบอกแม่ว่า “แม่อย่ากลับดึกอีกนะครับ” ทำเอามู่ลี่ตีบตื้นจนพูดไม่ออก

บุปผาพยายามจะให้พงศ์พิสุทธิ์ค้างที่คอนโด อ้างว่าดึกแล้ว พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องรีบมารับน้องปลื้มส่งโรงเรียนบ้าง แต่มู่ลี่ยืนกรานไม่ให้ค้างที่คอนโด พงศ์พิสุทธิ์จึงบอกบุปผาว่า

อ่านละคร คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 9 วันที่ 7 ส.ค.60

ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทประพันธ์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง กำกับการแสดงโดย ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ