อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 5 วันที่ 10 ก.ย.60

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 5 วันที่ 10 ก.ย.60

“คอยได้ก็จงคอยต่อไป คอยไม่ไหวก็ให้กลับเชียงเงินไปพร้อมกับของขวัญของพวกมันนั่นแหละ!”

เจ้ามิ่งหล้าไม่ได้สำเหนียกว่าจะถูกขัดขวางไม่ให้ถวายตัว มัวลำพองใจว่าความสวยสดงดงามของตัวจะทำให้กษัตริย์เมืองมัณฑ์หลงใหลและเรียกตัวถวายงานในที่สุด เจ้านางข่ายคำปลื้มใจมาก รีบส่งข่าวให้สวามี

“แม่ส่งจดหมายกลับไปหาเจ้าพ่อของลูกแล้ว แจ้งไปว่าพวกเรายังค้างเติ่งที่เมืองมัณฑ์ ยังไม่มีข่าวว่าจะได้เข้าเฝ้ากษัตริย์เมืองมัณฑ์เมื่อไรแน่ แม่ไม่อยากให้เจ้าพ่อของลูกเป็นกังวลเลย”



“ถ้าเจ้าพ่อรู้สึกว่าเมืองมัณฑ์ไม่เห็นหัวเชียงเงิน เจ้าแม่กลัวว่าเจ้าพ่อจะสั่งให้เรากลับเชียงเงินทันทีใช่ไหม”

“เจ้าพ่อของลูก...ถึงให้โกรธยังไงก็คงไม่ทำอะไรผลีผลามอย่างนั้นแน่ เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก”

“เมืองมัณฑ์อาจยกกองทัพไปโจมตีเชียงเงิน...อย่างนั้นใช่รึไม่เจ้าแม่”

เจ้านางข่ายคำตอบไม่ถูก ท่าทีอึกอักอย่างเห็นได้ชัด เจ้ามิ่งหล้าเลยฮึด ประกาศกร้าว

“ต่อให้เจ้าพ่อเรียกตัวพวกเรากลับเชียงเงิน ลูกก็จะขอขัดขืนคำสั่ง ลูกก้าวมาถึงขนาดนี้แล้ว ลูกไม่ขอกลับไปมือเปล่าหรอกเจ้าแม่ ตราบใดที่ลูกยังไม่ได้สมหวังในสิ่งที่ลูกต้องการ!”

ooooooo

หลังทราบจนแน่ชัดจากกรมวังเรื่องบรรณาการจากเชียงเงิน เจ้านางปัทมสุดาก็ทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางและปิดกั้นทุกทางไม่ให้กษัตริย์เมืองมัณฑ์รับรู้ รวมไปถึงกิจบ้านการเมือง นโยบายต่อต้านชาติตะวันตก เจ้านางปัทมสุดาก็มีส่วนร่วมหารือ ทั้งเพื่อควบคุมสวามีและรักษาอำนาจไว้กับตัว

เจ้ามิ่งหล้าตงิดใจ หลังการปรากฏตัวของมิ่นที่มาหยั่งเชิงเธอกับแม่เมื่อหลายวันก่อน แต่ก็ยังไม่ถูกเรียกตัวเข้าเฝ้า เมื่อตรองดูอีกครั้งจึงจำได้ว่ามิ่นคือคนสนิทของเจ้านางปัทมสุดา

“ลูกว่าลูกพอจะเดาออกแล้วเจ้าแม่ว่าศัตรูของเราเป็นใคร”

เจ้านางข่ายคำตามความคิดลูกสาวไม่ทัน เจ้ามิ่งหล้าเลยเฉลยว่ามิ่นคือคนสนิทของเจ้านางปัทมสุดา

“ดีแล้ว...เปิดหน้ามาให้เห็นกันชัดๆเถอะ จะทำสงครามกันทั้งที มัวหลบกันอยู่ในที่ลับตาทำไม”

“มิ่งหล้า...เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ อย่าเอาบ้านเมืองเป็นเดิมพันทีเดียว”

“ลูกรู้...จะทำสงครามก็ต้องคิดถึงแต่ชัยชนะ ลูกไม่ยอมเป็นแค่เครื่องบรรณาการชิ้นหนึ่งเท่านั้นหรอกเจ้าแม่”

สงครามชิงดีชิงเด่นในเมืองมัณฑ์ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ต่างจากบรรยากาศในเชียงพระคำเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมือง ปรับตัวหากันได้ดีจนแทบไม่มีปัญหา

เจ้าศุขวงศ์เอาอกเอาใจเจ้าแม้นเมืองทุกอย่าง อยากให้เธอมีความสุขในฐานะชายาและชาวเชียงเงิน เขาจึงพยายามทำให้เธอสบายใจ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ต่างๆกับเธอด้วย

“ข้าเจ้ากำลังสงสัยว่าทำไมพวกฝรั่งจึงอยากได้ไม้สักของพวกเรานัก”

“เพราะบ้านเมืองเขาไม่มีไม้มีค่าอย่างไม้สักของเรา ไม้สัก...เติบโตเฉพาะบ้านเมืองเขตร้อนชื้นของเราเท่านั้น”

ความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าแม้นเมืองทำให้เจ้าศุขวงศ์ชอบใจ และยิ่งกว่าเต็มใจจะอธิบายเพิ่มเติม

“บ้านเมืองเขา...ถึงจะเจริญก้าวหน้ากว่าบ้านเมืองเรามาก แต่ก็ขาดแคลน ไม่มีหลายอย่างที่พวกเรามี เครื่องเทศ สินแร่ แม้แต่ข้าว ถึงฤดูหนาวของเขาก็เท่ากับความยากจนทุกข์ทรมานมาเยือน”

“แต่พวกเขาก็เข้ามาอย่างต้องการซื้อขายกับเรามิใช่รึ”

“ใครจะไปรู้...เจตนาแท้จริงของพวกเขาอาจคือการเข้ามาครอบครองเป็นเจ้าของแผ่นดินพวกเราก็ได้ การค้าเป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น พอๆกับการนำศาสนาใหม่มาเผยแผ่ การอ้างว่าพวกเราเป็นบ้านเมืองไร้อารยธรรม ทุกอย่างเป็นข้ออ้างสำหรับการรุกรานเพื่อความชอบธรรมในการยึดครองทั้งนั้น...น้องเข้าใจสิ่งที่พี่พูดใช่ไหม”

“ในเมื่อพวกเขาเข้ามาอย่างมีเจตนาร้ายต่อบ้านเมืองของเรา...”

“พี่รู้ว่าน้องกำลังคิดอะไร ยังไงพวกเราก็ต้องปกป้องแผ่นดินของพวกเราไว้ แต่การต่อสู้ตอบโต้

พวกเขามีหลายรูปแบบ พวกเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเรามาก หากเลือกปะทะชน...ก็ไม่ต่างจากสู้กับยักษ์ด้วยมือเปล่า พี่ถึงไม่เห็นด้วยกับเมืองมัณฑ์ที่ยังหลงคิดว่าตัวเองมีแสนยานุภาพเหนือใครในโลกนี้”

เจ้าแม้นเมืองฟังด้วยท่าทีนิ่งสงบกว่าเคย เหตุผลและข้อมูลของเจ้าศุขวงศ์เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้

“เมืองมัณฑ์กำลังใกล้ตกที่นั่งลำบาก...น่าเป็นห่วง การปฏิบัติต่อเขาอย่างศัตรูไม่ใช่เรื่องฉลาด แต่การให้ความเป็นมิตรและใช้ประโยชน์จากเขาให้มากที่สุดน่าจะเป็นการต่อสู้ที่เหมาะสมที่สุด”

ooooooo

นอกจากความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับชาติตะวันตกของเจ้าศุขวงศ์ เจ้าแม้นเมืองยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับแบร็กกิ้น ท่าทางสุภาพและแววตาจริงใจของเขาทำให้เธอผ่อนคลายและพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเองขึ้น

เขียนจันทร์กับคำแก้วได้เรียนรู้และทำความรู้จักชาวตะวันตกเช่นเดียวกัน โดยมีสายตาของเจ้าศุขวงศ์มองตามด้วยความพอใจ ยินดีและภูมิใจมากที่เจ้าแม้นเมืองและบรรดาผู้ติดตามยอมเปิดใจ

แบร็กกิ้นไม่ได้มีแค่ความรู้และความคิดเห็นมาฝาก แต่มีข่าวจากเมืองมัณฑ์มาฝากเจ้าศุขวงศ์ด้วย

“รัฐบาลอินเดียยื่นเงื่อนไขให้กษัตริย์เมืองมัณฑ์พิจารณา แต่คาดเดาได้ไม่ยากว่ากษัตริย์เมืองมัณฑ์คงปฏิเสธ แต่หันไปรับเงื่อนไขทางฝรั่งเศสมากกว่า”

“ท่านว่าเป็นการตัดสินใจของกษัตริย์เมืองมัณฑ์เองหรือเป็นความเห็นชอบของเสนาบดี”

“อาจจะไม่ใช่ทั้งสองอย่าง เป็นที่รู้กันว่าคนมีอำนาจเหนือการตัดสินใจของกษัตริย์ก็คือองค์ราชินี”

เจ้าศุขวงศ์นิ่วหน้า ก่อนถึงบางอ้อว่าใครคนนั้นก็คือเจ้านางปัทมสุดา

“ใช่แล้ว...พระนางปัทมสุดา...ขืนกษัตริย์ยอมเป็นแค่หุ่นเชิดและปล่อยอำนาจการตัดสินใจให้องค์ราชินีครอบงำได้อย่างนี้ เมืองมัณฑ์อยู่ในสถานะลำบากแน่!”

เจ้าแม้นเมืองไม่อยู่คุยกับแบร็กกิ้นด้วย แต่ไปหาเจ้าย่าเรือนคำและได้พบเจ้าละอองคำญาติสาวของเจ้าศุขวงศ์เป็นครั้งแรก ใบหน้าหมดจดและรอยยิ้มจริงใจของอีกฝ่ายทำให้เจ้าแม้นเมืองนึกเอ็นดู

“เจ้าพี่แม้นเมืองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดเลยนะเจ้า เจ้าพี่ศุขวงศ์เป็นคนดี เปิ้นรักใครแล้วรักจริงเสมอต้นเสมอปลาย คนเชียงพระคำเคารพรักเปิ้นกันทุกคน โลกนี้ผู้ชายดีพร้อมอย่างเจ้าพี่ศุขวงศ์จะมีสักคน ตอนเปิ้นส่งข่าวว่าจะกลับจากใต้ เจ้าย่าเปิ้นกลุ้มอกกลุ้มใจกลัวเปิ้นจะพาหลานสะใภ้คนใต้มาให้ท่านเสียแล้ว”

เจ้าศุขวงศ์มาสมทบหลังจากนั้น เจ้าละอองคำหันไปยิ้มต้อนรับ ก่อนจะขอสมัครเป็นน้องสาวเจ้าแม้นเมือง

“น้องเป็นคนน่ารักขนาดนี้ ใครๆก็อยากได้เป็นน้องสาว ไม่มีใครกล้าปฏิเสธน้องหรอก พี่ว่าเป็นเรื่องดีเสียอีก เจ้าแม้นเมืองจะได้ไม่เหงา จะได้คลายความคิดถึงเชียงเงินบ้านเกิดด้วย”

เจ้าแม้นเมืองทำได้แค่ยิ้มรับบางๆ เจ้าศุขวงศ์เลยถือโอกาสอวดว่าเธอพูดภาษาอังกฤษได้ดี เจ้าละอองคำตื่นเต้นมาก เพราะความรู้เรื่องภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้คนในดินแดนล้านนา

“เจ้าพี่แม้นเมืองรู้ภาษาอังกฤษด้วยก๊า”

“พี่ก็พอรู้...งูๆปลาๆ”

เจ้าศุขวงศ์ส่ายหน้าให้อาการถ่อมตัวของเจ้าแม้นเมือง

“ใครว่างูๆปลาๆ ทั้งอ่านฟังพูดเขียน เจ้าแม้นเมือง

เปิ้นแตกฉานทีเดียวละอองคำ”

“ถ้าอย่างนั้น...นอกจากรับน้องเป็นน้องสาวแล้ว เจ้าพี่รับน้องเป็นลูกศิษย์ด้วยนะเจ้า...นะเจ้า”

ไม่ใช่แค่เจ้าละอองคำที่ตื่นเต้นเรื่องเจ้าแม้นเมืองมีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ เจ้าศรีวงศ์กับเจ้าจักรคำก็สนอกสนใจไม่แพ้กัน เจ้าแม้นเมืองได้แต่ยิ้มรับ ถ่อมตัวเหมือนเคย

“ข้าเจ้าพออ่านออกเขียนได้เท่านั้นเองเจ้า”

“เจ้านี่สมกับศุขวงศ์ เป็นเนื้อคู่กันแท้ๆ อาดีใจที่ได้เจ้ามาร่วมวงศ์วานว่านเครือ...ตอนนี้ก็ถือว่าเจ้าเป็นลูกหลานเชียงพระคำแล้ว อาอยากให้เราช่วยกันดูแลรักษาบ้านเมืองของบรรพบุรุษให้แข็งแรงมั่นคง ช่วยกันนะ...แม้นเมือง”

เจ้าแม้นเมืองลำบากใจมาก รู้ดีกว่าใครว่าอุดมการณ์ทางการเมืองของเชียงพระคำกับเชียงเงินต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อเห็นว่าเจ้าศุขวงศ์มองมาด้วยความหวัง จึงตัดสินใจตอบรับแต่โดยดี

“มีสิ่งใดที่ข้าเจ้าทำได้เพื่อสนองพระเดชพระคุณ ข้าเจ้าก็ยินดีทำสุดกำลังความสามารถเจ้า”

ooooooo

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 5 วันที่ 10 ก.ย.60

ละคร รากนครา บทประพันธ์โดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ละคร รากนครา บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละคร รากนครา กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละคร รากนครา ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.
ติตามชม ละคร รากนครา ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ