อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 6 วันที่ 11 ก.ย.60

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 6 วันที่ 11 ก.ย.60

เจ้าหน่อเมืองเจ้าอุปราชแห่งเชียงเงินเข้าพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาด้วยความขมขื่นใจ แต่เพื่อแผนประกาศตัวเป็นอิสระ ไม่เป็นประเทศราชของสยามหรือตกใต้อำนาจของชาติตะวันตก ทำให้ต้องฝืนใจ

ท่านเจ้าคุณฯข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากสยามอยากให้เจ้าหน่อเมืองอยู่เชียงใหม่ต่อสักพัก เพื่อร่วมพิธีส่งตัวเจ้าหญิงดารารัศมีสู่บางกอก แต่เจ้าอุปราชแห่งเชียงเงินก็ปฏิเสธ อยากกลับบ้าน ไม่อยากทนอยู่ต่อแม้อึดใจเดียว

เจ้าหน่อเมืองเดินทางกลับเชียงเงินวันต่อมา แต่เพราะจิตใจหมกมุ่นเรื่องการปลดแอกบ้านเกิดเมืองนอน ทำให้ฟุ้งซ่าน เก็บไปฝันร้ายว่าต้องตายเพราะคมหอกดาบเพราะผิดคำสาบานในพิธีถือน้ำฯ



ฝันร้ายทำให้เจ้าหน่อเมืองสะดุ้งตื่นกลางดึก ใจหวิวเพราะภาพในฝันเหมือนจริงเหลือเกิน แต่กระนั้นภาระหน้าที่และความคิดที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็กก็ทำให้ต้องข่มใจและเลือกจะสู้

“ข้าต่างหากคือผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวข้าเอง!”

เจ้ามิ่งหล้าก็ดิ้นรนเพื่อชัยชนะของตัวเองเช่นกัน และคืนนี้...เธอจะหาทางเข้าเขตวังชั้นในอีกครั้ง เพราะเป็นโอกาสเหมาะที่ภายในวังมีจัดงานมหรสพ เจ้านางข่ายคำเป็นห่วง ไม่อยากให้ลูกสาวเสี่ยงตอนกลางคืน แต่เจ้ามิ่งหล้าก็ไม่เปลี่ยนใจ...มั่นใจว่าคืนนี้เธอจะมีโชคและได้พบกษัตริย์เมืองมัณฑ์!

ด่านแรกที่เจ้ามิ่งหล้าต้องฝ่าคือทหารยาม ครั้งนี้เธอไม่ได้ติดสินบน แต่เลือกอ้างชื่อเจ้านางปัทมสุดา อำนาจของราชินีเมืองมัณฑ์ทำให้ทหารยามกลัวหัวหดและยอมปล่อยให้เธอกับฟองจันทร์เข้าเขตชั้นในแต่โดยดี

“ภายนอกดูแข็งแกร่ง แต่แท้จริงแล้วเมืองมัณฑ์ก็อ่อนแอเน่าเฟะ...เจ้าเห็นรึยังฟองจันทร์”

“เจ้า...แต่ข้าเจ้ากลัวว่าขากลับออกไปเราจะมีปัญหานะเจ้า”

เจ้ามิ่งหล้าไม่หวั่น เชื่อแน่ว่าตัวเองต้องรอดไปได้ “จะต้องกลับไปทำไมฟองจันทร์ บารมีเจ้าหลวงเชียงเงินยังไงก็ยังคุ้มหัวเจ้าอยู่ ต่อให้ราชินีมีอำนาจขนาดไหนก็ไม่มีทางอยู่เหนือกษัตริย์ไปได้หรอก”

แผนเอาตัวเข้าล่อของเจ้ามิ่งหล้าได้ผลเกินคาด ความงามโดดเด่นของเธอเข้าตากษัตริย์เมืองมัณฑ์อย่างจัง และฉวยโอกาสตอนเจ้านางปัทมสุดาเพลิดเพลินกับการฟ้อนรำที่แสนโปรดปราน แอบไปดักรอ...

เจ้ามิ่งหล้าสั่งให้ฟองจันทร์รอข้างนอก ส่วนตัวเองไปดักรอกษัตริย์เมืองมัณฑ์ในมุมมืด และการเจอกันครั้งแรกก็ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง ก่อนจะวาบหวิวทั้งตัวและหัวใจเมื่อถูกกระชากตัวไปใกล้

“ราชธิดาเจ้าหลวงเชียงเงินงั้นรึ...แล้วไยเจ้ามาอยู่ที่นี่”

“ข้าเจ้ารอนแรมมาไกลในฐานะตัวแทนเจ้าหลวงเชียงเงิน เพื่อถวายตัวเป็นเครื่องบรรณาการแสดงความ จงรักภักดีต่อพระองค์...กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองมัณฑ์”

“ทำไมข้าไม่เคยรับรู้เรื่องนี้”

“อาจเป็นเพราะข้าเจ้าวาสนาน้อย ทั้งที่หัวใจดวงนี้มาเพื่อหวังพึ่งพระบรมโพธิสมภาร”

ความงามของเจ้ามิ่งหล้าทำให้กษัตริย์เมืองมัณฑ์พึงใจมาก กระชับอ้อมแขนและจูบซุกไซ้อย่างหื่นกระหาย เจ้ามิ่งหล้าลอบยิ้มในความมืด ก่อนจะแกล้งทำท่าแตกตื่นร้องขอให้หยุด

“ข้าเจ้าต้องไปแล้ว หากถูกจับได้ว่าลักลอบเข้ามาในเขตพระราชฐานข้าเจ้าอาจต้องอาญาหนัก”

“ข้าคือผู้ถืออาญานั้น เจ้าจะต้องกลัวไปไย”

“ข้าเจ้าพร้อมพลีกายและใจถวายองค์เหนือหัว แต่ได้โปรดประทานโอกาสให้ข้าเจ้าได้ถวายเครื่องบรรณาการอย่างเป็นทางการเสียก่อนเถิด”

วาจาฉอเลาะและถ่อมตัวของเจ้ามิ่งหล้าทำให้กษัตริย์เมืองมัณฑ์พอใจ แม้ไม่ค่อยเห็นด้วย แต่เมื่อเห็นแสงไฟจากเหล่ามหาดเล็กต้นห้องที่มาตามจึงต้องตัดใจและกลับเข้าไปในงาน...รอเวลาเจอกันอีก

ooooooo

เจ้ามิ่งหล้าลำพองใจมากว่าความงามของตนจะทำให้กษัตริย์เมืองมัณฑ์คลุ้มคลั่งและหาทางเรียกตัวมาเฝ้า โดยไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่าเจ้านางปัทมสุดาที่ตามประกบสวามีตลอดจะเตรียมแผนตั้งรับไว้แล้ว

ระหว่างที่เจ้ามิ่งหล้าดิ้นรนทุกทางเพื่อถวายตัวต่อกษัตริย์เมืองมัณฑ์ เจ้าแม้นเมืองกลับได้รับการยอมรับจากครอบครัวของเจ้าศุขวงศ์ ถึงขั้นได้รับความไว้วางใจให้แปลจดหมายภาษาอังกฤษ

“นี่เป็นจดหมายจากบริษัทบริติชบอร์เนียว พี่อยากให้น้องอ่านดูให้ละเอียดแล้วร่างจดหมายโต้ตอบว่าเงื่อนไขข้อหนึ่งถึงสี่เรายินดีและยอมรับได้ แต่ข้อห้าและหกเราขอต่อรองด้วยการเปิดเจรจาใหม่ น้องช่วยพี่ได้ไหมแม้นเมือง”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นความลับของบ้านเมือง เจ้าแน่ใจแล้วหรือจะให้ข้าเจ้าล่วงรู้”

“แม้นเมือง...ถึงเวลานี้แล้ว น้องยังไม่เชื่อมั่นอีกรึว่าน้องคือส่วนหนึ่งของเชียงคำและส่วนหนึ่งของชีวิตพี่”

เจ้าแม้นเมืองก้มหน้านิ่ง สะท้านกับคำพูดตรงไป ตรงมาของเขา แต่ต้องข่มอารมณ์ทำเฉย เจ้าศุขวงศ์เห็นดังนั้นก็ยิ้มบางๆด้วยความเอ็นดู ก่อนจะย้ำให้มั่นใจว่าเขาเชื่อใจเธอ

เจ้าศุขวงศ์แสดงความจริงใจให้เจ้าแม้นเมืองเห็นเสมอ ไม่ว่าเรื่องใดที่ทำได้ เขาไม่ลังเลจะทำ แต่ความลับก็ไม่มีในโลก เมื่อเขียนจันทร์กับคำแก้วดันได้ยินเรื่อง ความหวังของเจ้าย่าเรือนคำจากบัวผันว่าอยากได้เจ้าละอองคำเป็นสะใภ้ สองสาวคนสนิทของเจ้าแม้นเมืองร้อนใจมาก กลัวเจ้านายสาวจะทุกข์ใจเพราะสวามีมีชายา อีกคน

ความหวังของเจ้าย่าเรือนคำยังเรืองรอง รวมทั้งหัวใจดวงน้อยของเจ้าละอองคำที่หลงรักเจ้าศุขวงศ์มานาน แม้เขาจะแต่งงานกับเจ้าแม้นเมืองแล้ว เจ้าละอองคำก็ไม่ถอดใจและคิดว่ายังมีโอกาส อย่างเช่นวันนี้ที่เธอหอบขนมอบแบบฝรั่งของโปรดของเจ้าศุขวงศ์ที่เพิ่งหัดทำมาฝากถึงคุ้ม

เจ้าแม้นเมืองมัวร่างจดหมายตามคำขอของเจ้าศุขวงศ์เลยไม่ได้ไปต้อนรับ เขียนจันทร์กระวนกระวายแทน ส่งคำแก้วไปตาม เจ้าแม้นเมืองไม่รู้เรื่องด้วย แต่ก็ยอมไปต้อนรับเจ้าละอองคำที่เรือนเพาะชำต้นชมพูป่า

เจ้าละอองคำขอต้นอ่อนชมพูป่าจากเจ้าศุขวงศ์ แต่เขากลับบอกให้เธอขอจากเจ้าแม้นเมืองเจ้าของตัวจริงแทน ซึ่งเจ้าแม้นเมืองก็มอบให้ด้วยความยินดี ไม่คิดแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายจะกลายมาเป็นศัตรูหัวใจในไม่ช้า

เจ้าศุขวงศ์ปลีกตัวไปเฝ้าเจ้าหลวงศรีวงศ์กับเจ้าจักรคำเจ้าอุปราชแห่งเชียงพระคำ เจ้าแม้นเมืองต้องอยู่ต้อนรับเจ้าละอองคำตามลำพัง และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องบ้านเมืองเป็นครั้งแรก

“ป่าไม้เมืองเรามีมากมาย ตัดเท่าไรก็ไม่มีวันหมด น้องว่าเจ้าพี่ศุขวงศ์ไม่เห็นต้องกังวลเรื่องเสียเปรียบฝรั่งเลย”

“ต่อให้ป่าไม้มีมากมายขนาดไหนสักวันก็ต้องหมดไป ถ้าไม่ดูแลรักษาให้ดี”

“แล้วที่เชียงเงินของเจ้าพี่จัดการเรื่องนี้ยังไงเจ้า”

“เชียงเงินไม่เปิดรับฝรั่งต่างชาติเพราะเราเชื่อว่าพวกนี้มาเพื่อหวังกอบโกยตักตวงสมบัติบรรพบุรุษของเรา”

“เจ้าพี่พูดเหมือนเจ้าย่าเรือนคำเลย แต่เรื่องแบบนี้น้องว่าปล่อยพวกผู้ชายเป็นฝ่ายตัดสินใจดีกว่ามังเจ้า”

“จะหญิงหรือชายก็มีสิทธิ์คิดได้เหมือนกัน เพราะหน้าที่รักษาบ้านเมืองเป็นของทุกคน”

“น้องขอเป็นช้างเท้าหลังเจ้า น้องไม่ได้กล้าหาญอย่างเจ้าพี่...”

ooooooo

เจ้าหลวงศรีวงศ์เรียกตัวเจ้าศุขวงศ์เข้าพบเพื่อหารือเรื่องเจ้าหน่อเมือง เชื่อแน่ว่าเจ้าอุปราชคนใหม่แห่งเชียงเงินคงไม่ยอมอยู่เชียงใหม่ต่อเพื่อส่งเจ้าหญิงดารารัศมีพร้อมข้าราชการสยาม

“เท่าที่หลานรู้จักหน่อเมือง หลานแน่ใจว่าเขาต้องทำอย่างนั้น ศักดิ์ศรีสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้นสำหรับคนคนนี้”

“ทำไมเขาไม่คิดมองอีกด้าน เชียงใหม่ตัดสินใจส่งเจ้าหญิงดารารัศมีถวายตัวกับพระเจ้าแผ่นดินสยามแทนที่จะส่งไปเป็นลูกบุญธรรมกษัตริย์อังกฤษ นั่นก็แสดงว่าเชียงใหม่เชื่อมั่นและจงรักภักดีต่อสยามขนาดไหน”

“หน่อเมืองต้องรู้ข้อนี้ดี แต่ก็อย่างที่บอก...ตัวตนที่แท้ของเขาเป็นอย่างไร การแสดงออกก็เป็นอย่างนั้น”

“พิธีถือน้ำฯเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าแสนอินทะกับ

หน่อเมืองคิดว่าเป็นแค่ฉากละครตบตาก็นับว่าคิดผิดอย่างมหันต์”

“หลานเชื่อว่าในความสงบต่อจากนี้ยิ่งเป็นเรื่องต้องจับตามองอย่างไม่ให้คลาดสายตาเจ้าอา...”

หลังได้พบเจ้ามิ่งหล้า กษัตริย์เมืองมัณฑ์ก็ร้อนรุ่มอยากเจออีก เร่งหาทางหลบหลีกเจ้านางปัทมสุดาและเรียกกรมวังมาสั่งการ แต่ถึงปกปิดแค่ไหน เจ้านางปัทมสุดาก็รู้จนได้และไม่รอช้าจะหาต้นตอคนที่กล้างัดข้อกับเธอ โดยมีมิ่นต้นห้องคนสนิทเป็นคนรับคำสั่งเหมือนเคย

“ข้าไม่เชื่อเด็ดขาดว่าตาแก่กรมวังนั่นจะกล้าท้าทายข้า”

“แล้วมันจะมีใครหน้าไหนเล่าเพคะที่เข้าถึงองค์เหนือหัวได้”

“ไม่ว่ามันจะเป็นใคร มันได้ประกาศความเป็นศัตรูกับข้าแล้ว”

“มิ่นว่าต้องเป็นคนใกล้ตัวเพคะ ไม่อย่างนั้นมันจะรู้ ความเคลื่อนไหว ความคิดมิพญาได้อย่างไร... จริงไหมเพคะ”

ในที่สุด...เจ้ามิ่งหล้าก็ได้เข้าเฝ้าถวายเครื่องบรรณาการกษัตริย์เมืองมัณฑ์ เจ้านางปัทมสุดาต้องข่มใจไม่แสดงอาการหึงหวง เจ้ามิ่งหล้าเลยยิ่งได้ใจ สบตากษัตริย์เมืองมัณฑ์อย่างยั่วยวน

“นอกจากบรรดาของมีค่าแลหายากจากเชียงเงินแล้ว หม่อมฉันในฐานะราชธิดาแห่งเชียงเงิน ขอถวายตัวเพื่อรับใช้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วยชีวิตและดวงใจภักดีของหม่อมฉัน ควรมิควรสุดแท้แต่จะทรงพระกรุณาเพคะ”

ท่าทางของเจ้ามิ่งหล้าขัดหูขัดตาเจ้านางปัทมสุดายิ่งนัก ยิ่งเจ้านางข่ายคำที่ถือโอกาสเข้าเฝ้าพร้อมลูกสาว พูดจาเปิดทางให้สวามีของเธอ ยิ่งร้อนรน อยากฆ่าให้ตาย แต่ก็ทำได้แค่เอ่ยเสียงหวานกลบเกลื่อน

“น้องเอ็นดูมิ่งหล้าเหลือเกิน รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก”

เจ้ามิ่งหล้ากับเจ้านางข่ายคำสบตากันเงียบๆ สัญชาตญาณผู้หญิงทำให้เชื่อว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ต่างจากกษัตริย์เมืองมัณฑ์ที่ตามเล่ห์เหลี่ยมมารยาหญิงไม่ทัน

“พี่ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น”

“ถึงจะเป็นราชธิดาเจ้าหลวงเชียงเงิน แต่การใช้ชีวิตในพระราชวังเมืองมัณฑ์ น้องเชื่อว่ามิ่งหล้ายังต้องปรับตัวอีกมาก ถ้าทรงไว้ใจน้อง น้องอยากจะขอตัวมิ่งหล้ามาเป็นคนของน้องสักระยะจะได้ไหมเพคะ”

พูดพลางโปรยยิ้มหวานเอียนไปทางเจ้านางมิ่งหล้าและเจ้านางข่ายคำ

“ได้สิ...เป็นเรื่องดีเหมือนกัน มิ่งหล้าจะได้เรียนรู้อะไรต่ออะไรจากน้องอีกมาก”

“เป็นพระกรุณาเพคะ...น้องสัญญาว่าจะดูแลมิ่งหล้าอย่างดีที่สุดเพคะ”

แววตาท้าทายจากเจ้านางปัทมสุดาทำให้เจ้านางข่ายคำกังวล กลัวอีกฝ่ายจะทำร้ายและขัดขวางความรุ่งโรจน์ของลูกสาวคนเดียว แต่เจ้ามิ่งหล้าไม่สะทกสะท้าน ประกาศกร้าวจะเอาชนะและทำให้ตัวเองกลายเป็นราชินีแทนให้ได้!

ooooooo

สงครามชิงรักหักสวาทระหว่างเจ้ามิ่งหล้ากับเจ้านางปัทมสุดาร้อนแรงขึ้นทุกที ไม่เหมือนสถานการณ์ของเจ้าแม้นเมืองที่เจ้าศุขวงศ์ดูแลเอาใจใส่เธออย่างดี

การมาอยู่เชียงพระคำทำให้เจ้าแม้นเมืองเรียนรู้หลายอย่าง นอกเหนือจากข่าวสารบ้านเมือง เธอยังได้เห็นความก้าวหน้าอื่นๆของชาติตะวันตกด้วย อย่างเช่นวันนี้ที่เธอได้เห็นเตารีดหรืออุดเตาเป็นครั้งแรก ระหว่างที่พวกเขียนจันทร์ช่วยกันเตรียมชุดและข้าวของสำหรับเดินป่าให้เจ้าศุขวงศ์

เจ้าศุขวงศ์อยากเอาใจชายาคนสวย ถือโอกาสชวนเธอเข้าป่าด้วยกัน

“ข้าเจ้าจะไปได้ยังไงในเมื่อเจ้าไปทำงาน ข้าเจ้าจะกลายเป็นเกะกะเปล่าๆ”

“พี่อยากให้เจ้าได้ไปเห็นน้ำตกเชียงพระคำด้วยกัน มันไม่ได้อยู่ไกลมากนักหรอก”

เจ้าแม้นเมืองสนใจแต่ทำเฉย เจ้าศุขวงศ์ต้องคะยั้นคะยอ “เอาอย่างนี้...น้องไปกับพี่ ตกบ่ายอินทรจะกลับมาส่งน้องที่คุ้ม แล้วถึงตามกลับไปสมทบกับพี่...ตกลงตามนี้นะแม้นเมือง น้องจะต้องชอบน้ำตกมาก...พี่มั่นใจ”

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 6 วันที่ 11 ก.ย.60

ละคร รากนครา บทประพันธ์โดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ละคร รากนครา บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละคร รากนครา กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละคร รากนครา ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.
ติตามชม ละคร รากนครา ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ