อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนอวสาน[4] วันที่ 8 ก.ย.60

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนอวสาน[4] วันที่ 8 ก.ย.60

เทิดพันธ์แปลกใจ “ใจเริงสภาพแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” พิมพยักหน้า
“ไม่เจอกันเกือบปี..เริงเปลี่ยนไปมากจริงๆ ตอนแรกเกือบจะจำไม่ได้ แล้วพิมก็เจอผู้ชายที่คุณทินเล่าให้ฟังด้วยนะคะ ที่ดูน่ากลัวมาก เริงไม่น่าจะไปยุ่งกับคนแบบนั้น”
“แต่พี่พิมบอกว่าเค้ารวยมาก เป็นพวกสายเปย์ไม่ใช่เหรอคะ พี่เริงอาจจะอยู่เพราะเหตุผลนั้นก็ได้นะคะ”
พิมยังคิดหนักด้วยความเป็นห่วง เทิดพันธ์เสนอตัว
“เอาเป็นว่า..ถ้าผมได้คุยกับไอ้ทิน จะลองถามๆมันดูแล้วนะครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นเริง”

“แต่พี่พิมไม่ต้องไปยุ่งกับเค้าแล้วนะคะ ไม่ต้องเสนอตัวไปช่วยเหลืออะไรเค้าทั้งนั้น”
“พี่รู้แล้วน่า จำได้ไม่ลืม” มาลัยวรรณชูนิ้ว “ดีมาก” “แต่ถึงพี่เสนอตัวช่วย .. เค้าก็คงไม่ให้พี่ช่วย ตอนนี้เริงคงจะไปไกลเกินกว่าจะถอยกลับมาแล้วจริงๆ” พิมพูดด้วยความเข้าใจและรู้จักใจเริงเป็นอย่างดี ...



ท้องฟ้ากรุงเทพยามราตรี ภาพกรุงเทพในมุมสูง ใจเริงนั่งอยู่คนเดียวที่ Rooftop Bar ที่กั้นไว้เป็นโซนไพรเวท ที่เวทีเป็นนักร้องกำลังเล่นเพลง “เดียวดายกลางสายลม”
“บินไปเดียวดาย กลางสายลมแปรปรวน เพียงทะเลครวญ ฟังคล้ายเป็นเพลงเศร้า ค่ำคืนนี้ฉันเพลีย ฉันเหนื่อย ฉันหนาว .. และเหงาเหลือเกิน”
ใจเริงใจหายวูบ...จุก และเจ็บเหลือเกิน
“ไม่เคยมีใคร มีรักแท้จริงใจ จะมองทางใด ดูเคว้งคว้างว่างเปล่า ฝ่าลมฝนลำพังมากี่ร้อนหนาว จนล้าสิ้นแรง”
ใจเริงน้ำตาคลอ..เหนื่อยเหลือเกิน
“ไม่อยากเห็นภาพใดแม้แต่ท้องฟ้า อยากจะพักดวงตาลงชั่วกาล .. จะไปซุกตัวนอนซ่อนกายในเงาจันทร์ .. จะหลับฝันไม่ขอตื่นขึ้นมา คงจะมีเพียงลมหายใจรวยริน เอนกายบนดินยอมรับความพ่ายแพ้ ปีกของฉันมันหนัก..บินต่อไม่ไหว จะขอพักกายชั่วกาล” ใจเริงหลับตา...ปล่อยใจลอยไปกับเพลง...เพลงที่แทนความคิดและความต้องการในเบื้องลึกของจิตใจ สุรทินเดินเข้ามา..มองหาจนเจอใจเริงนั่งรออยู่ สุรทินสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยของใจเริง
สุรทินเดินมานั่งลงข้างๆใจเริง “นี่คุณยังอยู่กับไอ้พีทอยู่อีกเหรอ ผมคิดว่าคุณได้เงินสักก้อนแล้วจะไปซะอีก”
ใจเริงลืมตา ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จะให้ฉันไปไหน ในเมื่อคุณเป็นคนส่งฉันให้มันเอง”
“ไม่คิดนี่ครับว่ามันจะเลี้ยงคุณนานขนาดนี้ แสดงว่าคุณต้องเด็ดจนมันทิ้งคุณไปไม่ได้”
“คุณนี่มันเลวบริสุทธิ์จริง ๆ”
“นี่ ทำไมไม่หนีล่ะ ไปไหนก็ได้ แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มันดีกว่านี้”
“ฉันไม่มีที่ไป แล้ว....ไม่มีใครช่วยเหลือฉันได้แล้ว”
“ไม่น่าแปลก เพราะคุณทำกับคนที่หวังดีเอาไว้เสียเยอะ บางทีผมก็แปลกใจนะ คุณทั้งสวย ทั้งฉลาด ทำไมไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง” ใจเริงขำ “คุณค่าในตัวเอง .. ถ้าฉันมีจริงๆ ผู้ชายอย่างคุณ อย่างไอ้ปีเตอร์จะสนใจเหรอ”
สุรทินชะงักกึก.. ใจเริงพูดด้วยความเย้ยหยันและเจ็บปวด
“ในเมื่อโลกใบนี้ไม่เคยเห็นคุณค่าของความเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว ถ้าสนใจคุณค่า สนใจความดี ผู้หญิงจะต้องไปทำหน้า ทำนม เพื่อให้ผู้ชายสนใจทำไม ผู้หญิงที่โคตรมีคุณค่าดีทุกอย่าง ยังโดนผู้ชายนอกใจมาแล้ว การมีคุณค่าจะมีประโยชน์อะไร”
สุรทินส่ายหน้า “เดี๋ยวนะ ตกลงที่เรียกผมมาบอกว่าจะขอความช่วยเหลือ ตกลงจะให้ช่วย หรือแค่เรียกมาด่า จะได้กลับ เสียเวลา!” สุรทินจะลุก ใจเริงรีบพูดสวนขึ้น “ฉันต้องการทนาย !!!”
สุรทินแปลกใจ หันมาอีกครั้ง “คุณจะเอาทนายไปทำไม”
ใจเริงแววตาอ่อนโยนลง...เป็นความอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

วันต่อมา คอนโดปีเตอร์ 1 รูปโจในไอจีมาลัยวรรณ ใจเริงนั่งดูด้วยความรัก และคิดถึง ดูไปน้ำตาก็ปริ่มๆ ใจเริงนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งยังอยู่ในสภาพเหนื่อยล้า ใจเริงดูแล้วก็ยิ้มตามบางรูปที่น่ารัก ยิ้มแล้วก็เศร้าจนมาถึงรูปล่าสุดที่มาลัยวรรณเพิ่งโพสต์ ใจเริงดูแล้วสะดุดนิดๆ “มาเตรียมปาร์ตี้วันเกิดเฮียโจ...วันเกิดโจ ? วันนี้นี่”
ใจเริงเพิ่งนึกออก ใจเริงคิดๆๆๆ ในใจคิดถึงลูกมากๆ ใจเริงตัดสินใจ “ต้องไป” แล้วก็ดูรูปอีกที
ปิดที่รูปมาลัยวรรณกับขนมเค้ก และเช็คอินที่สถานที่จัดงาน

ที่สนามบ้านฤทธิ์ โจแวดล้อมไปด้วยฤทธิ์ ฤกษ์ พิม ผ่องใส มาลัยวรรณ เทิดพันธ์ และแอ๊ด ฤกษ์ถือเค้กเข้ามา
“สุขสันต์วันเกิดค้าบบบบบบ”
“เย้ !!!” โจตื่นเต้น ทุกคนพูดพร้อมกัน Happy Birthday !!!!
“เป่าเค้กเลยค้าบโจ”
“คับ !!” โจเป่าเค้ก น้ำลายกระเด็นฟูฟ่อง ทุกคนหัวเราะ เป็นบรรยากาศของความสุข
“น้าวรรณตัดเค้กให้นะครับ” มาลัยวรรณกับเทิดพันธ์ พิม ฤกษ์ ช่วยกันตัดเค้กใส่จาน แจก
“คับ” โจมองเค้กแววตาอยากกินมาก
“ดูๆ ดูมองเค้ก น้ำลายไหลแล้วตาโจ” ผ่องใสเอ็นดู “ก็เค้กมันน่ากินนี่เนอะ ใช่มั้ยครับโจ”
“คับ!”
“ครับตลอดเลยนะครับคุณโจ ยิ่งกินเค้ก เดี๋ยวก็ยิ่งคับนะครับ” โจงง
“มุกอะไรของแกเนี่ยนังแอ๊ด หลานฉันขำไม่ถูกเลย”
แอ๊ดหน้าเจื่อนแหะๆ แล้วก็ปรายตาไปเห็นใครบางคน แอ๊ดอึ้ง แล้วก็สะกิดผ่องใส “แล้วมุกนี้ ขำออกมั้ยคะคุณผ่อง”
“มุกอะไรของแก” แอ๊ดชี้ไปที่ผู้มาใหม่ ผ่องใสหันไปแล้วก็สะดุ้งตกใจ “ว๊ายยยยย ใจเริง”
ทุกคนตกใจ หันไปตามผ่องใส ฟึ่บ!!!

ใจเริงเดินตรงมาหาโจ .. ใจเริงดูอ่อนล้า อ่อนแรง แต่ยังคงมีความอหังการอยู่ในท่วงท่า ใจเริงใส่แว่นสีชาอำพราง
แววตาที่แสบปวดร้าว ในมือถือกล่องของขวัญมาด้วย ฤกษ์อุ้มโจไว้แน่น พิมมองใจเริงด้วยความเมตตา ต่างจากผ่องใสที่จิกตั้งแง่ก่อนเลย ผ่องใสจะพุ่งไปหา ฤทธิ์รีบจับไว้ ปรามด้วยสายตา ผ่องใสจำต้องสงบก่อน ใจเริงเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าทุกคน ในใจนั้นอ่อนยวบและเวิ้งว้างมาก เทิดพันธ์เดินออกมารับหน้าเป็นคนแรก “มาทำไม ?”
“เริงเอาของขวัญมาให้ลูก” ฤกษ์สวน “ลูก ? รู้จักคำนี้ด้วยเหรอ”
ใจเริงจี๊ด แต่เหนื่อยเกินกว่าจะตอบโต้ ใจเริงหันมาทางพิม “พิม...เริงฝากให้ตาโจด้วย”
พิมรับมา .. บรรยากาศอึดอัดๆ แล้วฤทธิ์ก็พูดขึ้น “ลูกก็อยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ให้เอง”
ผ่องใสหันมาทางฤทธิ์ แอบขัดใจหน่อยๆ ใจเริงอึ้งๆ มองฤทธิ์ .. ฤทธิ์ส่งความเมตตามาให้ใจเริง ใจเริงถึงกับจุกเบาๆ ค่อยๆหันมาทางโจ โจมองใจเริงงงๆ .. ใจเริงมองโจ ทำตัวไม่ถูก .. ใจเริงเดินเข้าไปหาโจ ฤกษ์เบือนหน้าหนี มีทีท่ารังเกียจนิดๆ โจมองใจเริงแล้วก็ร้องไห้ ใจเริงตกใจ..ยิ่งทำตัวไม่ถูก พิมมองด้วยความสงสาร โจร้อง แล้วโผมาหาพิม ใจเริงน้ำตาจะไหล พิมมองด้วยความสงสาร ผ่องใสทนไม่ได้
“คุณฤกษ์คะ พาคุณโจมาทางนี้เถอะค่ะ ร้องใหญ่แล้ว”
ใจเริงใจสั่น เสียใจ จนทำอะไรไม่ถูก หันมาทางพิมแล้วยัดกล่องของขวัญให้ “ฝากให้โจด้วย”
ใจเริงพูดจบแล้วก็รีบเดินไปเลย ฤกษ์ มาลัยวรรณ เทิดพันธ์ ช่วยกันเล่นกับโจ เบี่ยงความสนใจให้หยุดร้อง ผ่องใสพูดไล่หลัง “ดีแล้ว กลับไปแล้วไม่ต้องมา”
“คุณก็ เค้าเป็นแม่ลูกกัน”
“แม่ที่ไม่เคยเลี้ยงลูก ไม่เคยสนใจลูก ฉันไม่เรียกว่าเป็นแม่หรอกค่ะ” ใจเริงได้ยินยิ่งเจ็บจี๊ด
พิมมองใจเริงด้วยความเห็นใจ แล้วก็ตัดสินใจวิ่งตามไป ทุกคนร้องตกใจ “พิม / พี่พิม !!!”
“คุณฤกษ์รีบไปตามคุณพิมกลับมาเถอะค่ะ เดี๋ยวจะโดนแม่นั่นปั่นหัวมาอีก” ฤกษ์คิด...แล้วไม่ตาม
“พิมเค้ามีสติแล้วครับ .. ใจเริงทำอะไรพิมไม่ได้แล้ว” ฤกษ์ไว้ใจพิม
แถวประตูรั้วบ้านฤทธิ์ ใจเริงเดินกลั้นน้ำตา เจ็บปวดจนอยากจะไปให้พ้นๆ จากตรงนี้ให้เร็วที่สุด พิมวิ่งตามมา “เริง”
ใจเริงหยุดเดิน เงยหน้ากลั้นน้ำตา พิมเดินมาหา “ถ้าเริงคิดถึงลูก ทำไมทิ้งลูกไป ทำไมไม่อยู่กับลูก”
ใจเริงจี๊ด แต่ยังฝืน ทำเป็นไม่เป็นไร หันมาหาพิม
“เริงเป็นคนยังไงพิมก็น่าจะรู้อยู่แล้ว เริงเอาแต่ใจตัวเอง ไม่เคยคิดถึงคนอื่น เกิดวันนึงเบื่อๆ ขึ้นมาก็ไม่อยากเลี้ยง เริงเป็นแม่ที่ดีไม่ได้หรอก แล้วเริงก็..เป็นเมียที่ดีไม่ได้เหมือนกัน .. เริงไม่ใช่พิม”
ใจเริงมองพิมเผยความอ่อนแอออกมา
“ไม่มีใครเหมือนใครอยู่แล้วเริง”
“ใช่ .. แล้วก็ไม่มีใครเป็นเพื่อนที่ดีได้เท่ากับพิม” ใจเริงน้ำตาคลอๆ “เราสองคนนี่ก็..แปลกดีเนอะ..คนนึงก็เอาแต่ใจตัวเองสุดๆ อีกคนก็อดทนคิดถึงแต่คนอื่น”
“แต่สุดท้าย..ตามใจตัวเองมากไปก็ไม่ดี อดทนมากไปก็ไม่รอด พิมกำลังหาตรงกลางของตัวเอง เริงเองก็น่าจะลองหาดู”
“อย่ามาเตือนเราเลยพิม ไม่มีใครเตือนเราได้พิมก็รู้ ปล่อยให้เริงไปตามเรื่องของเริงเถอะ”
ใจเริงน้ำตาร่วง พิมสะเทือนใจ ใจเริงพยายามกลั้นน้ำตาหันไปมองเด็กๆที่เล่นอยู่รอบๆ
“บางทีก็นึกถึงตอนที่เราเป็นเด็กๆเนอะ” พิมกับใจเริงนึกถึงอดีต
ภาพตอนใจเริงกับพิมอยู่กับเพื่อนๆ หยอกล้อ เล่นกัน ด้วยความสดใส สนุกสนาน
“ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องรับรู้ปัญหาอะไร คิดแล้วก็ไม่อยากโตเลย”
ใจเริงกับพิมยืนอยู่คู่กัน “แต่ทำไงได้ .. ชีวิตมันต้องเดินต่อไป .. ถึงแม้ทางที่เดินมันจะมืด แต่มันก็ต้องเดิน เดินไปจนกว่าจะไม่อยากเดิน” ใจเริงกลืนน้ำตา กลืนความเจ็บ และหันมาบอกลาพิม
“ไม่รู้ว่าเริงจะได้มาเจอลูกอีกหรือเปล่า.. ถ้า .. เริงไม่ได้มาแล้ว เริงฝากโจด้วยนะพิม พิมคงเป็นแม่ที่ดีได้มากกว่าเริง”
ใจเริงพูดเหมือนบอกลาอยู่กลายๆ พูดจบแล้วก็เดินไป พิมรู้สึกหดหู่ประหลาด มองใจเริงที่เดินจากไปอย่างหม่นหมอง .. พิมได้แต่ถอนใจ พิมกับใจเริงค่อยๆห่างออกจากกันโดยไม่มีใครรู้ว่า...ทั้งสองคนจะไม่มีวันได้กลับมาเจอกันอีกเลย

บ้านพิม กลางคืน พิมอยู่กับมาลี และ พจน์
“พิมไม่อยากเชื่อเลยว่าใจเริงที่เคยมั่นใจ ร่าเริง มีความสุข มีชีวิตที่ดีงาม ทำไมวันนี้ถึงได้มีแววตาเย็นชา ไม่สดใส ไม่มีความหวังกับชีวิตแบบนี้”
“ก็เพราะเค้ามีแต่ความสุข ไม่เคยรู้ว่าความทุกข์ มันเป็นยังไง เวลาเจอปัญหาก็เลยเลือกทางออกที่มันง่ายๆ โดยไม่ปรับตัว ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความสบาย .. ชีวิตเค้าก็เลยเดินมาถึงจุดนี้ จุดที่ตัวเค้าเองก็คงคิดไม่ถึง”
“แต่ตอนเด็กๆ พิมก็ไม่ได้ทุกข์ ไม่ได้ลำบาก พ่อกับแม่ก็เลี้ยงดูพิมอย่างดี”
พจน์ยิ้มๆ “แต่พ่อกับแม่เลี้ยงพิมอย่างดีบนพื้นฐานของความจริงไงลูก เราไม่ได้ปกป้องลูกจนเกินไป จนไม่รู้จักความผิดหวัง พิมก็เลยได้เรียนรู้ว่าชีวิตมันไม่ได้ง่าย พอเจอปัญหาก็รู้จักเลือกทางออกที่เหมาะสมที่สุด แม้มันจะยากก็ตาม” พิมคิดตาม
“แล้วมันจะมีวันที่เริงได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ แล้วเลือกทางแก้ปัญหาให้ตัวเองแบบอื่นบ้าง”
““ความคิด” เป็นสิ่งกำหนดพฤติกรรมนะ แล้ว...“พฤติกรรม” ก็เป็นสิ่งกำหนดชีวิตของเรา ถ้าใจเริงยังคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม สุดท้ายชีวิตของเค้าก็หนีไม่พ้นแบบเดิมๆ”
“พิมก็ได้แต่หวังว่า.. ความเป็นแม่ จะทำให้เริงเปลี่ยนวิธีคิดได้บ้าง .. จะได้หลุดจากชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้”
พิมคิดถึงใจเริงด้วยความหวังดี ... ความเป็นห่วงที่มียังเหมือนเดิม

หลายวันต่อมา ห้างหรูอันแสนวุ่นวาย ฟุ้งเฟ้อ และฉาบฉวย ที่ร้านกระเป๋าหรู ใจเริงชี้ๆ เลือกซื้อ ๆๆๆ ส่งบัตรเครดิตให้พนักงาน รูดๆๆๆ ในห้องพักปีเตอร์ผลักใจเริงลงบนเตียงอย่างแรง ใจเริงส่องกระจกมองตัวเองที่ทรุดโทรม และเต็มไปด้วยรอยช้ำ ใจเริงหยิบยากล่อมประสาทมากินผ่อนคลายความเครียดที่แบกรับไว้
ห้างหรู ใจเริงเดินเข้าร้านนาฬิกา ซื้อๆๆๆ รูดๆๆๆๆ ใจเริงเอานาฬิกา กระเป๋า ใส่กล่องอย่างดี ปีเตอร์ผลักใจเริงล้มลงพื้น แล้วลากไปที่เตียง ใจเริงน้ำตาไหล แต่กัดฟันอดทน ใจเริงร่างกายสะบักสะบอม แววตาแห้งผาก ยืนอยู่ในร้านเพชร ใจเริงส่งบัตรให้รูดอย่างไร้วิญญาณ ปีเตอร์ตบใจเริงต่อหน้าลูกน้อง คนในร้านมอง ปีเตอร์ล้มโต๊ะ แล้วก็เดินออกไป ใจเริงลนลานทั้งเจ็บทั้งอายคนในร้าน ปีเตอร์เดินกลับมาลากใจเริงออกไปเหมือนเป็นสิ่งของ ไม่ใช่คน

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนอวสาน[4] วันที่ 8 ก.ย.60

ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน
ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง เพลิงบุญ กำกับการแสดงโดย ประเสริฐ ประศาสน์
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพลิงบุญ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ