อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 6 วันที่ 4 ก.ย.60

อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 6 วันที่ 4 ก.ย.60

เมื่อฉากละครขาดรุ่งริ่ง เงินจะให้ทำใหม่ก็ไม่มี ชาลีกับหล่อตัดสินใจจะวาดฉากเอง จึงไปซื้ออุปกรณ์ทำฉากที่ร้าน เป็นเวลาที่กัณหาในชุดนักศึกษาไปเบิกเงินเดินเข้าร้านทำป้ายเจอกันพอดี

ชาลีถามกัณหาว่ามาทำอะไร กัณหาอึกอักแล้วปดว่าวันนี้เปิดเทอมวันแรกแค่มาลงทะเบียนจ่ายค่าเทอมแค่นั้นเลยกลับไว ชาลีเลยให้กัณหาช่วยกันขนอุปกรณ์ทำฉากกลับด้วย

หลังจากกีรณาถูกตุลาอบรมอย่างหนักก็คิดมาก เริ่มรู้สึกถึงความผิดพลาดของตัวเอง กระทั่งมองรูปยายขวัญก็ผวาว่ามองอย่างตำหนิ



ตกเย็นเห็นชาลี หล่อกับกัณหาขนอุปกณ์ทำฉากกลับมาก็ถามว่าซื้ออะไรมามากมาย พอชาลีบอกว่าซื้อมาจะวาดฉากเอง เดี๋ยวจะให้ลูกแก้วไปลงบัญชี

หล่อแทรกขึ้นว่า

“ความจริงฉันก็บอกมันแล้วนะว่าไม่ต้อง มีฉากไม่มีนางเอก ทำไปก็เสียของเปล่าๆไม่ได้ใช้หรอก”

ช่วยขนของกลับมาแล้วกัณหาขอไปรับกุ๊กกับกิ๊กที่โรงเรียน หล่อกับชาลีช่วยกันเก็บของ ส่วนกีรณายืนมอง... คิดๆแล้วเดินออกไป เจอมัทรีทำอาหารที่ครัว กีรณาเข้าไปถามว่าตนเห็นแก่ตัวมากใช่ไหม?

“ไม่เลยจ้ะ คนทุกคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง ทั้งลูกแก้ว ทั้งหยกฟ้า มันไม่ใช่ความผิดของใครเลย ลูกแก้วอย่าคิดมาก ในเมื่อยายขวัญวางใจให้แก้วดูแลคณะแก้วขวัญ น้าก็เชื่อมั่นและเคารพในการตัดสินใจของลูกแก้วเสมอ”

“งั้นพรุ่งนี้น้ามัทรีนัดประชุมคณะให้หน่อยนะจ๊ะ เรียกทุกคนมาให้ครบอย่าให้ขาดแม้แต่คนเดียว โดยเฉพาะนายตุลา!”

กีรณาสีหน้ามุ่งมั่นมาก ส่วนมัทรีแม้ไม่รู้ว่ากีรณาเรียกประชุมทำไมแต่ก็พร้อมที่จะร่วมมือสนับสนุนเมื่อไปบอกตุลาว่าดูท่าลูกแก้วจะยอมแล้ว ตุลาไม่ค่อยไว้ใจนัก

“อย่ามองลูกแก้วในแง่ร้ายนักเลยตุลย์ จริงๆแล้วน้าว่าลูกแก้วน่าสงสารนะ เขาไม่มีใครเลย” ตุลาโทษว่าเธอทำตัวเอง “แต่เราช่วยให้เขาคิดใหม่ทำใหม่ได้นี่นา เอ๊ะ...ปกติตุลย์ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นช่างเหน็บแนมนี่นา ไหงตอนนี้เป็นแบบนี้ล่ะจ๊ะ”

ตุลาหยอกว่าสงสัยจะติดนิสัยหลานของน้ามา มัทรีฟังขำๆแล้วขอตัวไปโทร.บอกชาวคณะ

พอหยกฟ้ารู้ก็คิดว่ากีรณายอมแล้ว ลำพองใจว่าตนชนะ ถามป้าไฝว่าเรื่องที่แม่บอกว่าจะไปปรึกษาเสี่ยฮุ่ยเรียบร้อยไหม

“เรียบร้อยสิ เสี่ยฮุ่ยจัดการให้แล้ว” ป้าไฝหยิบซองเอกสารให้ดูอย่างดีอกดีใจ

ooooooo

เมื่อถึงเวลาประชุม ปรากฏว่าทั้งป้าไฝ เสี่ยฮุ่ย ชิบ เกลือและน้ำตาลมากันเพียบ ศรีกับเนาก็มากับเขาด้วย เนาพูดออกตัวว่าไม่อยากมายุ่งกับเรื่องชาวบ้านหรอกแต่ป้าไฝชวนบอกต้องมาให้ได้เลยมา

นอกจากคนใกล้ชิดแล้วหยกฟ้ากับป้าไฝยังไปชวนชาวบ้านมากันอีกมากมาย

เสี่ยฮุ่ยตีหน้าตายบอกว่าคนกันเองทั้งนั้น ชิบผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยพลางส่งสายตาให้กัณหา

ตุลาบอกหยกฟ้ากับป้าไฝให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องกลับไปดีกว่าเพราะนี่เป็นเรื่องภายในคณะคนอื่นไม่เกี่ยว ถูกเสี่ยฮุ่ยย้อนว่าพูดอย่างกับตัวเองเป็นคนในคณะงั้นแหละ

“พอได้แล้ว!” กีรณาโพล่งขัดขึ้น “เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนอยากยุ่ง เอ๊ย...อยากอยู่มากก็ตามใจเถอะ” มัทรีจะท้วงติง กีรณาบอกว่ามันไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ ป้าไฝได้ทีเร่งให้กีรณารีบขอโทษหยกฟ้าเสียเผื่อหยกฟ้าจะใจดียอมกลับมาเข้าคณะ

ทุกคนมองกีรณาอย่างเห็นใจ กีรณาฝืนใจอย่างหนักเพราะเกิดมาไม่เคยยอมใครขนาดนี้ ตัดสินใจบอกหยกฟ้าในที่ประชุมว่า

“ฉันขอโทษเธอนะหยกฟ้า ถ้าฉันทำอะไรให้เธอไม่สบายใจ หรือทำอะไรให้เธอโกรธ ฉันขอโทษ...ยกโทษให้ฉันด้วย เธอช่วยกลับมาเล่นให้คณะเราเหมือนเดิมได้ไหม...นะ...ฉันขอ...”

กีรณามองหน้าหยกฟ้าด้วยสายตาขอร้อง กัดฟันพูดต่ออีกว่า

“ถ้าเธอยอมฉันจะขอบคุณมาก เธอจะกลายเป็นผู้มีพระคุณของพวกเราทุกคน!”

ป้าไฝขอให้ทุกคนปรบมือให้หยกฟ้า อวยว่าลูกสาวตนสมค่าสมราคานางเอกจริงๆ เห็นได้ว่าคณะแก้วขวัญ ขาดหยกฟ้าไม่ได้

เมื่อทำหน้าที่เสร็จ กีรณาบอกว่าทุกคนสบายใจกันแล้ว แยกย้ายกันไปทำมาหากินกันได้ ส่วนสมาชิก ในคณะ คงต้องซ้อมกันตามเดิม เพราะนางเอกยอมกลับมาแล้ว

ป้าไฝบอกว่ายังไม่จบ ตุลาถามหยกฟ้าว่าอะไรอีกล่ะ?

“อย่าเพิ่งเครียดสิจ๊ะพี่ตุลย์ หยกกับแม่ก็แค่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมนิดหน่อย ถ้ายัยลูกแก้วโอเค หยกก็โอเค”

กีรณาให้พูดมาเลย หยกฟ้ายื่นซองสีน้ำตาลให้แทน ทุกคนมองอย่างแปลกใจว่าอะไรกัน?

กีรณารับซองมาดึงเอกสารออกดู เอกสารจั่วหัวว่า “ข้อตกลงในการทำงานกับหยกฟ้า มายาพร” ขณะกีรณากำลังงงๆนั้น หยกฟ้าพูดอย่างหยิ่งผยองว่า

“ข้อเรียกร้องไม่กี่ข้อ ที่ฉันกับแม่เชื่อว่าทางคณะจะมอบให้ได้สบายมาก”

กัณหาอ่านเงื่อนไขว่า ข้อที่หนึ่ง หยกฟ้าต้องมีแก้วน้ำติดชื่อของตัวเองเท่านั้น หยกฟ้าเสริมว่านางเอกอย่างตน จะกินน้ำร่วมกับใครไม่ได้ เดี๋ยวป่วย

ชาลีอ่านข้อสองว่า หยกฟ้าจะต้องมีมุมแต่งตัวส่วนตัว และเก้าอี้พักผ่อนส่วนตัว ห้ามคนอื่นนั่ง ป้าไฝย้ำว่าลูกตนเป็นนางเอก จะนั่งปะปนกับใครไม่ได้เดี๋ยวไม่เด่น

หล่ออ่านข้อสามว่า ต้องมีคนประกบดูแลหยกฟ้าตลอดวันที่ทำการแสดง เสี่ยฮุ่ยสาระแนแสริมว่าข้อนี้ตนเห็นด้วย เพราะนางเอกลิเกไม่ต่างจากดารา ตนเห็นดาราเดี๋ยวนี้เขาต้องมีผู้ติดตามไปทุกที่ ยุ่งทุกเรื่อง คอยรองมือรองเท้าคอยเป็นหนังหน้าไฟ
ให้ตลอดเวลา หนูหยกฟ้าก็ต้องมีเหมือนกัน เดี๋ยวมันจะไม่สมศักดิ์ศรี

“โอ้โฮ...นังหยก นี่แกคิดว่าแกเป็นซุปตาร์ เป็น แกรนด์ กีรณาหรือไงถึงเรียกร้องเยอะขนาดนี้!!” หล่อโพล่งอย่างเหลืออด

กีรณาสะอึก นึกถึงอดีตที่ตนยังโด่งดังอยู่ในวงการมายา ภาพเหล่านั้นผุดพรูขึ้นมาในความจำทันที

ooooooo

กัณหาฟังเงื่อนไขของหยกฟ้าแล้วทนไม่ไหว

โวยว่ามันจะมากไปแล้ว เอาใหญ่แล้ว แต่กีรณากลับโพล่งไปทันทีว่า “ตกลง!!”

หยกฟ้ากับป้าไฝดีใจมาก ตุลาจะทักท้วง กีรณาตัดบทว่าตนตัดสินใจแล้วเรื่องมันจะได้จบเสียที ตุลาเอะใจดึงกระดาษจากกีรณาไปดูหมายเหตุข้างล่างถามว่านี่คืออะไร กัณหาคว้าไปอ่านเสียงดังว่า

“หมายเหตุ คณะแก้วขวัญ ขวัญประชา จะต้องจ่ายเงินค่าประกันพวงมาลัยให้กับหยกฟ้า มายาพร นอกเหนือจากเงินค่าตัวแสดงทุกรอบการแสดง เป็นเงินห้าพันบาท!!”

“หา!!??”

ทุกคนร้อง มัทรีถามว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย

ตุลาก็ว่ามันเกินไปแล้ว ป้าไฝจึงหันไปเรียกเสี่ยฮุ่ย เสี่ยสะอึกออกมาโต้ว่าเรื่องผลประโยชน์ไม่มีคำว่าเกินไป มีแต่คำว่าไม่พอ เสียงชาวคณะอื้ออึงขึ้น หยกฟ้าบอกให้เงียบให้หัวหน้าคณะพูดคนเดียว ตอบมา ได้หรือไม่ได้

หยกฟ้ากับป้าไฝกระหยิ่มอย่างเป็นต่อ กีรณามองชาวคณะแล้วลุกเดินไปหยุดหน้าหยกฟ้า

“งั้นฉันขอพูดสักสี่คำแล้วกันนะ ฉัน...ไล่...เธอ... ออก!!” สองแม่ลูกหน้าถอดสีถามแทบไม่เป็นภาษาว่า ว่าไงนะ กีรณาย้ำว่า “ฉันไล่เธอออก ได้ยินหรือยัง พ่อแม่พี่น้องเป็นพยาน ต่อไปนี้ หยกฟ้าไม่ใช่นางเอกของคณะเราอีกต่อไป เพราะคณะแก้วขวัญ ขวัญประชา ไม่ต้อนรับคนเห็นแก่ตัวอย่างเธอ!!”

หยกฟ้ากรี๊ดลั่น ป้าไฝทำเสียงดังถามว่ากล้าไล่ลูกตนออกหรือ กีรณาเข้าไปเผชิญหน้าบอกว่า

“ใช่ ฉันกล้า เพราะความอดทนของฉันกับเธอสองแม่ลูกมันหมดแล้ว” พูดจบก็ขยำกระดาษแผ่นนั้นปาใส่หน้า บอกให้เอากลับไปด้วยแล้วอย่าใช้ที่ไหนอีก ป้าไฝสะอึกเข้าหากีรณาแต่ถูกตุลาและชาวคณะมายืนขวางเป็นกำแพง ตุลาขอให้ป้าไฝกลับไปเสีย

“ได้!! แล้วอย่ามาง้อนังหยกนะ หัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็จะไม่ให้มันกลับมา”

“ไม่ต้องห่วง หัวเด็ดตีนขาดยังไง ฉันก็ไม่ไปง้อแน่!! ไป!!!”

หยกฟ้าร้องไห้ฮือๆ ป้าไฝลากแขนออกไป ชาวบ้านมองตาม กัณหาถามว่าเจ้าภาพไปแล้วจะอยู่ทำไม

ชาวบ้านก้มหน้าเดินกลับไปเงียบกริบ เสี่ยฮุ่ยหน้าแตกเรียกชิบกลับ ชิบอิดออด มองกัณหาตาละห้อยกัณหาถามว่าไม่ยอมไปดีๆใช่ไหม ยกเท้ารี่เข้าใส่ ชิบผงะเปิดแน่บ

กีรณามองหน้าตุลาสีหน้าเหนื่อยอ่อน สับสนอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ก่อนหน้านี้ หมวดไรวินทร์กับจ่าถวิลนั่งรถผ่านบ้านยายขวัญได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าว จ่าบอกว่าคงมีเรื่องซีเรียสกัน หมวดจึงให้แวะไปดู พอไปถึงเห็นป้าไฝลากหยกฟ้าออกมา ตามด้วยชาวบ้านเป็นพรวน

จ่าบอกหมวดว่างานเลิกแล้ว พอดีเสี่ยฮุ่ยเดินหัวเสียออกมา เห็นหมวดก็ดักคอว่าอย่าบอกนะว่ามาสะกดรอยตน หมวดบอกว่าแค่ขับรถผ่านเลยแวะมาดู ทันใดนั้นชิบถูกกัณหาถีบถลาออกมา เกลือกับน้ำตาลรีบเอาตัวไปรองแทนเบาะให้ชิบล้ม ทั้งสามเลยไปกองอยู่แทบเท้าเสี่ยฮุ่ย

“นังกัณหา แกทำร้ายลูกข้าอีกแล้วนะ!!” กัณหาโต้ว่าก็บอกให้กลับดีๆตั้งแต่แรกก็ไม่เชื่อ “โอ้ย...ถ้าแกไม่กลับ กูกลับแล้วไอ้ชิบ” เสี่ยฮุ่ยเดินออกไปอย่างหัวเสีย ชิบ เกลือ น้ำตาลตาลีตาลานลุกตามบอกให้เสี่ยรอด้วย...

พอไล่พวกเสี่ยฮุ่ยไปแล้ว กัณหาตาเขียวใส่หมวดถามว่าจะมาชุมนุมบ้านตนทำไมกันนักหนาแล้วเดินฉับๆเข้าบ้านไป หมวดมองความห้าวของกัณหาอย่างชอบใจ

เมื่อพวกมีปัญหากลับไปแล้ว ตุลาถามกีรณาว่าจะทำยังไงต่อไป กีรณาบอกว่าไม่รู้ถ้าหาทางออกไม่ได้ก็คงต้องออกทางเข้า ตุลาถามงงๆว่า ทางเข้า ทางไหน??

ชาวคณะต่างคิดหนักว่าเมื่อไม่มีนางเอกแล้วคณะจะทำยังไง มัทรีเสนอจะไปง้อหยกฟ้า กีรณาขัดขึ้นทันทีว่าเอาเวลาที่ไปง้อหยกฟ้ามาทบทวนการร้องการรำให้ตนดีกว่า

ทุกคนอึ้งแทบไม่เชื่อหูตัวเอง กีรณาประกาศว่า

“คณะเราจะไม่ขาดนางเอก เพราะฉันจะมาเป็นนางเอกแทนหยกฟ้าเอง!”

“หา!!” ทุกคนอึ้งเป็นครั้งที่สอง เมื่อกีรณายืนยันว่าตนจะทำและทำได้ มัทรีถามว่าจริงหรือ? กีรณาถามว่าแล้วน้ามัทรีจะสอนให้หรือเปล่าล่ะ

“สอน...สอนสิจ๊ะ ยายขวัญต้องดีใจแน่ๆที่ลูกแก้วตัดสินใจอย่างนี้ จริงไหมพวกเรา...”

ตุลามองกีรณาอย่างชื่นชม หล่อกระซิบถามชาลีว่า “จะไหวเหรอวะ?”

ooooooo

เสี่ยฮุ่ยพาหยกฟ้ากับป้าไฝกลับบ้านตัวเอง หยกฟ้าตีโพยตีพายที่ทำตามแผนของเสี่ยแล้วแทนที่จะรุ่งกลับร่วง ป้าไฝเองก็คาดไม่ถึงว่าขนาดตนเชิญ เสี่ยฮุ่ยไป กีรณายังกล้าทำขนาดนี้

“คนอย่างเสี่ยฮุ่ยไม่ยอมให้ใครหยามน้ำหน้าฟรีๆอยู่แล้ว งานนี้มีเอาคืน...ข้าจะเอาคืนให้แสบทรวงเลย คณะแก้วขวัญไม่เจ๊งวันนี้พรุ่งนี้ก็ต้องเจ๊ง!”

มัทรีดีใจมากที่กีรณาจะเป็นนางเอกลิเกเอง จะได้ทำให้ความหวังของยายขวัญเป็นจริง วันนี้จึงให้กุ๊กกับกิ๊กไปปลุกกีรณามาซ้อมรำแต่เช้า เริ่มสอนกันตั้งแต่ท่าจีบ ตั้งวง แต่กีรณาก็ทำไม่ได้สักที สอนร้องก็เสียงเพี้ยนเสียงหลงตั้งแต่คำแรก

มัทรีสอนอย่างอดทน แต่กีรณาเองทนไม่ไหวบอกว่าเกร็งจนจะเป็นตะคริวไปทั้งตัวแล้วขอพักก่อน

ตุลาให้เปี๊ยกไปแอบถ่ายการซ้อมของกีรณา ดูกันแล้วเปี๊ยกถมอย่างหนักใจว่าพี่ตุลย์จะทำยังไงต่อไป ตุลาเชื่อว่ากีรณาต้องเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เมื่อความจริงเป็นอย่างนี้เขาบอกเปี๊ยกว่า

“ก็คงต้องหาทางเขี่ยลูกไม้ให้กลิ้งเข้าใกล้ตนไม้ไวๆน่ะสิ”

เมื่อกีรณาเดินไปหาที่นั่งพัก ได้ยินเสียงตุลาพูดขึ้นว่า “แค่วันแรกก็ดูท่าจะไม่รอดเสียแล้วละมั้ง”

กีรณาหันขวับ เห็นตุลายืนยิ้มกวนๆอยู่ เธอฉุนขาดหาว่าดูถูกดารามืออาชีพอย่างตน บอกว่านี่แค่ซ้อมตนก็ออมมือไว้ก่อน ตุลาแกล้งยั่วว่า พอเล่นจริงหนักกว่าเดิม

“สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร ถ้าฉันได้ขึ้นเวทีจริงเมื่อไหร่ นายได้อ้าปากค้างแน่!!”

ขณะนั้นเอง มัทรีเดินหน้าตื่นเข้ามาบอกว่ามีคนจ้างไปรำแก้บน กีรณาบอกให้รับงาน ทุกคนก็อยากรับงานจะได้มีเงินใช้ แต่ตุลาหนักใจที่คณะยังไม่พร้อม ทั้งฉากอุปกรณ์ที่เสียหายก็ยังซ่อมไม่เสร็จ นางเอกก็ยังรำไม่เป็น

“จะดูถูกกันมากไปแล้ว กะอีแค่ลิเกแก้บนมันจะอะไรนักหนาเชียว จะมีคนดูหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือถึงมี

หลายคนก็มานั่งหลับ เอาฉากแขวนๆ ตีๆระนาดไป ร้องๆรำๆ ตามๆกันไปก็จบแล้ว คนดูลิเก ไม่เอาอะไรมากหรอก!!”

ลุงเสริมตำหนิว่าพูดจาให้ดีหน่อย พูดแบบนี้เท่ากับดูถูกงานตัวเองแถมยังดูถูกคนดูอีก กัณหาเห็นด้วยว่าจะมาทำมั่วๆซั่วๆหวังแต่จะเอาเงินอย่างเดียวไม่ได้

เมื่อถูกทุกคนรุมตำหนิ กีรณาก็แก้ตัวว่าตนพูดเล่น ยิ่งงานนี้ต้องควบสองตำแหน่งทั้งนางเอกและหัวหน้าคณะ ใครจะกล้าให้ออกไปไม่ดี มัทรีถามว่าตกลงลูกแก้วจะรับงานนี้ใช่ไหม

“แน่นอนสิน้ามัทรีฉันจะใช้งานนี้ประกาศให้โลกรู้ว่าลิเกคณะแก้วขวัญไม่มีวันเจ๊งและทุกคนที่ได้ดูจะต้องอ้าปากค้าง โดยเฉพาะคนแถวนี้” กีรณาปรายตาเหน็บตุลา

แม้ว่ากีรณาจะมั่นใจเกินร้อย แต่ทุกคนกลับหวั่นใจ ...เมื่อมัทรีเดินออกมากับตุลา ปรารภว่ากลัวเรื่องจะบานปลายกว่านี้ บ่นว่าทำไมต้องมามีงานตอนนี้ก็ไม่รู้ น่าจะให้ลูกแก้วได้ซ้อมมากกว่านี้อีกหน่อย

“เอ่อ...ก็ถือว่าการแสดงครั้งนี้เป็นการฝึกสิครับ ลิเกแก้บนเล็กๆคงจะทำให้ยัยลูกแก้วตั้งใจและก็ขยันฝึกมากขึ้น เชื่อเถอะครับน้ามัทรี ยัยลูกแก้วคือลูกไม้ที่เกิดจากต้นของยายขวัญแท้ๆ เขาจะต้องทำได้อย่างที่เขาพูดไว้แน่” ตุลามั่นใจเหมือนมีแผนอะไรอยู่ แต่มัทรีก็ยังอดกังวลไม่ได้

ooooooo

หลังจากวางยาใส่ร้ายกีรณาจนต้องออกจาก วงการไปและเนตรดาราอ้อนบวรฤทธิ์จนได้เสียบเป็น นางเอกแทนกีรณาแล้ว ก็ยโสวางตัวข่มคนอื่น แม้กระทั่งนุ่มนิ่ม

แต่เนตรดาราก็ต้องปรนเปรอบวรฤทธิ์อย่างหนัก เรียกเมื่อไหร่ต้องได้เมื่อนั้น เมื่อเธอหาทางเลี่ยงไม่รับสาย บวรฤทธิ์จึงให้ไอศูรย์ไปตามตัวให้

โรสิตาถูกเนตรดาราเบียดจนแทบไม่มีที่ยืน แม้จะเจ็บใจแต่ก็ทำอะไรเนตรดาราไม่ได้เพราะเนตรดารามีคนคุ้มหัวอยู่ จึงได้แต่เจ็บใจ

วันนี้โรสิตาเห็นโทรศัพท์ของเนตรดารามีไลน์เข้าและเจ้าตัวไม่อยู่ จึงแอบไปอ่านที่หน้าจอ

“เลิกกองคืนนี้ผมจะไปรับคุณนะ”

โรสิตาเห็นชื่อไลน์เขียนว่า “Zero Hero” ซึ่งเป็นนามแฝงของไอศูรย์ โรสิตาอ่านแล้วสงสัย?

เมื่อเลิกกอง เนตรดาราบอกนุ่มนิ่มว่าคืนนี้จะกลับเอง นุ่มนิ่มเป็นห่วง เนตรดาราปรามอย่างรำคาญว่าตนมีธุระ หยุดพูดหยุดบ่นเสียที เนตรดาราเสียงแข็งเสียจนนุ่มนิ่มถามว่าทำไมเดี๋ยวนี้พูดจากับตนแบบนี้ จังหวะนั้นเอง รถตู้ส่วนตัวแล่นเข้ามาจอด เนตรดาราเร่งให้นุ่มนิ่มกลับไปเสีย

พอนุ่มนิ่มไปแล้ว เนตรดาราก็โทร.ออกทันที พูดกับปลายสายอย่างอ่อนหวาน...

“เนตรพร้อมแล้วล่ะค่ะ คุณอยู่ไหน”

ทันใดนั้นรถของไอศูรย์แล่นเข้ามารับเนตรดาราไป โรสิตาที่จับตาดูอยู่รีบขึ้นรถตัวเองขับตามไปทันที

ooooooo

เมื่อขึ้นรถแล้ว เนตรดาราฉอเลาะว่าดีใจที่เขาคิดถึงตน ถามว่าเราจะไปไหนกันดี ไอศูรย์บอกว่าไปที่บ้านป๋า ป๋าให้ตนมารับเธอ ตำหนิว่าขาดการติดต่ออย่างนี้ป๋าไม่พอใจและเธอก็จะลำบาก

เนตรดาราไม่พอใจที่ไอศูรย์เพียงมารับเธอไปส่งต่อให้บวรฤทธิ์เท่านั้น บอกให้เขาจอดรถพลางคว้าพวงมาลัยหักซ้าย ไอศูรย์ตกใจขืนไว้

โรสิตาตามมาเห็นรถไอศูรย์ส่ายไปมาก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นรถไอศูรย์จอดข้างทางเธอจึงรีบจอดและปิดไฟหน้ารถซุ่มดู

เนตรดาราไม่พอใจไอศูรย์พุ่งลงจากรถ ไอศูรย์ตามลงมาคว้าแขนไว้ โรสิตารีบถ่ายคลิปไว้

เนตรดารายื้อยุดกับไอศูรย์อยู่ข้างรถ ตัดพ้อต่อว่าที่เขามารับตนเพื่อส่งต่อไปให้บวรฤทธิ์เท่านั้น

“ผมต้องทำ ผมจำเป็นต้องทำ คุณก็รู้...ผมเป็นลูกของป๋า”

“แล้วฉันล่ะคะ ฉันเป็นอะไรในชีวิตคุณ?!! ตอบมาสิคะ บอกให้ฉันได้ยินชัดๆว่าฉันเป็นอะไร ฉันจะได้ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องเสียความรู้สึก ไม่ต้องเสียใจ...” ไอศูรย์พูดไม่ออก “เงียบ...ก็คือคำตอบ ว่าฉันไม่มีค่าในชีวิตคุณเลยจริงๆ ได้...ฉันพร้อมแล้ว พาฉันไปหาท่านสิคะ ฉันจะนอนกับท่านอย่างที่คุณต้องการ”

เนตรดาราบีบน้ำตาไหลพรากๆ สะบัดจะไปขึ้นรถ ไอศูรย์ทนไม่ได้ดึงเธอเข้าไปกอดไว้!

อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 6 วันที่ 4 ก.ย.60

ละครเรื่อง รักหลงโรง บทประพันธ์โดย ญนันธร
ละครเรื่อง รักหลงโรง บทโทรทัศน์โดย คนเขียนงา / หลี่เจิน
ละครเรื่อง รักหลงโรง ผลิตโดยบริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่อง รักหลงโรง กำกับการแสดงโดย ปิยะพงษ์ คำภากุล
ละครเรื่อง รักหลงโรง ออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง รักหลงโรง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ