อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 17/4 วันที่ 6 ก.ย.60

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 17/4 วันที่ 6 ก.ย.60

พิมหันมา “อ้าวคุณเทิด สวัสดีค่ะ โจสวัสดีลุงเทิดหน่อยจ้า..สวัสดีค้าบบบ”
พิมเล่นกับโจอย่างมีความสุข โจหัวเราะเอิ๊กอ๊าก เทิดพันธ์รู้สึกแปลกๆ..เอ่อ..แต่พยายามไม่คิดมาก เดินไปหาพิม
“สวัสดีครับโจ” เทิดพันธ์ยิ้มๆ “เห็นโจแล้วก็นึกขึ้นมาได้ ผมมีข่าวล่าสุดของใจเริงมาอัพเดทครับ”
พิมชะงักนิดๆ ด้วยความสนใจ
ภายในบ้านพิม พิมถามด้วยความแปลกใจ “ภรรยาคุณสุรทินโทร.มาหาคุณ ?”
พิมอุ้มโจนั่งคุยกับเทิดพันธ์ที่สวยหน้าบ้าน โจหลับสบาย

“ครับ โวยวายสนั่น ต่อว่าที่ผมไม่ดูแลใจเริงให้ดีๆ” พิมงง “คือ .. คุณจิลเมียไอ้ทิน เค้าเพิ่งไปสืบรู้มาว่าผู้หญิงใหม่ที่ไอ้ทินมันพาไปคอนโดที่หัวหิน คือ ใจเริง เค้าก็ไปดักตบถึงที่คอนโด” พิมตกใจ “ตบกันเลยเหรอคะ”


“โอ้ย ขานี้เค้าลูกสาวนักเลงครับ สวย รวย ดุ พ่อก็ดุ เค้าบอกว่าพอตบเสร็จก็ถึงได้ถามไอ้ทินว่าใจเริงเป็นใครมาจากไหน พอรู้ว่าเป็นเมียเก่าผมก็เลยโทร.มาด่าระบายอารมณ์ เพราะด่าไอ้ทินไม่ได้”
พิมงง “นี่คุณทินเค้ามีภรรยาแล้วเหรอคะเนี่ย คุณทินทำตัวเหมือนคนโสดมากเลยนะคะ”
“มีก็เหมือนไม่มี ไอ้ทินมันเป็นคนรักอิสระ ถ้าคิดจะ “จับ” บอกเลย “ฝันไปเถอะ” ใจเริงเล่นกับไฟไม่รู้ตัว ไอ้ทินมันเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ แต่เป็นผัวที่ .. ค่อนข้างเลวน่ะครับ” พิมคิดเป็นห่วง เทิดพันธ์นึกได้
“เออ..ใจเริงไปยุ่งกับไอ้ทินแบบนี้แล้ว..คุณฤกษ์เค้ารู้มั้ยครับ”
“พิมไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่ได้ถาม น้าผ่องเล่าให้ฟังแค่ว่าเริงออกจากบ้านไปหลายวันแล้ว”
พิมพยายามตอบน้ำเสียงปกติ เทิดพันธ์จับไม่ได้ว่าพิมรู้สึกยังไง เทิดพันธ์เหลือบไปเห็นว่ารถของฤกษ์แล่นมาชะลอรถหน้ารั้วบ้าน ฤกษ์กดกระจกรถมาดู เห็นรถเทิดพันธ์จอดอยู่ ฤกษ์แล่นรถเลยไป เทิดพันธ์รีบบอก
“คุณฤกษ์กลับมาแล้วครับ พิมส่งเด็กมาให้ผมก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเอาไปคืนให้”
“จะเข้าไปบ้านพี่ฤกษ์ มีแผนอะไรในใจรึเปล่าคะ”
“ก็....แค่ไปทักทายเขา แล้วก็....จะยืนยันว่าผมได้สู่ขอคุณพ่อคุณแม่คุณแล้วอย่างเป็นทางการ”
“คิดแล้วเชียว งั้น....พิมเอาตาโจไปส่งเองดีกว่าค่ะ” เทิดพันธ์ยิ้มเจื่อน ๆ พิมจะเดินออกจากบ้าน
“ผมไปด้วยครับ” เทิดพันธ์รีบเดินประกบตามไปด้วย มาลัยวรรณเดินออกมาพร้อมกับถาดน้ำผลไม้ เห็นทั้งสองเดินออกจากบ้านไป ยิ่งตอกย้ำให้มาลัยวรรณต้องรีบตัดใจ

ภายในบ้านฤทธิ์ ฤกษ์เดินถือถุงใส่นม ผ้าอ้อม ของใช้เด็กเข้ามาในบ้าน ผ่องใสรีบเข้ามาบอก
“คุณฤกษ์ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง เดี๋ยวผ่องกับแอ๊ดเก็บของเอง คุณฤกษ์ไปรับตาโจเถอะค่ะ”
“อ้าว แล้วตาโจอยู่ไหนครับ”
ผ่องใสยิ้มกริ่ม “อยู่กับหนูพิมค่ะ” ฤกษ์เก็ททันที

ที่หน้าบ้านฤทธิ์..พิมกำลังเดินอุ้มโจมาที่บ้านฤกษ์ เทิดพันธ์เดินตามมา ทันใดนั้นมีรถแท็กซี่มาจอดเทียบหน้าบ้านฤกษ์ ใจเริงลงจากรถ หน้าช้ำๆนิดๆ รถแท็กซี่แล่นออกไป พิม เทิดพันธ์ ใจเริง เผชิญหน้ากัน ต่างคนต่างวางหน้ากันไม่ถูก ใจเริงมองลูกในอ้อมกอดพิม .. ใจเริงสะดุดกึกรู้สึกแปลกๆ พิมรีบบอกว่า “พอดีตาโจร้องไห้ ที่บ้านไม่มีคนอยู่ น้าผ่องเลยเอามาให้ช่วยเลี้ยง พิมกำลังจะเอามาคืน เจอเริงก็ดีเลย ฝากตาโจเข้าบ้านไปด้วย” พิมเดินมาหาใจเริง กำลังจะส่งลูกให้.. ใจเริงมองหน้าลูก ลึกๆคือรู้สึกผิด ใจเริงเบือนหน้าหลบ แต่ไม่กล้ายอมรับ ปากพูดว่า
“พิมอุ้มเถอะ เริงยังไม่ได้ล้างมือ เดี๋ยวเอาเชื้อโรคมาติดลูก” เทิดพันธ์กระแหนะกระแหน
“ข้ออ้างดูดีนะ เหมือนแม่ที่รักลูกมากกกกก รักมากจนทิ้งลูกไปหาผู้ชายคนอื่น”
ใจเริงสวน “ก็ดีกว่าผู้ชายบางคนที่ทิ้งเมียไปกกอยู่กับเมียน้อยก็แล้วกัน”
“อ้าว พูดแบบนี้กระทบหลายคนนะ คิดดูดีๆ”
“เออ ก็ตั้งใจด่ามันทุกคนนั่นแหละ” พิมทนไม่ได้ “พอๆ จะมายืนด่ากันทำไม ร้อนก็ร้อน ยิ่งด่า อารมณ์ก็ยิ่งเสีย ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ถ้าอยากจะด่ากันต่อ ก็เชิญ พิมจะเอาเด็กเข้าบ้าน” พิมจะเดินเข้าบ้านฤกษ์ เทิดพันธ์รีบตาม
“พิมผมไปด้วย” ฤกษ์เดินออกมาพอดี เกือบชนกับพิม ฤกษ์ยิ้ม “พิม!”
เทิดพันธ์รีบเดินมาประกบ ฤกษ์ชะงักกึก แล้วก็สะดุดกว่าเดิมที่เห็นใจเริงยืนอยู่หลังเทิดพันธ์ ฤกษ์ชักสีหน้า
พร้อมกับเบือนหน้าหนี ใจเริงสะท้านใจ เจ็บ ฤกษ์หันมาทางพิม เป็นห่วง
“มีอะไรหรือเปล่า เค้าทำอะไรพิมหรือเปล่า” เทิดพันธ์มองเห็นความเป็นห่วงของฤกษ์ ใจเริงกรอกตา
“ไม่มีค่ะ ก็แค่บังเอิญมาเจอกัน กลับก่อนนะคะ”
พิมพูดจบก็ส่งโจให้ฤกษ์อุ้ม แล้วหันมาจับมือทิดพันธ์ ฤกษ์เห็นใจหายแว๊บ เทิดพันธ์อึ้งนิดๆ เป็นครั้งแรกที่พิมจับมือ ใจเริงปรายตามามอง แล้วก็มองหน้าฤกษ์ที่จ๋อย แล้วก็ยิ้มที่มุมปาก สะใจ พิมจูงมือเทิดพันธ์จะกลับบ้าน ผ่านใจเริง ใจเริงขยับตัวมาขวางและพูดพร้อมรอยยิ้ม “พิม..ถ้ามีข่าวดีเมื่อไหร่ อย่าลืมบอกเรานะ ดีใจด้วยนะพิม”
พิมเห็นร่องรอยบนหน้าของใจเริง “เริง เป็นอะไรน่ะ มีรอยช้ำที่หน้า”
พิมจะเข้ามาแตะ ใจเริงถอยหลังปัดมือพิมออกอย่างนุ่มนวล ไม่ให้มาถูกเนื้อตัว “ไม่มีอะไร”
“แต่เราได้ข่าวว่าเริงโดน”
“เรื่องส่วนตัวเรา พิมอย่ายุ่งเลย พี่เทิดคะ ดูแลเพื่อนเริงให้ดี ๆ นะคะ อย่าให้แพ้ตอนที่เราเคยอยู่ด้วยกันนะ”
ใจเริงปรายตามองพิมอย่างเยาะ ๆ พิมหน้าเชิดทันที ตอบนิ่งๆ เหมือนเตือนสติ
“เราดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องลำบากคนอื่น เริงก็..ดูแลตัวเองดีๆหล่ะได้ข่าวว่าเพิ่งโดนภรรยาของคุณสุรทิน “ตบ” มา”
ใจเริงสะอึก “หายไวๆนะ” ใจเริงหน้าชา เทิดพันธ์ยิ้มสะใจ พิมเดินจับมือเทิดพันธ์กลับเข้าบ้าน ใจเริงหันมาทางฤกษ์ ฤกษ์ส่ายหน้าได้ยินที่พิมพูดเต็มๆ ใจเริงหน้าเสีย
“ดีแล้วที่กลับมา จะได้มาช่วยกันเลี้ยงลูก” ฤกษ์อุ้มโจหันหลังเดินเข้าบ้าน ใจเริงตามไป

ใจเริงตามขึ้นมาบนบ้าน ฤกษ์อุ้มลูกจะเดินข้ามโถงไปยังเรือนด้านหลัง ใจเริงพูดดักคอขึ้น
“เสียใจด้วยนะคะพี่ฤกษ์ ดูท่าทางว่าพิมกับพี่เทิดจะไปกันได้ดี ตอนนี้คงรู้แล้วใช่มั้ย เวลาคนโดนทิ้งมันเป็นยังไง”
“แล้วรู้หรือเปล่า เวลาลูกโดนทิ้ง ลูกรู้สึกยังไง !?!” ใจเริงจุก ฤกษ์วันนี้มีสติ ไม่โวยวายแต่นิ่งดุ
“กลับมาทำไมอีกยะ !?!” ผ่องใสเดินออกมาแทรกระหว่างฤกษ์กับใจเริง “ที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์นะ นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็สะบัดตูดไป ถ้าหล่อนคิดจะไปแล้ว ไม่ต้อนรับกลับมา !!!”
ใจเริงสะอึก แล้วก็เชิดหน้า “ฉันก็ไม่ได้จะกลับมาอยู่สักหน่อย แต่จะกลับมาเก็บของ ฉันไม่อยากอยู่นักหรอก อยู่ไปก็ไม่มีใครเห็นค่า” ใจเริงมองหน้าฤกษ์ ผ่องใสสวน “ก็หล่อนทำตัวให้มันไม่มีค่าเอง แล้วจะให้คนอื่นเค้าเห็นค่าได้ยังไง”
ใจเริงจี๊ด..ตอนนี้เจ็บทั้งกายทั้งใจ เถียงต่อไม่ทัน แอ๊ดเดินพรวดออกมาพร้อมกระเป๋าเสื้อใบเดิม ๆ ของใจเริง
“แอ๊ดเก็บของมาให้หมดแล้วค่ะ” ผ่องใสดึงกระเป๋ามา “อ๊ะ... ของของเธอ เอาไปซะ ฉันเก็บให้หมดทุกชิ้น ไม่มีเหลือให้เป็นเสนียดในบ้านนี้” ผ่องใสโยนลงตรงหน้าใจเริง ใจเริงปรายตามองกระเป๋า แล้วก็มองผ่องใส สองคนประสานสายตาแบบไม่มีใครยอมใคร ฤกษ์มองสภาพใจเริงแล้วก็ส่ายหน้า อุ้มลูกจะกลับห้อง ใจเริงเห็นฤกษ์จะเข้าบ้านไป...แล้วก็ตัดสินใจเรียกขึ้น “พี่ฤกษ์” ฤกษ์หันมา ใจเริงรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกมาจากใจ “ขอฉันอุ้มลูกหน่อย”
ฤกษ์คิด ผ่องใส กับ แอ๊ด ลุ้น .. ผ่องใสส่ายหน้า ไม่อยากให้อุ้ม ฤกษ์คิด..มองหน้าลูก แล้วก็ยอมลดทิฐิเพื่อลูก ฤกษ์เดินมาหาใจเริง ผ่องใสกับแอ๊ดไม่ค่อยเห็นด้วย ฤกษ์เดินมาหายืนตรงหน้าใจเริง ใจเริงมองหน้าลูกแล้วค่อยๆรับมาอุ้ม...
ใจเริงรู้สึกถึงความพิเศษบางอย่าง ความพิเศษที่ทำให้หัวใจอันปวดร้าวสูบฉีด ความเป็นแม่ในตัวใจเริงถูกปลุกขึ้นมาในวันที่ย่ำแย่ พออุ้มไม่นานลูกก็ร้องลั่น ใจเริงทำอะไรไม่ถูก จนผ่องใสต้องรีบมาอุ้มเด็กกลับ
“เอามานี่เลย อุ้มไม่เป็นแล้วยังอยากจะอุ้ม”
ผ่องใสอุ้มโจออกจากอ้อมอกของใจเริง ในวินาทีนั้นใจเริงรู้สึกเหมือนโดนกระชากหัวใจ ผ่องใสพูดต่อ
“จะมาเอาของไม่ใช่เหรอ ได้แล้วก็รีบๆไปได้แล้ว คุณฤกษ์คะ ไปพักผ่อนเถอะค่ะ”
ผ่องใสเอาตัวดันฤกษ์เข้าบ้าน ทุกคนเดินเข้าบ้าน เหลือใจเริงอยู่คนเดียวกับกระเป๋าเสื้อผ้า ใจเริงมองบ้านฤกษ์ทั้งโถง เสียงหัวเราะของผ่อง แอ๊ด ฤกษ์แว่วมา ใจเริงรู้สึกตัวเองโดดเดี่ยวอย่างที่สุดในยามนี้

“ครอบครัว แล้วก็เพื่อน เป็นเหมือนฟูกรองรับเวลาเราล้ม คนที่ไม่มีครอบครัวไม่มีเพื่อน เวลาล้มลงก็กระแทกพื้นเต็มๆ”
เช้าสองสามวันต่อมา หมี่นั่งอยู่ในห้องทำงาน เห็นว่านั่งรถเข็นอยู่ พิมอยู่ไม่ห่าง หน้าตายังเป็นกังวล
“จริงๆ พิมก็ยังเป็นห่วงเริงนะคะ เพราะรู้ว่าไม่มีใคร”
“คนอย่างใจเริง เค้าเอาตัวรอดได้น่ะ ไม่ต้องยื่นมือไปช่วยแบบเดิมอีกนะ”
“รู้แล้วเจ้าค่ะ.. ทำบุญ ทำทานก็ต้องมีปัญญา จะช่วยคนก็ต้องมีสติรู้ตัว ไม่เบียดเบียนตัวเอง ตอนนี้พิมใจไม่นิ่ง ช่วยใครไม่ได้หรอกค่ะ บุญจะกลายเป็นบาปเปล่า ๆ”
“คิดได้ก็ดีแล้ว” หมี่ยิ้ม เปรมเดินเข้ามา พร้อมอาหารชุดใหญ่ “อาหารกลางวันมาแล้วครับ”
“อาหารสุขภาพทั้งนั้นเลย อาหารเสริมด้วย”
“ครับ สร้างเสริมให้คุณหมี่หายไว ๆ ขอฟ้องนะ พี่ห้ามไม่ให้มาทำงานก็ยังดื้อมาทำจนได้”
“ฉันหายดีแล้วค่ะ แล้วก็เป็นห่วงงานด้วย”
“นี่ไง แทนที่จะห่วงตัวเอง หยุดงานก่อนครับ แล้วมาทานกลางวันกับผม ณ บัดนาว” เปรมเลื่อนเก้าอี้รถเข็นพาหมี่มาที่โต๊ะกลางห้อง “ผมไปล้างผลไม้ก่อน แล้วจะกลับมาทานด้วย พิมช่วยจัดให้พี่ด้วยนะ”
“ได้ค่ะ” พิมแซว “พี่เปรมเทคแคร์จริงจังขนาดนี้ เมื่อไหร่พี่หมี่จะยอมใจอ่อนคะเนี่ย”
หมี่ถามกลับ “แล้วพิมหล่ะ คุณเทิดเค้าก็จริงจังจะตาย เมื่อไหร่พิมจะใจอ่อน แล้วรู้หรือยังว่าตกลงคิดยังไงกับเค้ากันแน่” พิมคิดหนัก “ยังเลยค่ะ พิมก็รู้สึกผิดกับเค้าเหมือนกัน”
หมี่สังเกต “ค่อยๆ คิดนะ เดี๋ยวก็แน่ใจตัวเองละว่าคำตอบที่ถูกต้องคืออะไร”
หมี่พูดยิ้มๆ พิมยิ้มรับไม่ทันคิดว่าหมี่พูดเป็นนัย ๆ

ใจเริงนั่งอย่างโดดเดี่ยว หม่นๆ ในห้องพักโรงแรม ในห้องเลอะเทอะ กระเป๋าเสื้อผ้าถูกรื้อกระจุยกระจาย ใจเริงนั่งคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ตอนฤกษ์หันหลังเข้าบ้าน พิมกับเทิดพันธ์หันหลังเข้าบ้าน ใจเริงยืนอยู่คนเดียวตอกย้ำในใจ ใจเริงยิ่งเจ็บ .. โทร.ศัพท์ห้องดัง ใจเริงหันไปรับเสียงเซ็งๆ “ฮัลโหล”
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ตอนนี้เลยเวลาเช็คเอ้าท์ของวันนี้แล้วนะคะ ถ้าคุณลูกค้าต้องการพักต่อ รบกวนมาเคลียร์ค่าใช้จ่ายที่เคาท์เตอร์ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ” ใจเริงวางโทรศัพท์ไปแทบจะหมดแรง และหันไปหยิบกระเป๋ามาเปิดหยิบเงินก้อนสุดท้ายออกมา เหลืออีกไม่เยอะ ใจเริงเครียด ... ทำยังไงดี ?

คอนโดสุรทิน สุรทินเปิดประตู เห็นใจเริง สุรทินปิดประตูใส่ ใจเริงรีบเอาตัวขวางไว้และดันตัวเข้ามาในห้อง
“คุณทิน ให้โอกาสเริงอีกครั้งนะคะ คราวนี้เริงจะไม่สร้างปัญหา รับรองว่าเมียคุณจะไม่รู้เรื่องของเราเด็ดขาด เริงจะอยู่อย่างเงียบๆ” ใจเริงส่งสายตา พร้อมเข้ามานัวเนีย “เจอกันเท่าที่คุณต้องการ .. คุณก็รู้ว่าเริงรู้ว่าคุณ..ต้องการอะไร ?”
ใจเริงยิ้มยั่วยวน สุรทินมองหน้า เสียงนิ่ง “เงินหมดหล่ะสิ” ใจเริงสะอึก
“ผมบอกแล้วไง ผมเป็นคนขี้เบื่อ ไม่ชอบกินอะไรซ้ำๆ”
สุรทินจะเดินไปเปิดประตูให้ใจเริง ใจเริงไม่ยอมรีบเอาตัวมาขวางไม่ให้ไล่ “แต่ตอนนี้เริงกำลังลำบากจริงๆนะ งานก็ไม่มี เงินก็กำลังจะหมด เริงไม่อยากกลับไปบ้านพี่ฤกษ์ให้เค้าดูถูก แต่...เริงก็ไม่มีที่ไปจริงๆ” สุรทินเลิกคิ้ว “แล้ว”
ใจเริงอ้อนวอน “ช่วยเริงหน่อยนะ คุณมีคอนเน็คชั่นตั้งเยอะแยะ มีใครที่เค้าพอจะช่วยเริงได้บ้าง”
สุรทินมองใจเริง แล้วก็คิดอะไรบางอย่าง “ที่จริงก็พอมี”
“จริงเหรอคะ ? ใครคะ ?”

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนที่ 17/4 วันที่ 6 ก.ย.60

ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน
ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง เพลิงบุญ กำกับการแสดงโดย ประเสริฐ ประศาสน์
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพลิงบุญ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ