อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 4 วันที่ 4 ก.ย.60

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 4 วันที่ 4 ก.ย.60

ใช่ว่าเจ้ามิ่งหล้าจะไม่เข้าใจความคับแค้นใจของแม่ แต่เพราะถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมาตลอด ทำให้ไม่เคยเห็นความต้องการของใครจะยิ่งใหญ่กว่าของตัวเอง เจ้านางข่ายคำพอจะรู้นิสัยลูกสาวดี โดยเฉพาะนิสัยชอบเอาชนะและต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ จึงพยายามหว่านล้อมให้เชื่อว่าการถวายตัวให้เมืองมัณฑ์นั้นยิ่งใหญ่กว่าการไปอยู่เชียงพระคำ

“เชียงพระคำก็แค่เมืองเล็กๆ เทียบไม่ได้กับเมืองมัณฑ์ ต่อให้ลูกเต็มใจไปอยู่เชียงพระคำ ลูกก็ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ อย่างเก่งก็เป็นได้แค่เมียเจ้าราชภาติยะ หาศักดิ์ศรีอะไรไม่ได้ แต่ถ้าลูกไปเมืองมัณฑ์ อย่างน้อยทั้งโลกก็รับรู้ว่าลูกคือชายาคนหนึ่งของกษัตริย์เมืองมัณฑ์ คิดดูเถอะนะ...แม่เชื่อว่าลูกของแม่มีสติปัญญาพอจะใคร่ครวญสิ่งนี้”



ooooooo

ค่ำคืนสุดท้ายที่เชียงเงินผ่านไปอย่างยากลำบาก แม้แต่ว่าที่เจ้าบ่าวอย่างเจ้าศุขวงศ์ ทั้งที่ควรดีใจจะได้เป็นเจ้าของเจ้าแม้นเมือง แต่เพราะปักใจแล้วว่าเธอยอมแต่งงานเพราะหน้าที่ต่อบ้านเมืองเลยยังทำใจยอมรับไม่ได้

พญาวังขวาอัญเชิญชุดเจ้าบ่าวแบบเชียงเงินเต็มยศมาให้แต่เช้า เจ้าศุขวงศ์ได้แต่มองมานิ่งๆ ก่อนจะเปรยราวกับจะเย้ยหยันโชคชะตาของตนเอง

“ชุดเจ้าบ่าวแบบเชียงเงินสินะ...เจ้าหลวงคงกลัวเราจะแต่งตัวแบบฝรั่งเข้าพิธีในวันนี้มากกระมัง เอาเถอะ ...เรารู้ดีว่าควรทำตัวอย่างไร หากมีโอกาส...เราจะกราบขอบคุณเจ้าหลวงด้วยตัวเราเอง”

เจ้าศุขวงศ์ต้องกล้ำกลืนความเจ็บแค้นในอก แม้จะดีใจเรื่องเจ้าแม้นเมือง แต่ก็ต้องพ่ายแพ้เจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมือง ถูกตลบหลังแผนชิงตัว แถมกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของสองพ่อลูกอีกต่างหาก...

เจ้าแม้นเมืองนอนไม่หลับตลอดคืน กังวลและหนักใจเรื่องแต่งงานกับเจ้าศุขวงศ์ เขียนจันทร์ที่มาช่วยเตรียมตัวแต่เช้า พร้อมกับคำแก้วละอ่อนน้อยคอยเป็นลูกมืออีกแรง ต้องช่วยกันปลอบให้ทำใจ

คำแก้วจะถูกส่งตัวไปดูแลรับใช้เจ้าแม้นเมืองที่เชียงพระคำด้วย แต่เพราะยังเด็ก ไม่ประสีประสาเรื่องการเมือง จึงตื่นเต้นออกนอกหน้าจะได้ไปเปิดหูเปิดตาในดินแดนที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน อย่างเช่นวันนี้ที่เจ้าตัวไปวิ่งเล่นสำรวจโน่นนี่แต่เช้า ก่อนจะวิ่งกลับมาช่วยงานเจ้าแม้นเมืองที่เรือนรับรอง

ท่าทางเห่อฝรั่งของคำแก้วทำให้เขียนจันทร์ถึงกับตบอกผาง ปรามดุๆไม่ให้พูดจาลามปามเจ้าศุขวงศ์ที่จะเป็นเจ้านายในอนาคต คำแก้วหน้าจ๋อยน้ำตาร่วง เจ้าแม้นเมืองสงสารแต่ไม่วายสอนให้ทำตัวเรียบร้อย อย่ากระโดกกระเดกเป็นม้าดีดกะโหลกให้ชาวเชียงพระคำครหาหรือดูถูกเอาได้...

เจ้านางข่ายคำถูกเจ้าหลวงแสนอินทะเรียกตัวแต่เช้าเพื่อรับมอบของขวัญชิ้นงามให้เจ้าแม้นเมือง กระดุมเพชรเม็ดงามส่องแสงประกายระยิบระยับต้องตาต้องใจเจ้านางแห่งเชียงเงินอย่างแรง ก่อความอิจฉาริษยาพลุ่งพล่านในอก หมั่นไส้ลูกเลี้ยงสาวเหลือเกินที่ได้ของขวัญมีค่านี้จากสวามี

“ใช้งานเสร็จแล้วให้แม้นเมืองส่งคืนกลับมาด้วย ...ใช่รึไม่เจ้าพี่”

“ข้าให้ลูกข้าเป็นของขวัญ จะคิดเอากลับคืนมาได้ยังไง”

“น้องแค่คิดว่าของสิ่งนี้มีค่ามากเกินไป...เอ่อ...มากเกินกว่าจะเป็นของขวัญผูกข้อไม้ข้อมือรึเปล่าเจ้า”

“แม้นเมืองควรจะได้มากกว่านี้ ไม่ใช่รอใช้แต่ของที่พวกเจ้าเหลือเลือกหรือเบื่อใช้แล้ว”

แววตารู้ทันของสวามีทำให้เจ้านางข่ายคำหน้าเสีย ละล่ำละลักแก้ตัว

“น้องไม่เคยคิดอย่างนั้น”

“แม้นเมืองไปทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ข้าในฐานะพ่อไม่มีสิ่งใดจะมอบแทนน้ำใจได้นอกจากของสิ่งนี้”

เจ้านางข่ายคำเถียงไม่ออก ได้แต่ข่มอารมณ์ขุ่นมัวในอก จนอยู่ตามลำพังกับเจ้ามิ่งหล้า จึงบ่นไม่ขาดปาก

“เจ็บใจจริงๆ ของสิ่งนั้นแม่ยังไม่เคยได้ใช้ ลูกเองก็ยังไม่เคยได้เห็นด้วยซ้ำ แม่เพียรขอตั้งหลายครั้ง เจ้าพ่อของลูกก็ทำเฉย ไม่คิดเลยว่าวันนี้มันจะกลายเป็นตกไปอยู่ในมือแม้นเมืองได้”

“เจ้าพ่อรักลูกไม่เท่ากัน”

“นั่นละที่แม่รู้สึกมาตลอดเวลา”

“ฉลาดนักนะแม้นเมือง ทำเงียบๆหงิมๆ...ที่แท้ก็รอกินคำใหญ่นี่เอง”

“มันคงได้ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นล่ะมิ่งหล้า ลูกเป็นคนมีบุญวาสนา เกิดมาชาติตระกูลสูงกว่าใคร งามก็งามกว่าใคร ลูกต้องได้มากกว่าสมบัติขี้ปะติ๋วนั่น...อย่าไปเสียดายมันเลย!”

ooooooo

เพราะเหม็นขี้หน้าลูกเลี้ยงสาว เจ้านางข่ายคำ เลยมอบถุงของขวัญจากเจ้าหลวงแสนอินทะให้ฟองจันทร์ นำไปให้แทน เจ้าแม้นเมืองถึงกับน้ำตาคลอเมื่อเห็นของขวัญจากพ่อ

“มันมีค่ามากเกินไป มันคู่ควรกับเจ้ามิ่งหล้ามากกว่าข้า”

“เจ้า...เจ้าหลวงเปิ้นคงตั้งใจจริงจะเก็บของขวัญนี้ไว้เพื่อเจ้า ข้าเจ้าบ่เคยเห็นใครได้ใช้มันเลย วันนี้วันสำคัญ สำหรับชีวิตเจ้า เจ้าควรใช้มันเพื่อสิริมงคลแก่ชีวิต...เปิ้นคงดีใจ”

คำปลอบของฟองจันทร์ทำให้เจ้าแม้นเมืองซาบซึ้งใจมาก และใจหายไม่น้อยที่อีกฝ่ายต้องไปรับใช้เจ้ามิ่งหล้า และอาจไม่ได้เจอกันอีกเลยตลอดชีวิต

“ไม่ตายเสียก่อน เราคงได้พบกันอีกนะฟองจันทร์”

ฟองจันทร์ฝืนยิ้ม กลั้นน้ำตาแต่ทำได้ยากเต็มที เจ้าแม้นเมืองขยับมากอด ก่อนจะเอ่ยลาทิ้งท้าย

“ตั้งแต่เกิดมา...เจ้าเป็นเพื่อนดีที่สุดที่ข้าเคยมี ขอบใจนะฟองจันทร์ ข้าจะคิดถึงเจ้าเสมอ”

เขียนจันทร์พลอยน้ำตาร่วง ไม่ใช่แค่เจ้าแม้นเมือง จะขาดเพื่อนรู้ใจ เธอก็ต้องจากลูกสาวคนเดียว...ไม่รู้อีกนานแค่ไหนจะได้เจอกันอีก แต่เมื่อเป็นคำสั่งและหน้าที่ต่อบ้านเมือง เธอจึงทำได้แค่อำลาและสั่งสอนเป็นครั้งสุดท้าย

“พระคุ้มครองเจ้าฟองจันทร์...เจ้ามีวาสนาได้ทำงาน รับใช้ใกล้ชิดเจ้านาย ขอให้ธุระของเจ้านายสำคัญกว่าธุระของตัว จงอย่าทำตัวใหญ่คับฟ้าด้วยเห็นว่าเจ้านายเมตตา แต่จงทำตัวเล็กที่สุดหากเจ้าจะถวายพระเกียรติยศแก่ท่าน”

“ลูกจะจำคำแม่ไว้จนวันตายเจ้า...”

หลังเตรียมตัวเรียบร้อย เจ้ามิ่งหล้าก็ไปกราบลาพ่อเป็นครั้งสุดท้าย แม้จะเห็นใจลูกสาวคนเล็กแค่ไหน แต่เจ้าหลวงแสนอินทะยังยืนยันตามเจตนารมณ์เดิม คือส่งตัวเธอไปผูกสัมพันธ์กับเมืองมัณฑ์

“ทุกคนมีหน้าที่ต้องทำเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน ยิ่งเจ้าเกิดมามีสายเลือดผู้ก่อตั้งเชียงเงิน ยิ่งต้องตระหนักให้มาก ทำงานให้หนักกว่าไพร่ฟ้าฝุ่นเมือง พ่อจำเป็นต้องขัดใจเจ้าเพราะบ้านเมืองสำคัญกว่าความรู้สึกส่วนตัว เมื่อโตกว่านี้เจ้าจะเข้าใจหัวอกของพ่อ...ขอพระเสื้อแลดวงวิญญาณบรรพบุรุษปกปักรักษาเจ้าให้เดินทางปลอดภัย ชัยชนะของเชียงเงินอยู่ในมือเจ้าแล้ว จงภูมิใจในศักดิ์ศรีและใช้สติปัญญาของเจ้า...เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนของเจ้าเอง”

เจ้ามิ่งหล้าต้องกล้ำกลืนภาระหน้าที่ที่ไม่เคยร้องขอ ด้วยหัวใจทุกข์ระทม ภายในใจเต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้นและชิงชัง ยังทำใจไม่ได้ต้องสูญเสียเจ้าศุขวงศ์ให้เจ้าแม้นเมือง!

ขบวนส่งตัวเจ้ามิ่งหล้าออกจากเมืองไปแล้ว เจ้าแม้นเมืองเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวเรียบร้อยเช่นกัน

เขียนจันทร์นั่งมองความสวยสดงดงามตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะปลอบเสียงอ่อนเมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของเจ้านายสาว...รู้ดีว่าเจ้าแม้นเมืองยังรู้สึกผิดต่อเจ้ามิ่งหล้า และเป็นกังวลกับท่าทีของเจ้าศุขวงศ์ในอนาคต

“เจ้า...เวลาไม่เคยหยุดรอใคร มันต้องก้าวเดินไปพร้อมกับชีวิตของเรา เจ้าจะต้องเดินเหมือนกัน เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว หยุดไม่ได้และไม่มีทางถอยหลัง ทุกข์ไปก็เปล่าประโยชน์ ยอมรับมันเสียจะดีกว่านะเจ้า...”

ooooooo

แม้รู้แก่ใจว่าการแต่งงานระหว่างเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองเป็นกลการเมืองของเจ้าหลวงแสนอินทะ แต่เจ้านางข่ายคำก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ไม่ชอบใจเลยที่ลูกเลี้ยงสาวได้รับความสนใจจากสวามีเป็นพิเศษ

เจ้ามิ่งหล้านั่งฟังแม่บ่นเรื่องพิธีแต่งงานเล็กๆของเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองด้วยหัวใจร้าวราน

“งานเล็กงานใหญ่ก็ไม่มีความหมายอะไร ถ้ามันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก ไม่มีใครนึกถึงหัวใจลูกเลย”

เจ้านางข่ายคำอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะละล่ำละลักถาม

“มิ่งหล้า...หมายความว่ายังไง ลูกกับเจ้าศุขวงศ์รักกันอย่างนั้นรึ”

“รู้ตอนนี้แล้วเจ้าแม่แก้ไขอะไรได้อย่างนั้นรึ ลูกมันก็แค่สิ่งของบรรณาการอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง...”

ขณะเจ้ามิ่งหล้าจมดิ่งกับความทุกข์เพราะถูกขัดใจ เจ้าแม้นเมืองกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก ต้องเข้าพิธีผูกข้อมือกับเจ้าศุขวงศ์ แต่กระนั้นก็ต้องปล่อยให้พิธีดำเนินไปจนถึงช่วงสุดท้าย

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 4 วันที่ 4 ก.ย.60

ละคร รากนครา บทประพันธ์โดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ละคร รากนครา บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละคร รากนครา กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละคร รากนครา ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.
ติตามชม ละคร รากนครา ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ