อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 4 วันที่ 5 ก.ย.60

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 4 วันที่ 5 ก.ย.60

ขณะเจ้ามิ่งหล้าจมดิ่งกับความทุกข์เพราะถูกขัดใจ เจ้าแม้นเมืองกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก ต้องเข้าพิธีผูกข้อมือกับเจ้าศุขวงศ์ แต่กระนั้นก็ต้องปล่อยให้พิธีดำเนินไปจนถึงช่วงสุดท้าย

เจ้าหลวงแสนอินทะรับหน้าที่ผูกข้อมือให้บ่าวสาว และถือโอกาสฝากฝังลูกสาวคนโตกับเจ้าศุขวงศ์

“แม้นเมืองเป็นของเจ้าแล้วเจ้าน้อย เราผูกมัดกันแน่นขึ้นอีกเปลาะ นอกเหนือจากความเป็นญาติ อาฝากเจ้าน้อยดูแลลูกสาวของอาให้ดีด้วย ขอให้การเดินทางตอนสายวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย”

เจ้าศุขวงศ์ข่มใจรับสภาพ พยายามไม่หันหน้าไปทางเจ้าหน่อเมืองที่ส่งสายตาเย้ยหยันอยู่ไม่ไกล ตอกย้ำความพ่ายแพ้ที่เขาต้องตกกระไดพลอยโจนกับแผนของเชียงเงินเช่นนี้



เจ้าหลวงแสนอินทะไม่ได้ยี่หระท่าทีเจ้าศุขวงศ์ แต่หันไปอวยพรลูกสาวคนเดียว

“เจ้าเป็นลูกที่พ่อรักและไว้ใจได้เสมอ...พ่อขอบใจที่เจ้าเสียสละเพื่อเชียงเงิน...งานของเรามีอีกมาก ของขวัญที่พ่อให้เจ้าวันนี้เอาไว้ดูต่างหน้าพ่อ จะได้เตือนใจตัวเอง เวลาที่ไกลกันว่าจงแข็งแกร่งให้เหมือนเพชร ไม่มีอะไรทำให้เจ้าหวั่นไหวสะทกสะท้านได้ วันที่เป้าหมายของเราสำเร็จลุล่วงคือวันที่เราจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งเพื่อเฉลิมฉลอง”

เจ้าศุขวงศ์เข้าใจคำพูดแฝงนัยของเจ้าหลวงแสนอินทะเป็นอย่างดี อึดอัดและคับแค้นใจมากต้องตกในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ โดยเฉพาะเรื่องเจ้าแม้นเมืองที่ชาตินี้คงไม่มีวันรักกันได้

เจ้าแม้นเมืองผละไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมเดินทางไปเชียงพระคำ เช่นเดียวกับเจ้าศุขวงศ์ที่แยกไปพักที่เรือนรับรอง ทิ้งเจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้าหน่อเมืองให้มองหน้ากันยิ้มๆที่แผนการเป็นไปด้วยดี แต่ยังไม่วางใจนัก

“เราจะประมาทคนอย่างเจ้าน้อยศุขวงศ์ไม่ได้”

“เจ้าพ่อกลัวว่าเขาจะทิ้งขว้างแม้นเมืองอย่างนั้นรึ”

“เรื่องนั้นพ่อไม่ห่วง เขาไม่ทำอย่างนั้นแน่ ถ้ายังเห็นแก่ความสัมพันธ์ในฐานะญาติ เรื่องความรัก...คนสองคนไม่มีให้กันอยู่แล้ว อย่างเดียวที่พ่อกังวลระหว่างทางกลับไปเชียงเงิน เจ้าศุขวงศ์อาจฉวยโอกาสเอากองกำลังไปดักชิงตัวมิ่งหล้าเหมือนอย่างที่คิดจะทำก็เป็นได้”

“เจ้าพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ลูกร่วมเดินทางไปด้วย ศุขวงศ์จะอยู่ในสายตาลูกตลอดเวลา ยังไงมิ่งหล้าก็ต้องได้ถวายดอกไม้เงินดอกไม้คำแก่กษัตริย์เมืองมัณฑ์!”

ooooooo

ภาพดงชมพูป่าหน้าเรือนรับรองทำให้เจ้าแม้นเมืองน้ำตาคลอ ใจหายมากต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปไกลกะทันหันเช่นนี้ แต่ภาระหน้าที่ต่อบ้านเมืองก็สำคัญ ธิดาคนโตแห่งเชียงเงินจึงตัดสินใจให้คำแก้วไปเก็บเม็ดต้นชมพูป่า...เผื่อว่าเธอจะนำไปปลูกที่เชียงพระคำให้พอคลายความคิดถึงเชียงเงินบ้าง

ขบวนกลับเชียงพระคำพร้อมเดินทางแล้ว

เจ้าศุขวงศ์ตรวจดูความเรียบร้อย อารมณ์ขุ่นมัวตั้งแต่ช่วงทำพิธีสงบลงบ้างเมื่ออยู่ตามลำพัง แต่เพียงไม่นาน...เจ้าหน่อเมืองก็แวะมาบอกข่าวร้าย

“ขากลับเชียงพระคำ...ท่านคงไม่เหงาหรอกเพราะขบวนม้าของเราจะรั้งท้ายขบวนท่าน”

“เจ้าอุปราชหน่อเมืองลงทุนตามไปควบคุมด้วยตัวเองถือว่าเป็นเกียรตินัก”

“ควบคุมอะไรกัน...เจ้าคิดมากไปเอง เราก็แค่ร่วมเส้นทางเดียวกัน...ส่งเจ้าถึงเชียงพระคำแล้ว เราก็แยกไปเชียงใหม่ รายการตัวต่อผู้สำเร็จราชการกษัตริย์สยามที่นั่น...ก็เท่านั้น”

“ช่างเป็นความเหมาะเจาะบังเอิญดีแท้”

“ทุกอย่างมันถูกกำหนดให้เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว

เจ้าศุขวงศ์ จะดิ้นรนขัดขืนยังไงก็ไม่มีทางพ้นหรอก ทำตัวตามสบาย กลับบ้านอย่างมีความสุข ให้สมกับได้ของกำนัลมีค่าติดตัวกลับไปด้วยจะดีกว่า ถ้าท่านรู้สึกอึดอัดเพราะคิดว่าถูกควบคุม ท่านก็ไม่ต่างจากวัวที่มันสันหลังหวะหรอก...”

ทุกก้าวย่างจากเชียงเงินทำให้เจ้าแม้นเมืองหัวใจสลาย โชคดีได้เสียงเจื้อยแจ้วของคำแก้วและเสียงปรามดุๆของเขียนจันทร์ ต่อปากต่อคำกันให้บรรยากาศการเดินทางตึงเครียดผ่อนคลายลงบ้าง เมื่อถึงปางพักเวลาเย็นย่ำ คำแก้วกับเขียนจันทร์จึงรีบช่วยกันเตรียมที่นอนให้เจ้าแม้นเมืองกับเจ้าศุขวงศ์

เจ้าแม้นเมืองลืมตัวว่าแต่งงานแล้ว เอ่ยปากชวนสองคนติดตามให้ไปนอนด้วยกันเพื่อความอุ่นใจ

“เจ้าแม้นเมืองเจ้า...ข้าเจ้าสองคนเข้ามานอนในนี้ แล้วเจ้าน้อยเปิ้นจะไปนอนที่ไหนล่ะเจ้า”

เขียนจันทร์ย้อนขำๆ ทำให้เจ้าแม้นเมืองหน้าแดงก่ำ ลืมสนิทว่าตัวเองแต่งงานแล้ว

“เจ้านอนคนเดียวมาตั้งแต่น้อยจนลืมไปแล้วละมังว่านับแต่วันนี้ไป...เจ้านอนคนเดียวบ่ได้แล้ว”

บรรยากาศการเดินทางไปเชียงพระคำไม่ได้เลวร้ายนัก แม้เจ้าศุขวงศ์จะอึดอัดใจบ้างที่ถูกเจ้าหน่อเมืองตามประกบแทบทุกฝีก้าว แต่ยังพอทนไหว เช่นเดียวกับเจ้าแม้นเมืองที่ยอมรับสภาพและสถานะของตัวเอง

จากความรู้สึกกินแหนงแคลงใจ ก็เปลี่ยนเป็นความอ่อนไหวลึกซึ้งจะได้อยู่ใกล้เจ้าศุขวงศ์ในไม่ช้า

ต่างจากบรรยากาศในขบวนไปเมืองมัณฑ์ เจ้ามิ่งหล้าทุกข์ใจมาก ไม่กินข้าวปลาจนเจ้านางข่ายคำใจไม่ดี

“ทำไมกินน้อยนัก แล้วจะเอาเรี่ยวแรงเดินทางจากไหน อีกตั้งหลายวันกว่าจะถึงเมืองมัณฑ์”

“เจ้าแม่จะบังคับเข็นใจลูกกระทั่งเรื่องกินเชียวรึ ที่ลูกต้องฝืนใจมาเป็นของบรรณาการ...เจ้าแม่ยังไม่พอใจอีกรึ”

“ลูกพูดกับแม่อย่างนี้ได้ยังไง แม่คิดว่าลูกเข้าใจทุกอย่างดีแล้วเสียอีก ที่แม่ตักเตือนก็เพราะหวังดี”

“พอแล้ว...ลูกได้รับมาพอแล้ว ขืนเจ้าแม่ยุ่งวุ่นวายอีก...ไม่ต้องถึงเมืองมัณฑ์หรอก ลูกจะกลั้นใจตายให้ดู!”

ooooooo

แม้จะได้ใกล้ชิดในฐานะผัวเมีย แต่เจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองกลับไม่ค่อยได้พูดจากันนัก กำแพงแน่นหนาที่ทั้งสองสร้างขึ้นเพราะความเข้าใจผิดทำให้ไม่สนิทใจจะเผชิญหน้ากันและเจ้าศุขวงศ์ก็เป็นฝ่ายปลีกตัว ไม่อยากให้เธออึดอัด แต่นั่นกลับทำให้เจ้าแม้นเมืองแอบช้ำใจเงียบๆ เพราะเข้าใจว่าเขาคงรู้สึกแย่กับการแต่งงานกับเธอ

เจ้าแม้นเมืองเข้านอนก่อนด้วยหัวใจอ่อนล้า แต่ก็หลับไม่สนิท กระสับกระส่ายเพราะคิดมากเรื่องผิดคำสัญญากับเจ้ามิ่งหล้า จนเก็บไปฝันร้าย ละเมอเสียงดังจนเจ้าศุขวงศ์ต้องลุกจากที่นอนหน้าตั่งมาดู

เสียงเรียกชื่อเธอทำให้เจ้าแม้นเมืองสะดุ้งตื่น พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของเจ้าศุขวงศ์

“ข้าเจ้าฝัน...ฝันร้าย”

“ก็แค่ฝันเท่านั้น...อย่ากลัวไปเลย เจ้าทั้งดิ้นทั้งร้องจนพี่ตกใจ”

เจ้าศุขวงศ์ปลอบประโลมเสียงอ่อน อยากรู้นักว่าเธอฝันเรื่องอะไรถึงตัวสั่น ร้องไห้ไม่หยุดเช่นนี้

“ลืมตาสิ...ไม่มีอะไรน่ากลัวสักนิด”

พูดพลางลูบหลังปลอบใจ ก่อนจะใช้มือเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน เจ้าแม้นเมืองถึงกับใจเต้นไม่เป็นส่ำ สบตาเขานิ่ง...เป็นครั้งแรกที่เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและจริงใจจากเขา

“เจ้านอนต่อเถอะแม้นเมือง พรุ่งนี้ยังจะต้องเดินทางอีกทั้งวัน ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น พี่อยู่ใกล้ๆเจ้านี่เอง”

คำพูดปลอบหวานหูของเขาทำให้เจ้าแม้นเมืองอุ่นวาบในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก กว่าจะหลับตาลงได้อีกครั้ง คืนนั้นก็ต้องห้ามใจตัวเองแทบตายไม่ให้หันไปมองเจ้าศุขวงศ์ที่นอนหน้าตั่งหันหน้ามาทางเธอตลอดคืน...

ค่ำคืนแรกที่อยู่ด้วยกันผ่านไปเร็วอย่างน่าใจหาย กว่าสองหนุ่มสาวจะได้เจอหน้ากันอีกก็บ่ายของวันถัดมา เมื่อขบวนเดินทางเข้าเขตแดนเชียงพระคำ

เขียนจันทร์กับคำแก้วตื่นตาตื่นใจมากเมื่อเห็นละอองทองคำบนพื้นทราย เช่นเดียวกับเจ้าแม้นเมืองที่เพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบตัวจนเกือบลื่นหน้าคะมำ โชคดีที่เจ้าศุขวงศ์คว้าตัวไว้

“พี่เห็นเจ้าออกมานานแล้วเลยตามมาดู”

“นี่เราเข้าเขตเชียงพระคำแล้วรึ”

“คำในมือของเจ้าเป็นสิ่งยืนยัน พรุ่งนี้เจ้าก็จะได้เห็นบ้านเมืองของพี่แล้ว”

เจ้าแม้นเมืองก้มมองก้อนทองคำในมือ พลางตั้งใจฟังคำบอกเล่าเกี่ยวกับเชียงพระคำของเขา

“ต้นน้ำสายนี้เกิดมาจากป่าเขาสูงเชียงพระคำ...ทุกย่างก้าวที่เป็นอาณาเขตของเชียงพระคำมีแต่สินแร่มีค่า อย่างที่เจ้าได้เห็นกับตา อีกหน่อยเจ้าจะเข้าใจเองว่าทำไมพี่ ญาติพี่น้องของพี่ จึงได้หวงแหนแผ่นดินนี้ และตระหนักว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องรักษาเอาไว้แม้ด้วยชีวิต”

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 4 วันที่ 5 ก.ย.60

ละคร รากนครา บทประพันธ์โดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ละคร รากนครา บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละคร รากนครา กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละคร รากนครา ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.
ติตามชม ละคร รากนครา ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ