อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 6 วันที่ 3 ก.ย.60

อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 6 วันที่ 3 ก.ย.60

“นี่ฉันกลายเป็นดาวร่วงแล้วจริงๆ” กีรณารำพึงเศร้า

“ผมรู้ว่าคุณเสียใจ แต่ช่วยกลับไปร้องไห้ที่บ้านได้ไหม คุณไม่อายเหรอ คนมามุงดูใหญ่แล้ว...หรืออยากให้ความแตก”

“ฉันลืมตัว ฉันจะไปซื้อของต่อ” กีรณาพรวดพราดจะข้ามถนนโดยไม่ทันดูรถ ถูกเด็กแว้นเฉี่ยว ตุลาคว้าหลบได้ทันแต่ก็ล้มไปด้วยกัน เด็กแว้นซิ่งมอเตอร์ไซค์ผ่านไป ยังกร่างหันมาด่า

“เดินถนนหัดดูรถบ้างสิพี่!!!”


“ไอ้เด็กเวร!! ทำผิดแล้วยังกล้ามาด่าคนอื่นอีก” ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนด่า

ตุลากระชากกีรณาล้มพลิกตัวรองรับเพื่อไม่ให้เธอเจ็บ ทั้งสองกองอยู่ที่พื้นทางเท้า ได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน สบตากันตกอยู่ในภวังค์...

หยกฟ้าลองเสื้อออกมาเห็นชาลีนั่งรออยู่ก็โมโหเดินผ่านเขาไป มองไปอีกฝั่งเห็นตุลากับกีรณากอดกันอยู่ที่พื้นทางเท้าก็พุ่งไปจับกีรณาเหวี่ยงออกไปด่าลั่น

“ออกไปนะ นังหน้าด้าน!!”

ตุลาลุกขึ้นปรามหยกฟ้าว่าทำเกินไปแล้ว เธอดึงตุลาออกไปให้ห่างกีรณา ตุลาสะบัดออกมา

“พี่ตุลย์!!! ไปยุ่งกับมันทำไม พี่ตุลย์กำลังเป็นเหยื่อมันไม่รู้ตัวรึไง”

ตุลาบอกว่าตนไม่คุยตรงนี้อายชาวบ้าน เข้าไปจูงกีรณาออกไป กีรณาเห็นหยกฟ้าร้องกรี๊ดๆก็แกล้งอ้อนตุลา ทำเป็นขาเจ็บให้เขาประคองออกไป หยกฟ้าแผดเสียง กรี๊ดๆจนตุลาปรามว่าถ้าไม่หยุดร้องก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก หยกฟ้าหาว่าตุลาเข้าข้างกรีณา

“พี่เข้าข้างความถูกต้องต่างหาก เมื่อหยกยังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เราก็ไม่ต้องคุยกัน” ตุลาพากีรณาออกไปทันที หยกฟ้ากรี๊ดดดด...ประกาศ

“ได้! ในเมื่อพี่ตุลย์ไม่เห็นหยกอยู่ในสายตา...ฉันลาออก!”

ทั้งกีรณาและตุลาต่างอึ้ง มีแต่ป้าไฝที่ดีใจแทบกรี๊ดออกมาที่หยกฟ้าประกาศลาออกจากคณะ

กัณหากลับมาหาชาลีเห็นนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ถามว่าเป็นอะไร ซื้อของให้แม่เสร็จแล้วหรือ ชาลีไม่มีแก่ใจจะทำอะไรอีกฝากกัณหาซื้อของต่อ ตัวเองขอกลับบ้านก่อน กัณหางงๆว่าชาลีเป็นอะไร

แต่กัณหาไม่ทันได้ไปซื้อของก็ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายแล้วกระชากกระเป๋าไป กัณหาล้มไปกองกับพื้นแต่ยังห่วงกระเป๋า

“เฮ้ยยย...เงินฉัน!!!”

ooooooo

ตุลากลับมาเล่าเรื่องหยกฟ้าลาออกจากคณะให้มัทรีฟัง มัทรีกุมขมับบ่นว่าความวัวไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก ถามว่าจะทำยังไงต่อไป

กีรณากินปูนร้อนท้องบอกว่าตนไม่ได้เป็นต้นเหตุ ตุลาถามว่าจะว่าเป็นตนใช่ไหม? กีรณาโทษว่าเพราะเขาทำเฉยเมยกับหยกฟ้านั่นแหละ ทั้งสองโต้เถียงกันอีก มัทรีหย่าศึกอย่างปวดหัวว่า

“หยุดเถียงกันเถอะจ้ะ น้าขอละนะ ตอนนี้เราต้องช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหาเพิ่ม”

ขณะนั้นเองชาลีกลับมาถึง ถามว่าพี่ตุลย์กลับมาแล้วหรือ บอกตุลาว่าหยกฟ้าตามหาให้ควั่กอยู่ที่ตลาด เห็นอึ้ง ชาลีถามว่านี่คือมีเรื่องอีกแล้วใช่ไหม ตุลากับกีรณาพยักหน้าพร้อมกันอย่างเหนื่อยหน่าย

ooooooo

หมวดไรวินทร์นำจ่าถวิลไปสืบเบาะแสพวกลักลอบค้าของป่าที่ตลาด แต่เจอคนร้ายกระชากกระเป๋า กัณหาวิ่งผ่านมาเลยให้กัณหาซ้อนรถช่วยไล่จับคนร้าย

ไรวินทร์กับกัณหาไล่จับคนร้ายได้ ชาวบ้านพากันมามุงดู ในนั้นมีไอ้เดชลูกน้องของไอศูรย์ที่เคยปะทะกับตำรวจคราวก่อนรวมอยู่ด้วย ไอ้เดชค่อยๆหลบออกไปจากวงไทยมุง โทรศัพท์รายงานไอศูรย์

เมื่อไอศูรย์ได้รับรายงานก็ขอกำลังช่วยจากบวรฤทธิ์ อ้างว่า

“ไอ้เดชมันส่งข่าวมาว่า ไอ้ผู้หมวดหน้าใหม่ที่เพิ่งถูกส่งตัวมาประจำการที่นั่นมันดูมีฤทธิ์ไม่ธรรมดาไอ้ที่ของเราโดนดักจับกลางทางก็ฝีมือมัน” บวรฤทธิ์ถามว่ากลัวหรือ “ไม่ได้กลัวครับป๋า แค่อยากอุดช่องโหว่ คืนนี้ไอ้เดชกับพวกจะลงมือกันแค่ไม่กี่คน ถ้า...”

“เอาล่ะ...” บวรฤทธิ์ตัดบท “ไม่ต้องพูดมาก ฉันจะให้ตัวช่วยแก ส่วนวิธีการจะเป็นยังไง แกไปบอกมันเอาเองแล้วกัน เพราะฉันเองก็เบื่อคำว่าพลาดของแกเต็มทนแล้ว”

บวรฤทธิ์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเหมือนจะส่งเบอร์ของใครบางคนให้ไอศูรย์

เสี่ยฮุ่ยรับโทรศัพท์แล้วพึมพำอย่างลำพองใจว่างานเข้าอีกแล้ว งานดีเงินมา พลันหูก็แว่วใครมาครางหงิงๆอยู่ใกล้ๆ ไปดูเห็นชิบกำลังทำท่าเหมือนจะตายเพราะอกหักกัณหาไม่สนใจ ถูกเสี่ยฮุ่ยถีบโครมด่าลั่น

“ฉันเคยสอนแกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าเป็นลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง จะมาสำออยด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง” ชิบโอดครวญว่าแต่เรื่องผู้หญิงสำหรับตนเป็นเรื่องใหญ่ เลยถูกเสี่ยตบผัวะ ชิบถามว่าตบตนทำไม “ฉันจะทั้งตบ ทั้งถีบแกจนกว่าแกจะหายบ้า ไอ้ชิบ!!!”

เสี่ยฮุ่ยบอกชิบว่าต่อไปนี้จะไม่ยอมให้ทำตัวไร้สาระอีกแล้ว สั่งเข้มว่า

“แกจะต้องทำงานสร้างรายได้ ทำประโยชน์ให้คุ้มกับค่านมค่าข้าวที่ฉันเลี้ยงพวกแกมา เริ่มต้นตั้งแต่คืนนี้เลย!”

“ป๊าจะให้พวกเราทำอะไรอ่ะ?” ชิบถามเสียงอ่อย ส่วนเกลือกับน้ำตาลมองหน้ากันทำตาปริบๆ

ooooooo

เมื่อได้กระเป๋าคืนแล้ว ไรวินทร์พากัณหาไปส่งที่บ้าน พอลงจากรถกัณหาก็เดินลิ่วเข้าบ้านเลย หมวดร้องทวงตามหลังว่า ขอบคุณสักคำก็ไม่มี สงสัยกลัวดอกพิกุลจะร่วง

แทนที่จะขอบคุณ กัณหาย้อนว่านั่นเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้วทำไมต้องขอบคุณด้วย แล้วกระซิบบอกหมวดว่าอย่าให้แม่รู้เรื่องนี้เด็ดขาด

เมื่อมัทรีออกมาทัก กัณหาก็กันท่าว่าหมวดกำลังจะกลับพอดี แต่หมวดกลับขอฝากท้องที่นี่สักมื้อเพราะแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย มัทรียินดีเชิญเข้าบ้านก่อน กัณหามองอย่างขัดใจมาก

คืนนี้ขณะกีรณาอยู่ในห้องเก็บชุดลิเกนั้น ได้ยินเสียงมัทรี กัณหา กับหมวดคุยกันแว่วเข้ามา จึงรู้ว่าหยกฟ้าลาออกจากคณะเราแล้ว เพราะไม่พอใจที่เห็นตุลาสนิทสนมกับตนที่ตลาด

กัณหาโวยวายว่ามันจะอะไรกันนักหนา ไม่มีเครื่องดนตรีก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังไม่มีนางเอกอีกยิ่งแย่ไปใหญ่โทษว่า “เรื่องวุ่นวายนี่มันเกิดเพราะคนที่ไม่เข้าพวกคนเดียว”

“อย่าพูดอย่างนั้นกัณหา ยังไงลูกแก้วก็คือคนในครอบครัวของเรา หยกฟ้าก็เหมือนกัน ที่กลุ้มใจเพราะกำลังคิดหาทางแก้ปัญหาอยู่ ไม่ใช่ให้มาตีโพยตีพายโวยวายซ้ำเติมแบบนี้” มัทรีปราม

กัณหางอนบอกว่างั้นแม่ก็คิดไปแล้วกัน ตนจะขึ้นบ้านก่อน มัทรีถามว่าไม่กินข้าวก่อนหรือ กัณหาบอกว่ากินไม่ลงแล้วแยกไปเลย

กีรณาฟังแล้วอึดอัด คิดหนัก ตัดสินใจกับตัวเองว่า

“ฉันจะต้องแก้ปัญหาได้สิ คนอย่างแกรนด์กีรณา ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆอยู่แล้วนี่...แต่ปัญหามันเยอะจัง จะแก้อะไรก่อนดีล่ะ...กีรณา...”

กีรณาดูของที่ซื้อมา หยิบชุดนางฟ้าเล็กๆออกมาคลี่ดู ตัดสินใจ

“เอาเรื่องนี้ก่อนแล้วกัน...”

กีรณาถือชุดนางฟ้าเดินไปที่ห้องนอนยายขวัญที่กุ๊กกับกิ๊กนอนอยู่อย่างมุ่งมั่น

ooooooo

กีรณาปลอมเป็นยายขวัญเข้าไปหากุ๊กกับกิ๊ก แต่ถูกเด็กทั้งสองจับได้ว่ากีรณาปลอมเป็นยายขวัญมาหลอก เลยถูกเด็กทั้งสองถามว่ายายไม่เคยสอนหรือว่าโกหกไม่ดี

“แล้วยายขวัญไม่ได้สอนเหรอว่าคนดีต้องไม่เกโรงเรียน” กีรณาตะแบงหาเรื่อง “แล้วยายขวัญสอนไหม ว่าหน้าที่ของเด็กดีคือตั้งใจเรียน หน้าที่ของเด็กคือการไปโรงเรียน ถ้าไม่ยอมไปแสดงว่าไม่ทำตามหน้าที่ และเด็กที่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ก็คือเด็กไม่ดี ยายได้สอนหรือเปล่า”

กีรณาพลิกสถานการณ์จนกุ๊กกับกิ๊กตามไม่ทัน พยักหน้าหงึก บอกว่าสอน กีรณารุกต่อไม่ให้ตั้งตัวได้ว่าแล้วทำไมไม่ทำตาม เด็กดีต้องทำตามคำสอนของผู้ใหญ่สิ

“เราแค่อยากช่วยที่บ้านบ้าง อยากช่วยประหยัด” สองคนเสียงอ่อย

กีรณาเลยอบรมยาว นอกจากสอนให้ต้องมีจิตสำนึกในหน้าที่ของตัวเองแล้ว ยังบอกให้คิดถึงวิญญาณของยายที่อยู่บนสวรรค์จะคิดยังไงถ้ามองลงมาแล้วเห็นสองคนเป็นอย่างนี้ ยายจะเสียใจแค่ไหนที่กุ๊กกับกิ๊กไม่ฟังคำสอนของยาย กีรณาพูดจนเด็กทั้งสองฟังเหวอแล้วถามว่า “ตอบซิ ยายจะเสียใจแค่ไหน”

“เสียใจมากค่ะ” กุ๊กกับกิ๊กตอบอย่างรู้สึกผิดมาก

“งั้นพรุ่งนี้ก็ไปโรงเรียน แล้วก็ตั้งใจเรียนให้เหมือน เดิม เรียนเก่งๆให้ยายภูมิใจ พอเรียนจบกุ๊กกับกิ๊กก็จะช่วยที่บ้านได้อย่างที่อยากทำ”

กุ๊กกับกิ๊กรับคำ กีรณาจึงมอบชุดนางฟ้าให้ บอกว่าเป็นรางวัลสำหรับเด็กดี ทั้งสองดีใจกอดกีรณาแน่น เธอรู้สึกดีกับสัมผัสที่ไม่เคยได้รับอย่างบอกไม่ถูก มองรูปยายขวัญที่อยู่ในห้องเหมือนยายกำลังมองมาอย่างชื่นชม

รุ่งขึ้นกุ๊กกับกิ๊กก็แต่งตัวไปโรงเรียน เป็นที่อัศจรรย์ใจของมัทรีกับกัณหามาก

“ลูกแก้วทำยังไงจ๊ะ ถึงเปลี่ยนใจยัยกุ๊ก กิ๊กได้” มัทรีถามทึ่ง

“มันเป็นเรื่องของฝีมือจ้ะน้ามัทรี” กีรณายืดแล้วบอกกัณหาว่า “เห็นไหม ฉันไม่ใช่ตัวปัญหา แต่ฉันเป็นคนแก้ปัญหา” พูดแล้วหัวเราะร่วนออกไป มัทรีถามว่าไม่กินข้าวก่อนหรือ “ไม่หิวค่ะ มันอิ่มใจ”

ชาลีดีใจชมว่าลูกแก้วเก่งเหมือนกันนะ กัณหาไม่ยอมรับเบ้หน้าบอกว่าฟลุกมากกว่า!

กีรณาไปหาตุลาที่บ้าน ศรีบอกว่าไม่อยู่ไม่รู้ไปไหน เธอจึงขอเข้าไปรอในบ้าน

ooooooo

ตุลาเป็นห่วงคณะลิเก จึงไปหาหยกฟ้าที่บ้านเพื่อขอให้กลับไปเป็นนางเอกลิเก ก่อนที่ตุลาจะมาป้าไฝพยายามที่จะให้หยกฟ้ายืนยันว่าจะลาออกจริงๆ หยกฟ้ายืนยันเป็นตายยังไงก็ไม่กลับ

“แล้วถ้าพี่ขอล่ะ หยกจะกลับไปไหม” ตุลามาถึงพอดีถามแทรกขึ้น หยกฟ้าหันไปเห็นตุลายืนยิ้มหวานให้อยู่ก็ดีใจ แต่ป้าไฝเห็นตุลามาก็เซ็ง

ตุลาหว่านล้อมให้หยกฟ้ากลับไปเล่นลิเกอีก เมื่อหยกฟ้าปฏิเสธเสียงแข็งว่ายังไงก็ไม่กลับ ตุลาถามว่า

ตนมาขอโทษแล้วนะ ยังไม่ยอมยกโทษให้เหรอ ป้าไฝกลัวหยกฟ้าจะใจอ่อน ด่าตุลาว่าตบหัวแล้วลูบหลัง พอแม่ด่าตุลาหยกฟ้าก็ปกป้องเขา ป้าไฝเป่าหูว่าที่ตุลามาขอเพราะกลัวคณะลิเกจะเจ๊งใช่ไหมล่ะ

ตุลาตัดสินใจบอกว่าใช่ หยกฟ้าผิดหวังต่อว่าที่เขามาขอเพื่อกีรณาจริงๆ

“พี่ไม่ได้ต้องการจะช่วยลูกแก้ว แต่พี่ต้องการจะช่วยยายขวัญต่างหาก ก่อนตายยายขวัญฝากฝังให้พี่ช่วยดูแลคณะลิเกแก้วขวัญสิ่งที่แกรักที่สุด รักเท่าชีวิต หยกก็รู้ แล้วตอนนี้มันกำลังจะพังเพราะพี่ หยกว่าพี่จะรู้สึกยังไง ป้าไฝกับหยกลองคิดดู ผมเป็นคนทำให้หยกโกรธ แต่หยกกลับไปลงที่คณะลิเกของยายขวัญ มันถูกต้องแล้วเหรอ”

สองแม่ลูกฟังเพลินเผลอตอบพร้อมกันว่า “ไม่ถูก” พอรู้ตัวป้าไฝถามว่านี่จะมาขอโทษหรือมาด่าหยกกันแน่? ตุลาบอกว่าตั้งใจมาขอโทษแต่ขออธิบายสักนิด หวังว่าหยกกับป้าจะเข้าใจ ป้าไฝเห็นหยกฟ้าท่าทีอ่อนลงก็โวยวายไม่ให้ฟังเพราะตุลาเข้าข้างลูกแก้ว

หยกฟ้าบอกว่าตนไม่ลาออกก็ได้ แต่มีข้อแม้ ป้าไฝผิดหวังมาก ถามหยกฟ้าว่าจะทำอะไร??

ooooooo

ตุลากลับไปที่บ้านเจอกีรณานอนกระดิกเท้ารอที่เปลของเขาซ้ำมีหนังสือกฎหมายเปิดกางอยู่ ตุลาเข้าไปคว้าหนังสือ เธอตกใจจนตกเปล แต่ไม่โกรธเพราะวันนี้อารมณ์ดีจะมาบอกว่าตนชนะแล้ว

ตุลางงๆ กีรณาเฉลยว่าวันนี้กุ๊กกับกิ๊กฝาแฝดจอมป่วนยอมไปโรงเรียนแล้ว ตนชนะแล้ว ตุลาถามว่าเธออยากได้อะไร? กีรณาบอกว่า “คำชม” เขาถามว่าเอาไปทำไม

“กำลังใจไง คำชมก็คือกำลังใจให้ทำความดีต่อไป เร็วๆเลย ชมฉันแน่นๆว่าฉันเลิศเลอเพอร์เฟกต์มากๆ”

กีรณารบเร้าคาดคั้นกึ่งบังคับให้เขาชมเชยให้ได้ พอตุลาชมว่าเลิศเลอเพอร์เฟกต์ก็ยังไม่ถูกใจหาว่าไม่จริงใจ ตุลาจึงปั้นหน้าซื่อ ยิ้มตาใสชม พอถูกใจก็ร้องเย้

“แต่คุณจะเก่ง เลิศเลอเพอร์เฟกต์กว่านี้ ถ้าคุณฟังเรื่องที่ผมจะพูดให้จบด้วยสติ”

กีรณาหายเริงร่าเป็นปลิดทิ้ง มองหน้าเขาทำตาปริบๆทำนองว่า...เรื่องอะไรอีกล่ะ??

ตุลาบอกกีรณาว่าหยกฟ้าจะยอมกลับมาเล่นลิเกอีกถ้าเธอยอมขอโทษตนต่อหน้าชาวคณะทุกคน กีรณาเดินอ้าวกลับมาที่บ้านยายขวัญ บอกทุกคนว่าหัวเด็ดตีนขาดตนก็ไม่ยอมขอโทษในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ถามทุกคนว่าจริงไหม แต่ทุกคนเงียบกริบ กีรณาหน้าเสียถามว่า ไม่เห็นด้วยกับตนหรือ

“เห็นด้วย ถ้ามองในแง่ส่วนตัวในฐานะลูกแก้ว แต่สำหรับส่วนรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะหัวหน้าคณะแก้วขวัญด้วยแล้ว...ไม่!”

ตุลาพูดจริงจังขึงขัง กีรณามองขวับ ถูกตุลาสวนทันทีว่า

“คุณคิดถึงแต่ศักดิ์ศรีของตัวเอง เคยคิดถึงคนอื่นในคณะบ้างไหมว่าพวกเขาจะกินจะอยู่กันยังไง บางคนมีเมียมีลูก บางคนหารายได้ส่งตัวเองเรียนหนังสือ ถ้าไม่คิดก็หัดคิดบ้าง หรือถ้าคุณไม่แคร์ชีวิตคนอื่นก็ควรแคร์คณะแก้วขวัญที่เป็นเหมือนชีวิตของคุณยายบ้าง คุณจะยอมให้มันพังไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นเหรอ?!!”

กีรณาอึ้ง น้ำตารื้น แต่ความทิฐิพยายามสะกดกลั้นไว้ ตุลายังคงรุกต่ออย่างมีความหวังว่า

“ผมเองยังต้องยอมไปขอโทษหยกฟ้า ทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้ทำผิด ทำไมผมต้องทำล่ะ ทั้งที่คณะแก้วขวัญไม่ใช่คณะของผมด้วยซ้ำ!!”

กีรณาตะแบงว่าใครใช้ให้เขามายุ่งล่ะ ตนก็เป็นของตนอย่างนี้มาตลอดเขาจะทำไม เธอตะแบงและรั้นจนมัทรีขอให้ใจเย็นๆทั้งสองคน ขอร้องว่าเรื่องวุ่นๆเรามีเยอะแล้ว อย่าทะเลาะกันอีกเลย ตุลาขอโทษมัทรี บอกว่าตนขอพูดอีกประโยคเดียวแล้วจะไม่พูดอะไรอีกเลย ว่าแล้วเดินเข้าไปจ้องตากีรณา

“คุณจำไว้นะ การยอมรับผิด การขอโทษ ไม่ได้หมายความว่าแพ้ แต่เป็นการถอยก้าวหนึ่ง เพื่อให้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อีกสิบก้าว และไม่ได้ก้าวไปแค่ตัว

คนเดียวด้วย เราจะก้าวไปพร้อมกันได้ทุกคน ถ้าคุณหัดรู้จักคิดรู้จักทำเพื่อคนอื่นบ้าง คุณจะเก่ง เลิศเลอเพอร์เฟกต์กว่านี้อีกหลายเท่า!!”

พูดแล้วตุลาเดินไปเลย ทุกคนเงียบ ส่วนกีรณาหน้าเครียดรู้สึกผิด สับสนกับความคิดของตัวเอง

ooooooo

งานที่เสี่ยฮุ่ยให้ชิบกับเกลือและน้ำตาลไปทำก็คือ ให้ขนประทัดไปจุดที่กลางป่า โดยให้ค่าจ้างนาทีละสามร้อย ทั้งสามจุดประทัดกันอย่างเมามันลั่นป่าไปหมด

ที่แท้เป็นแผนของบวรฤทธิ์ให้เสี่ยฮุ่ยล่อตำรวจออกจากโรงพักไปตามเสียงประทัด เหลือเพียงร้อยเวรคนเดียว แล้วส่งคนไปถล่มโรงพัก ส่วนพวกตำรวจที่ยกโขยงเข้าป่าไปตามเสียงประทัดคิดว่าเป็นเสียงปืน กว่าจะรู้ตัวพวกบวรฤทธิ์ก็ขนของเถื่อนออกจากป่าไปเรียบร้อยแล้ว

หมวดไรวินทร์ยกกำลังไปจับพวกชิบนึกว่ายิงกันแต่แล้วก็ทำอะไรพวกชิบไม่ได้เพราะการจุดประทัดไม่ผิดกฎหมาย แต่พอกลับมาที่โรงพัก หมวดแปลกใจที่ของกลางที่ยึดมาจากพวกบวรฤทธิ์คราวที่แล้วถูกรื้อกระจุยกระจายแต่ไม่เอาไป หมวดสงสัยว่ามันอะไรกัน และจะต้องสืบรู้ให้ได้

ooooooo

อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 6 วันที่ 3 ก.ย.60

ละครเรื่อง รักหลงโรง บทประพันธ์โดย ญนันธร
ละครเรื่อง รักหลงโรง บทโทรทัศน์โดย คนเขียนงา / หลี่เจิน
ละครเรื่อง รักหลงโรง ผลิตโดยบริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่อง รักหลงโรง กำกับการแสดงโดย ปิยะพงษ์ คำภากุล
ละครเรื่อง รักหลงโรง ออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง รักหลงโรง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ