อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 7 วันที่ 14 ก.ย.60

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 7 วันที่ 14 ก.ย.60

แต่ถึงสงสัย กรมวังก็ไม่กล้าสืบเพราะเจ้านางปัทมสุดามีหูตาทั่ววัง คอยจับผิดตลอด อย่างเรื่องของเจ้ามิ่งหล้าเมื่อวันก่อน ที่กษัตริย์เมืองมัณฑ์แวะเยี่ยมถึงตำหนัก เขาก็ไม่พ้นถูกเจ้านางปัทมสุดาคาดโทษ

อำนาจของเจ้านางปัทมสุดาเป็นที่ประจักษ์สายตาคนทั้งวัง นอกจากเรื่องสนมนางในของสวามี เรื่องการบ้านการเมือง เธอก็มีส่วนร่วมด้วยทุกครั้ง และเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องนโยบายโต้กลับชาติตะวันตกอย่างแข็งกร้าว

กษัตริย์เมืองมัณฑ์เกรงอำนาจราชินีเมืองมัณฑ์จึงไม่กล้าขัดใจ และทุกอย่างก็ยิ่งเลวร้าย เมื่อเธอประกาศว่าตั้งครรภ์ทายาทคนแรก...ไม่ว่าเธอปรารถนาสิ่งใด กษัตริย์เมืองมัณฑ์ก็พร้อมหามาให้ทุกอย่าง



เจ้ามิ่งหล้าเจ็บใจมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องทนข่มความแค้นในอก จนเมื่อกษัตริย์เมืองมัณฑ์มีรับสั่งให้เธอกับนางกำนัลคนอื่นมาร่วมเล่นปิดตาซ่อนหา จึงคิดแผนร้ายบางอย่างได้

เจ้ามิ่งหล้าผละจากฟองจันทร์มาดักหน้ากษัตริย์เมืองมัณฑ์ แต่ถูกเจ้านางปัทมสุดารู้ทันเสียก่อน

“เจ้านี้ฉลาดหลักแหลม เลือกที่ซ่อนได้ตรงกับใจข้าทีเดียว...ข้าไม่เคยนึกโกรธสวามีของข้าเพราะข้ารู้ดีว่าสันดานผู้ชายมันเหมือนกันทั้งโลก คือมักลักลอบกินของต่ำของสกปรกบ้างเป็นบางครั้งบางคราว หากข้าจะชิงชัง ข้าก็เลือกจะชิงชังของต่ำของสกปรกที่มันมาเสนอตัวเองให้ผัวข้ากินมากกว่า”

เจ้ามิ่งหล้าต้องข่มอารมณ์ไม่โต้กลับ แต่นั่นยิ่งทำให้เจ้านางปัทมสุดาได้ใจ

“ข้าเจอมานักต่อนักแล้ว พวกทะเยอะทะยานใฝ่สูงอย่างเจ้า หากเจ้ามีสมองสักนิด เจ้าจะรู้ว่าข้าใช้วิธีใดจัดการรับมือพวกนั้น ตำแหน่งราชธิดาเชียงเงินของเจ้ามันไม่ได้ช่วยอะไรเจ้าเลย เพราะฉะนั้น...บันทึกลงในส่วนลึกที่สุดในกมลสันดานเจ้า จงอยู่ในที่ทางของเจ้า...อย่าได้คิดเผยออาจเอื้อมในสิ่งที่ไกลเกินตัวเจ้า!”

แหวจบก็ไล่ออกไป ฟองจันทร์ถลามาประคองเจ้านายสาวที่ต้องระงับความโกรธของตัวเองอย่างสุดความสามารถ เมื่อเจ้านางข่ายคำรู้เรื่องก็พยายามปลอบ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล

“เจ้าพ่อสำคัญผิดว่าตำแหน่งราชธิดาเจ้าหลวงเชียงเงินจะทำให้คนที่นี่เกรงใจบ้าง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย นับวันลูกยิ่งเหมือนถูกเหยียบย่ำให้จมดินลงไปเรื่อยๆ”

เจ้านางข่ายคำสงสารลูก ตั้งท่าจะปลอบอีกรอบ แต่เจ้ามิ่งหล้าก็โพล่งออกมาก่อน

“คนอย่างมิ่งหล้าก้าวข้ามความผิดหวังและเจ็บปวดที่สุดในชีวิตมาแล้ว ไม่มีอะไรทำให้ลูกเจ็บปวดไปกว่านี้ ลูกอาจต้องขอบคุณสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เพราะมันทำให้ลูกได้เรียนรู้ว่าจุดหมายปลายทางมันก็แค่ภาพลวงตา หากลูกไม่ยอมแพ้ สักวันจะต้องเป็นวันของลูกบ้าง แลเมื่อถึงวันนั้นลูกจะตอบแทนมันให้สาสมยิ่งกว่าที่มันทำกับลูก!”

ooooooo

แม้ยังไม่รู้เรื่องที่ทำให้หมางเมิน แต่เจ้าศุขวงศ์ไม่ละความพยายามจะง้องอนเจ้าแม้นเมือง ไม่ว่าเธอจะเดินไปไหนหรือทำอะไร เขาก็ตามติดไม่ห่างจนเธอเริ่มรำคาญ

“เจ้ามาเดินตามข้าเจ้าอยู่ทำไมเจ้า”

“ก็ตั้งแต่เช้า น้องไม่อยู่นิ่งๆให้พี่ได้พูดได้คุยด้วยเลย แล้วจะให้พี่ทำยังไง”

“ข้าเจ้ามีงานต้องทำมากมาย ไม่มีเวลาอยู่นิ่งๆเฉยๆได้หรอกเจ้า”

“น้องโกรธเคืองพี่ด้วยเรื่องไร บอกพี่มาตามตรงเถอะแม้นเมือง”

“เจ้าอย่าเสียเวลากับเรื่องเหลวไหลบางเรื่องเลยเจ้า จะให้ดีเจ้าเอาเวลาไปเยี่ยมไข้เจ้าละอองคำเสียจะดีกว่า”

จนแล้วจนรอดเจ้าศุขวงศ์ก็ยังไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิด แบร็กกิ้นสงสารเลยช่วยเฉลย

“เจ้ายังจำเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดกับเจ้าละอองคำที่น้ำตกได้รึไม่”

เจ้าศุขวงศ์ยังจับต้นชนปลายไม่ได้ แบร็กกิ้นจึงย้ำว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่เห็นความผิดปกติ

“ถ้าเจ้าคิดว่าเจ้าแม้นเมืองไม่ได้รู้สึกอะไร...ข้าว่าเจ้าเข้าใจผิดถนัด”

“เรื่องแค่นี้น่ะเหรอแบร็กกิ้น”

“เรื่องเล็กสำหรับผู้ชาย มักเป็นเรื่องใหญ่เสมอสำหรับผู้หญิง ประเพณีของเจ้ายอมรับได้กับเรื่องมีเมียหลายคน แต่เจ้าเชื่อข้าเถอะ ผู้หญิงทุกคนที่เป็นเมียรู้สึกถึงการถูกแย่งชิงความรักแลถูกลดทอนคุณค่าในตัวเองด้วยกันทุกคน”

เจ้าศุขวงศ์ตื่นเต้นมากที่เจ้าแม้นเมืองมีความรู้สึกบางอย่างกับเขา และแผนลองใจชายาคนสวยก็เริ่มขึ้นหลังจากนั้น ด้วยการแกล้งทำทีเป็นห่วงใยเจ้าละอองคำแบบออกนอกหน้าเพื่อดูอาการของเธอ

ภาพบาดตาบาดใจระหว่างเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าละอองคำทำให้เจ้าแม้นเมืองช้ำใจมาก แต่ต้องพยายามข่มไว้ไม่แสดงออก แม้แต่ตอนได้อยู่ตามลำพังกับเจ้าละอองคำ เธอก็ดูแลอีกฝ่ายอย่างดี

“เจ้าพี่มีน้ำใจกับน้องเหลือเกิน น้องไม่รู้ว่าจะตอบแทนเจ้าพี่อย่างไรดี”

“แค่น้องหายเจ็บไข้ ทุกคนสบายใจ พี่ก็สบายใจไปด้วย เพราะน้องก็เหมือนน้องแท้ๆของพี่คนนึง”

“น้องแท้ๆคนนึง...ถ้าอย่างนั้น ถ้าน้องคนนี้จะขออะไรสักอย่างจากเจ้าพี่ เจ้าพี่จะให้น้องได้ใช่ไหมเจ้า”

ท่าทางนิ่งเฉยของเจ้าแม้นเมืองทำให้เจ้าละอองคำกล้าพอจะขอเป็นชายาอีกคนของเจ้าศุขวงศ์

“เจ้าพี่เป็นเหมือนเงาของเจ้าพี่ศุขวงศ์...สิ่งที่น้องจะขอ น้องเชื่อว่าไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่เจ้าพี่จะให้น้องได้ ...น้องขอแค่ได้เป็นเงาอีกเงาของเจ้าพี่ศุขวงศ์...ได้รึไม่เจ้าพี่”

เจ้าแม้นเมืองถึงกับพูดไม่ออก แต่เจ้าละอองคำไม่สนใจแล้ว อยากเปิดอกคุยตรงๆ

“เจ้าพี่อาจจะไม่รู้มาก่อนว่าจริงๆแล้วเจ้าย่าเรือนคำตั้งใจไว้แต่แรกจะให้น้องได้ตบแต่งเป็นเมียเจ้าพี่ศุขวงศ์”

“พี่คงปฏิเสธน้องไม่ได้หรอกว่าไม่เคยได้ยินสิ่งนี้”

“อย่างนั้นก็แปลว่าเจ้าพี่ก็รู้อยู่แก่ใจ...เจ้าพี่โกรธเคืองน้องรึไม่ที่น้องพูดอะไรๆออกมาตรงๆอย่างนี้”

“ความจริงก็คือความจริง ถึงจะไม่พูดกันในวันนี้ สักวันก็ต้องพูดอยู่ดี น้องสบายใจเถอะละอองคำ”

“ถ้าอย่างนั้น...น้องขอถามความจริงจากเจ้าพี่อีกสักอย่าง...จริงเท็จอย่างไรที่เขาพูดกันว่าเจ้าพี่ศุขวงศ์ทำผิดผีที่เชียงเงิน จึงจำต้องผูกข้อไม้ข้อมือแต่งงานกับเจ้าพี่ แต่น้องไม่มีวันเชื่อหรอกว่ามันจะเป็นความจริง เรื่องระหว่างเจ้าพี่กับเจ้าพี่ศุขวงศ์มันเป็นรักแรกพบมากกว่า...ใช่ไหมเจ้า...”

ooooooo

ไม่ใช่แค่เจ้าแม้นเมืองต้องทึ่งกับการขอตรงๆของเจ้าละอองคำ เจ้าศุขวงศ์ตะลึงไม่ต่างกันเมื่อเจ้าย่าเรือนคำบอกว่าตั้งใจจับคู่เจ้าละอองคำให้เป็นชายาของเขาอีกคน

ความจริงจากปากเจ้าย่าเรือนคำทำให้เจ้าศุขวงศ์คิดหนัก มั่นใจว่าเจ้าแม้นเมืองต้องระแคะระคายเรื่องนี้ แต่ก็ยังทำไม่รู้ไม่ชี้ แกล้งถามเธอที่หนีกลับคุ้มโดยไม่รอเขา

“ข้าเจ้าไม่กล้ารบกวนความสุขของเจ้าหรอกเจ้า”

“ความสุขของพี่คือมีเจ้าอยู่ด้วยในทุกที่ที่พี่ไป”

“เจ้าเก็บคำคำนี้ไว้พูดกับคนอื่นเถอะเจ้า ข้าเจ้ารู้ตัวดีว่าไม่ได้มีค่าถึงเพียงนั้น”

พูดจบก็จะผละไป เจ้าศุขวงศ์ต้องคว้ามือไว้

“เจ้าหึงพี่เรื่องละอองคำรึ”

“เจ้าละอองคำเปิ้นมาก่อนข้าเจ้าเสียด้วยซ้ำ ข้าเจ้านอกจากจะมาทีหลังเปิ้น ยังมาด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เพราะรัก”

“เจ้าเอาอะไรมาพูด”

“ความจริงที่เราก็รู้กันอยู่แก่ใจดี”

“เราตกลงกันเอาไว้แล้วว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก”

เจ้าแม้นเมืองเข้าใจผิดคิดว่าเขาผิดสัญญา บอกสาเหตุที่ต้องแต่งงานกับเธอให้เจ้าละอองคำรับรู้ เจ้าศุขวงศ์พยายามจะอธิบาย แต่เหมือนเธอจะไม่อยากฟัง

“เจ้าจะทำอะไรก็สุดแท้แต่ใจเจ้า ส่วนข้าเจ้า

จะพยายามเตือนตัวเองไว้เสมอ ไม่ให้ลืมสถานะของตัวข้าเจ้าเองว่ามาที่นี่ไม่ได้มาเพราะความรัก แต่เป็นเพราะเรื่องน่าอัปยศอดสูนำพามาเท่านั้นเอง!”

ooooooo

ขณะที่เจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองไม่เข้าใจกัน เจ้ามิ่งหล้าต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อเจ้านางข่ายคำต้องกลับเชียงเงินตามคำสั่งเจ้าหลวงแสนอินทะ

แม้จะใจหายที่แม่ซึ่งยืนหยัดข้างเธอตลอดต้องกลับ แต่เจ้ามิ่งหล้าก็ไม่ท้อ อยากพิสูจน์ให้ทั้งชาวเมืองมัณฑ์และชาวเชียงเงินเห็น โดยเฉพาะกษัตริย์เมืองมัณฑ์กับเจ้าแม้นเมือง ว่าเธอประสบความสำเร็จได้

เจ้านางปัทมสุดาศัตรูหัวใจของเจ้ามิ่งหล้าไม่ได้สนเรื่องเจ้านางข่ายคำกลับเชียงเงิน มัววุ่นวายการบ้านการเมืองเรื่องสัมปทานซ้ำซ้อนระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส

คณะเสนาบดีรู้แก่ใจว่าเจ้านางปัทมสุดาอยู่เบื้องหลังอำนาจและการตัดสินใจทุกเรื่องในเมืองมัณฑ์ และการให้สัมปทานซ้ำซ้อนครั้งนี้เจ้านางปัทมสุดา

ก็เป็นตัวตั้งตัวตี ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสถานภาพของเมืองมัณฑ์เลย

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เหล่าเสนาบดีจึงพยายามหว่านล้อมกษัตริย์เมืองมัณฑ์ให้เปลี่ยนใจเรื่องสัมปทาน โดยฉวยจังหวะที่กษัตริย์อยู่ตามลำพัง แต่ความหวังก็ถูกดับลงเมื่อเจ้านางปัทมสุดารู้เรื่องจากมิ่นและมาขวางทันเวลา

“เจ้ากลัวอังกฤษจนลนลานขนาดนี้เชียวหรือ หมดความเชื่อมั่นในความเกรียงไกรของกองทัพเมืองมัณฑ์เสียแล้วอย่างนั้นหรือ ถ้าความขลาดกลัวของเจ้ามันเกาะกุมทุกรูขุมขนจนแทรกซึมเข้าไปอยู่ในเส้นเลือดของเจ้าเสียแล้ว เมื่อกลับถึงเรือนเจ้า จงผลัดผ้าที่เจ้านุ่งห่มอยู่นี้ออกแลขอผ้าซิ่นสตรีจากเมียแลลูกสาวเจ้ามานุ่งห่มแทนเสียเถิด!”

นอกจากคณะเสนาบดีจะถูกเจ้านางปัทมสุดาเล่นงานกระเจิงแล้ว กรมวังที่ลุ้นตัวโก่งให้กษัตริย์ยอมเปลี่ยนใจเรื่องสัมปทานซ้ำซ้อนก็ถูกพระนางคาดโทษ

“สิ่งที่เจ้าทำมันทำให้ข้าเห็นแน่ชัดขึ้นทุกวันว่าเจ้ากำลังท้าทายอำนาจข้า”

“ขอพระองค์โปรดเมตตา”

“ระวังตัวให้ดี...ทำหน้าที่เจ้าอย่าให้ขาดตกบกพร่อง มิเช่นนั้นก็เตรียมตัวไปทำไร่ไถนาที่บ้านเกิดเจ้าได้เลย!”

ความร้ายกาจทำให้กรมวังขยาดและเจ็บแค้น ไม่ว่าเรื่องใดเจ้านางปัทมสุดาต้องเข้ามายุ่งและตัดสินใจทุกอย่างตามอารมณ์และความพึงพอใจ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเจ้ามิ่งหล้าบรรณาการจากเชียงเงินที่เจ้านางกีดกันทุกทางไม่ให้ถวายตัว และเขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเตือนเจ้ามิ่งหล้าด้วยความหวังดี...ให้หาทางกลับเชียงเงินซะ!

ooooooo

แผนลองใจเจ้าแม้นเมืองดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เจ้าศุขวงศ์สั่งรื้อเรือนบนภูผาเมืองที่ที่เขากับเจ้าแม้นเมืองอยู่ด้วยกันในแผ่นดินเชียงพระคำเป็นครั้งแรกมาสร้างใหม่ไม่ไกลจากคุ้มของเขา

อินทรเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง เขียนจันทร์กับคำแก้วพยายามซักไซ้ถึงสาเหตุการรื้อและสร้างใหม่ครั้งนี้ แต่อินทรไม่อาจบอกได้เพราะรับคำสั่งจาก

เจ้าศุขวงศ์จะไม่บอกใคร...โดยเฉพาะเจ้าแม้นเมือง

เจ้าแม้นเมืองเฝ้ามองเรือนที่ถูกรื้อและสร้างใหม่ด้วยหัวใจบอบช้ำอย่างบอกไม่ถูก คิดเอาเองว่าสวามีอาจใช้เรือนนี้เป็นเรือนหอกับเจ้าละอองคำ และเมื่อ

เจ้าศุขวงศ์ตัวต้นเรื่องแวะมาหาพร้อมน้ำหอมขวดหรูจากฝรั่งเศส เธอก็ได้แต่เบือนหน้าหนี ไม่อยากมองหน้าหรือเสวนากับเขาให้เสียอารมณ์!

“พี่จะต้องทำยังไง น้องจึงจะเลิกโกรธเลิกงอนพี่เสียที”

“เจ้าไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เจ้าใช้ชีวิตอย่างที่เจ้าเป็น ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองเพียงเพื่อรักษาคำมั่นสัญญา เพราะข้าเจ้าก็เตือนใจตัวเองเสมอว่าข้าเจ้าเป็นส่วนเกินในชีวิตเจ้า”

“แม้นเมือง...ไม่เอาน่า เรื่องที่มันแล้วไปแล้วก็ปล่อยให้มันแล้วไปเถอะ”

“เจ้า...ข้าเจ้าก็พยายามคิดอย่างนั้น ข้าเจ้าควรจะมีชีวิตอยู่กับวันนี้เพื่อรอดูวันข้างหน้า...อีกไม่นานเรือนหอหลังใหม่ก็คงจะสร้างเสร็จ แลเจ้าละอองคำก็คงย้ายเข้ามาอยู่ที่นั่น...ถึงวันนั้นคนที่จะมีความสุขที่สุดก็คือตัวเจ้าเอง”

ไม่ใช่แค่เจ้าศุขวงศ์ที่ทำให้เจ้าแม้นเมืองปวดใจ เจ้าละอองคำก็แวะเวียนมาหาไม่ได้ขาด ทำตัวสนิทสนมราวกับพี่น้องคลานตามกันมา รวมถึงชื่นชอบทุกอย่างที่เจ้าแม้นเมืองนำมาจากเชียงเงิน

“สวยจริงๆ ยิ่งดูใกล้ๆยิ่งสวย น้องว่าซิ่นเชียงเงินสวยกว่าซิ่นเชียงพระคำเสียอีก”

“ไม่จริงหรอกละอองคำ ซิ่นเชียงเงินก็ซิ่นเชียงเงิน ซิ่นเชียงพระคำก็ซิ่นเชียงพระคำ งามด้วยกันทั้งนั้น

งามไปคนละแบบ น้องอาจแค่รู้สึกจำเจที่นุ่งซิ่นเชียงพระคำอยู่ทุกวันก็ได้”

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้น้องขอลองนุ่งซิ่นเชียงเงินของเจ้าพี่ดูบ้างจะได้ไหมเจ้า”

เจ้าแม้นเมืองไม่อาจขัด ยอมให้เจ้าละอองคำยืมผ้าซิ่นจากเชียงเงินมาสวม ก่อนมุ่งหน้าไปเรือนเจ้าย่าเรือนคำ เมื่อเจ้าศุขวงศ์เห็นก็อดตะลึงไม่ได้ ทั้งสองสาวมีความงามละม้ายคล้ายกันอย่างเหลือเชื่อ

“น้องจะเห่อซิ่นเชียงเงินจนนุ่งแต่ซิ่นเชียงเงินไม่ยอมกลับไปนุ่งซิ่นเชียงพระคำรึเปล่าละอองคำ”

“ไม่หรอกเจ้าพี่...น้องอาจจะขอแบ่งสามวันนุ่งซิ่นเชียงพระคำ สี่วันนุ่งซิ่นเชียงเงินดีไหมเจ้าพี่แม้นเมือง”

คำพูดแฝงนัยเรื่องเมียหลวงเมียน้อยของเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าละอองคำทำให้เจ้าแม้นเมืองช้ำแทบกระอัก แต่ไม่แสดงออก เขียนจันทร์กับคำแก้วได้แต่มองตามเจ้านายสาวด้วยความสงสารและเห็นใจ โดยเฉพาะรายแรก ผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก ถึงขั้นตามไปปลอบ อยากช่วยปัดเป่าความทุกข์ใจ

“ขอบใจนะ...เรารู้ว่าเขียนจันทร์เป็นห่วงเรา แต่สักวันเรื่องแบบนี้มันจะผ่านไป เราทำให้เกิดปัญหาทั้งที่รู้ว่าจะต้องเผชิญปัญหา เราก็ต้องทำใจยอมรับมันให้ได้ ...ยังมีงานในหน้าที่ที่ต้องทำอีกมาก เรื่องแค่นี้เป็นเรื่องเล็กน้อย”

“เรื่องอะไรที่ทำให้แต่ละวันของเจ้าไม่มีความสุข ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับเขียนจันทร์หรอกเจ้า”

เจ้าแม้นเมืองน้ำตาคลอ ซาบซึ้งใจในความรักและปรารถนาดีของเขียนจันทร์มาก

“เจ้า...ถ้าเจ้ารีบมีลูกกับเจ้าศุขวงศ์เปิ้นเสีย ข้าเจ้าว่าอะไรๆอาจจะดีขึ้นนะเจ้า”

“นั่นไม่ใช่ทางแก้ปัญหาหรอกเขียนจันทร์ เพราะปัญหาจริงๆไม่ได้เริ่มที่ตรงนั้น เรามัดใจใครด้วยวิธีนั้นไม่ได้หรอก ในเมื่อหัวใจของเขาไม่ได้อยู่กับเราตั้งแต่แรกเสียแล้ว...”

ooooooo

ความทุกข์ใจเรื่องเจ้าศุขวงศ์ทำให้เจ้าแม้นเมืองออกไปขี่ม้าตามลำพังเพื่อรวบรวมความคิดและสติ อินทรร้อนใจมากนำความไปบอกเจ้าศุขวงศ์ซึ่งรีบควบม้าตามติดด้วยความเป็นห่วง

“แม้นเมือง...น้องจะไปไหน”

“ข้าเจ้าจะมีปัญญาไปไหนได้ ต่อให้อยากไปให้ไกลแค่ไหนก็ตาม ข้าเจ้าก็คงไปได้แค่ในความฝัน เพราะในความเป็นจริง ข้าเจ้าก็ไม่ต่างจากการเป็นนักโทษของเจ้าหรอก”

“พี่โหดร้ายต่อเจ้าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ...เรื่องละอองคำ...น้องอย่าใส่ใจเลย ถ้าละอองคำพูดอะไรให้น้องไม่สบายใจ พี่ก็ขอโทษแทนละอองคำก็แล้วกัน ไหนๆน้องก็เอ็นดูเปิ้นอย่างน้องแท้ๆคนหนึ่งแล้ว”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องแสร้งทำว่าสนใจความรู้สึกของข้าเจ้า เพราะข้าเจ้ารู้อยู่เต็มอกว่าการแสร้งทำดีของเจ้าก็เพื่อการแก้แค้นข้าเจ้าให้สาแก่ใจเจ้าเท่านั้น”

“แก้แค้นอะไรกันแม้นเมือง”

“เจ้ารู้อยู่แก่ใจ ยังจะต้องมาถามข้าเจ้าทำไม!”

ขาดคำก็ควบม้าหนี เจ้าศุขวงศ์ควบตาม แล้วก็ใจหายวาบเมื่อเจ้าแม้นเมืองเสียหลักบนหลังม้า เขารีบพุ่งตัวไปรับแรงกระแทกแทนเธอ เจ้าแม้นเมืองเลยรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

“ถ้าเกิดอะไรขึ้น รู้ไหมว่าพี่จะเสียใจขนาดไหน”

“ข้าเจ้าก็เป็นแค่ภาระชิ้นหนึ่งของเจ้าเท่านั้น เจ้าน่าจะดีใจเสียด้วยซ้ำ”

“เมื่อไรเจ้าจะเลิกตั้งแง่กับพี่เสียที”

“ข้าเจ้าไม่ได้ตั้งแง่ แต่ข้าเจ้าเตือนตัวเองอยู่ทุกวันว่าข้าเจ้าก็เป็นได้แค่เงาของมิ่งหล้าเท่านั้น”

“เจ้าวนเวียนคิดอยู่แต่เรื่องเก่าๆ แล้วเจ้าจะมีความสุขได้อย่างไร”

“เรื่องเก่าๆที่หลอกหลอนข้าเจ้าด้วยคำสาปแช่งทุกวี่ทุกวัน ข้าเจ้าจะลืมได้อย่างไร ที่นี่ควรเป็นที่ทางของมิ่งหล้า ไม่ใช่ของคนทรยศอย่างข้าเจ้า ถ้าข้างตัวเจ้าเป็นมิ่งหล้าเสียตั้งแต่วันนั้น...เจ้าคงมีความสุขกว่านี้ ข้าเจ้าเป็นมารความสุขของทุกคน เป็นคนที่สมควรได้รับคำสาปแช่งอย่างนั้นมิใช่หรือ”

เจ้าศุขวงศ์สะเทือนใจมาก กระชับอ้อมแขนกอดเธอแน่นขึ้น เจ้าแม้นเมืองยิ่งพรั่งพรู

“ข้าเจ้าไม่ได้โกรธเคืองเจ้าละอองคำ แต่ข้าเจ้าอดสงสารมิ่งหล้าไม่ได้ ถ้ามิ่งหล้ามาอยู่ตรงนี้...ในที่ที่ข้าเจ้าแย่งชิงมา มิ่งหล้าจะเสียใจขนาดไหน”

เหตุการณ์ตกม้าทำให้เจ้าแม้นเมืองเศร้าใจกว่าเดิม อินทรสงสาร กล่อมให้เจ้านายหนุ่มบอกความจริงเรื่องสาเหตุการรื้อและสร้างเรือนบนภูผาเมืองใหม่ แต่เจ้าศุขวงศ์ก็ยืนยันให้รอเวลาเหมาะกว่านี้

เขียนจันทร์ก็ทำไม่ต่างกัน เกลี้ยกล่อมให้เจ้าแม้นเมืองเปิดอกกับเจ้าศุขวงศ์เรื่องเจ้าละอองคำ

“เจ้าศุขวงศ์เปิ้นก็ท่าทางรัก แล้วก็เกรงใจเจ้าอยู่ไม่น้อย เปิ้นน่าจะต้องรับรู้ความทุกข์ในใจเจ้าบ้างนะเจ้า”

“สิ่งที่เห็นอาจไม่จริงอย่างที่เป็นอยู่ก็ได้เขียนจันทร์ ...ช่างมันเถอะ...ปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ มันถูกกำหนดมาให้เป็นอย่างนี้ด้วยน้ำมือของเราเอง เราต้องยอมรับมันให้ได้ แลต่อไปนี้เราจะไม่เสียน้ำตาให้เห็นอีก...ขอบใจนะที่เป็นห่วง”

ooooooo

อ่านละคร รากนครา ตอนที่ 7 วันที่ 14 ก.ย.60

ละคร รากนครา บทประพันธ์โดย ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ละคร รากนครา บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละคร รากนครา กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละคร รากนครา ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละคร รากนครา ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.
ติตามชม ละคร รากนครา ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ