อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 7 วันที่ 6 ก.ย.60

อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 7 วันที่ 6 ก.ย.60

“ฉากใหม่!!!” ทุกคนอุทานพร้อมกันเมื่อเห็นฉากใหม่ขึงไว้อย่างสวยงาม หล่อบอกว่าอภินันทนาการจาก ผู้หมวดไรวินทร์ กีรณาถามว่าทำไมต้องทำฉากมาให้เราด้วย ราคาไม่ถูกเลย

“ผมตั้งใจจะทำให้เป็นของขวัญที่คณะแก้วขวัญจะได้กลับมาแสดงอีกครั้งน่ะครับ อย่างน้อยก็เพื่อเป็น การบรรเทาความรู้สึกผิดที่ยังจับพวกที่มาก่อกวนครั้งนั้นไม่ได้” กีรณาถามว่าแน่ใจนะว่าไม่มีเหตุผลอื่น “มีครับ... เพื่อตอบแทนบุญคุณที่น้ามัทรีมักใจดีให้ผมฝากท้องอยู่เสมอ”

“โธ่...ผู้หมวดไม่เห็นต้องคิดมากเลยจ้ะ เรื่องแค่นี้เอง”



“ทุกคนต่างหากล่ะครับที่อย่าคิดมาก ผมเต็มใจและอยากจะให้ฉากใหม่นี้เป็นของขวัญให้คณะแก้วขวัญ ผมอยากให้ทุกคนรับมันไว้ครับ การแสดงครั้งใหม่จะได้สมบูรณ์”

ไรวินทร์รับสมอ้างเนียนๆ ตุลาไม่เชื่อนักแต่ก็ขอบคุณ ถามกีรณาว่าทุกอย่างพร้อม แล้วเธอล่ะ?

“ฉันพร้อมอยู่แล้วน่า ฉันจะทำเต็มที่ จะทุ่มเทให้กับการแสดงครั้งนี้ไม่น้อยหน้าทุกคนแน่ๆ เป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ” กุ๊กกับกิ๊กตอบแทนทุกคนว่า พวกเราไม่เคยทิ้งกันอยู่แล้ว

ไรวินทร์แอบสบตากับกัณหาทำนองว่าทุกอย่างสำเร็จ ตุลาเห็นท่าทีของทั้งสองก็นึกรู้ว่าสองคนต้อง มีลับลมคมในกันแน่

ooooooo

วันนี้เป็นวันที่จะเปิดวิกลิเกที่วัดน้อยแล้ว ชาวคณะนั่งรถบรรทุกขนอุปกรณ์ไปถึงวัดก็ช่วยกันขนของจัดของกันขมีขมัน เจ้าหน้าที่วัดมาชี้จุดตั้งเวทีกำชับให้รักษาความสะอาดด้วย

กีรณาถามมัทรีว่าเจ้าภาพอยู่ไหน มัทรีบอกว่าไม่รู้และไม่ได้บอกด้วยว่าจะมากี่โมง

เจ้าหน้าที่เอาซองเงินมัดจำที่เจ้าภาพฝากไว้ให้ครึ่งหนึ่ง กีรณาถามว่าแล้วเขาไม่มาหรือ

“มาสิคะ!” เสียงรสิตาแจ๋แทรกขึ้น แล้วเดินบิดสะโพกเข้ามาอย่างมีจริต “สวัสดีค่ะทุกๆคน...คุณลูกแก้วหัวหน้าคณะคือคนไหนคะ” เธอมองไปมาระหว่างมัทรีกับกีรณา พอกีรณาบอกว่าตนเอง เธอก็ถอดแว่นออก อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตุลากำชับมาให้กดดันกีรณา วางมาดบอกกีรณาว่า ถ้าผิดพลาดจะไม่จ่ายเงินที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง ดีไม่ดีจะเอาเงินมัดจำคืนและปรับค่าเสียหายด้วย กีรณาฟังแล้วฮึด รับรองอย่างหนักแน่นว่า

“ไม่ต้องห่วงค่ะ การแสดงครั้งนี้ก็สำคัญกับคณะแก้วขวัญมากเหมือนกัน เราจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

“หวังว่าจะทำได้อย่างที่พูดนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันจะตั้งกระทู้ถึงคณะแก้วขวัญ ขวัญประชาในพันทิปแน่!” พูดแล้วเดินเชิดไป ในขณะที่ทั้งมัทรีและกีรณารู้สึกกดดันอย่างมาก

หลังจากรับสมอ้างเป็นเจ้าภาพมากดดันกีรณาแล้ว รสิตาไปหาตุลาที่ยืนรอฟังผลอยู่ ขณะนั้นเองไรวินทร์เดินเข้ามาทักว่าไม่นึกว่ารสิตาจะเป็นเจ้าภาพงานคืนนี้ แซวตุลาว่าเจ้าแผนการจริงนะคุณทนาย

ตุลาซึ่งสงสัยเรื่องฉากอยู่แล้วก็ดักคอกลับไปว่า “ก็พอๆกับผู้หมวดแหละ”

“โอเค ยอม...จับได้ไล่ทันสมเป็นทนายความจริงๆ แล้วคุณว่างานคืนนี้จะเป็นยังไงบ้าง”

ตุลาหวังว่างานคืนนี้คงจะราบรื่น ไรวินทร์คิดถึงกัณหาแล้วพูดขำๆว่า คงตลกมากๆด้วย แล้วก็ไปทวงสัญญากัณหาที่ว่า ถ้าเขารับสมอ้างเป็นคนทำฉากมาให้คณะแล้ว จะให้ตนทำอะไรก็จะยอมทุกอย่าง

กัณหารับปากอย่างอึกอัก ตะแบงเป็นว่าตนจะทำให้ทุกอย่าง...ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง

“อ้าวๆๆ พูดจากลิ้งกลอกเป็นลิงหลอกเจ้าแบบนี้ ผมไปบอกความจริงน้ามัทรีดีกว่ามั้ง”

“เฮ้ย! อย่านะ! ฉันยอมแล้ว นายจะให้ฉันทำอะไรบอกมาเลย ฉันจะยอมทำทุกอย่าง”

“ดีมาก” ไรวินทร์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ กระดิกนิ้วเรียกกัณหาเข้าหา พอเธอแข็งใจเดินเข้าไป เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบสองสามคำ กัณหาฟังแล้วถึงกับผงะตาเหลือก!

ooooooo

เพราะรสิตารับสมอ้างเป็นเจ้าภาพจัดลิเกคืนนี้ เธอจึงต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกับตุลา หลังจากกดดัน กีรณาแล้วเธอบอกเขาอย่าเครียดเรื่องคดีของกีรณานักเสร็จงานแล้วค่อยคุยกัน

ตุลาพยักหน้าแต่ก็อดเครียดไม่ได้เมื่อนึกถึงที่รสิตาบอกว่า เนื่องจากกีรณาไม่ไปรายงานตัวหรือส่งทนายไปตามเรื่อง หายเงียบไปเฉยๆจึงเข้าข่ายหนีคดีทางตำรวจจึงต้องออกหมายจับ

รสิตาถามว่าตุลาได้บอกเรื่องนี้ให้กีรณารู้หรือเปล่า เขาบอกว่าคงต้องบอกแต่ไม่ใช่เวลานี้

“ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก อะไรจะดวงตกขนาดนี้แม่คุณณณณ...” ตุลาถอนใจอย่างกังวล

เมื่อจัดเวทีและเตรียมงานเสร็จ มัทรีเรียกกีรณาให้มาแต่งหน้า พอมัทรีลงมือแต่งหน้าให้กีรณา กัณหาก็เข้ามากระซิบบอกแม่ว่าให้แต่งหน้าให้ตนก่อน

ชาลีถามว่านึกสนุกอะไรขึ้นมา จู่ๆถึงจะให้แต่งหน้า กัณหาบอกว่ามันจำเป็น มัทรีถามงงๆว่าจำเป็นยังไง กัณหาอึกอัก กุ๊กกับกิ๊กที่แต่งชุดนางฟ้าน่ารักที่กีรณาซื้อให้ก็ตอบแทนว่า

“ก็เพื่อสร้างสีสันให้การขายพวงมาลัยวันนี้ไงจ๊ะ”

กัณหาเลยผสมโรงว่าใช่ ถามว่าแม่จะแต่งให้ไหม มัทรีบอกว่าต้องแต่งให้ลูกแก้วเสร็จก่อน กีรณาได้ยินก็บอกว่าแต่งให้กัณหาก่อนก็ได้ ตนก็อยากออกไปทำสมาธิแป๊บนึง เสร็จแล้วโทร.ตามก็แล้วกัน

ooooooo

เสี่ยฮุ่ยอยู่ที่บ้าน ได้รับโทรศัพท์จากเกลือที่ส่งไปสอดแนมที่เวทีลิเกว่ากัณหากำลังให้มัทรีแต่งหน้าอยู่ ก็พึมพำอย่างสมใจว่า “เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆด้วย”

พอดีได้ยินเสียงชิบร้องเรียกเกลือกับน้ำตาลให้ไปหา เสี่ยฮุ่ยจึงกำชับเกลือก่อนวางสายว่า

“พวกแกสบโอกาสจัดการทันที อย่าให้พลาดล่ะ!!”

ชิบเรียกเกลือกับน้ำตาลให้มาช่วยดูว่าตนหล่อพอหรือยัง เมื่อไม่เจอสองคนก็บอกให้ป๊าดูให้ทีว่าหล่อขนาดนี้สาวเหลียวไหม? เสี่ยฮุ่ยปัดรำคาญว่าแต่งอะไรก็แต่งไปเถอะ

“ได้ไงป๊า...คืนนี้ฉันจะไปเป็นพ่อยกให้น้องกัณหาเชียวนะ จะให้แต่งอะไรก็ได้ได้ยังไง”

“เออ...นั่นซินะ ก็คืนนี้เป็นคืนพิเศษนี่นา หึๆ งั้นเดี๋ยวข้าไปแต่งหล่อบ้างดีกว่าจะได้ไปช่วยเอ็งเหมาพวงมาลัย”

ชิบดีใจกลัวหล่อสู้ป๊าไม่ได้รีบไปหวีผมเพิ่มเจล เสี่ยฮุ่ยมองตามยิ้มร้ายพึมพำ...

“หึๆเหมาไปเท่าไหร่ก็ได้คืนเท่านั้น เพราะคืนนี้จะไม่มีนางเอกให้แกคล้องมาลัยหรอกไอ้ชิบเอ๊ย...”

ooooooo

กีรณาไปไหว้ขอพรพระประธานในโบสถ์ ตุลาตามเข้าไปถามว่าขาดความมั่นใจเหมือนกันเหรอ? กีรณาหันมองเอ่ยเสียงอ่อยขอกำลังใจ “ชมฉันหน่อยสิ”

“คุณเป็นคนเก่ง เป็นนักแสดงเจ้าบทบาท การเป็นนางเอกลิเกวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่คุณได้รับ เพราะฉะนั้น คุณจะทำมันได้ เชื่อผมสิ” แล้วเข้าไปนั่งข้างๆ “มา...ผมขอพรเป็นเพื่อน”

ฝ่ายรสิตานอกจากช่วยตุลาแล้วเธอยังหาข้อมูลเกี่ยวกับเสี่ยฮุ่ยช่วยไรวินทร์ด้วย ฟังข้อมูลของรสิตาแล้ว ไรวินทร์สรุปว่า เสี่ยฮุ่ยมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่ รสิตาติงว่าพวกเขาอาจแค่รู้จักกันก็ได้

“โลกสวยอีกแล้วเพื่อนฉัน...แต่ใครคนนั้นก็คงใหญ่พอควร เพราะไม่อย่างนั้นเสี่ยฮุ่ยคงไม่กล้ากร่างขนาดนี้ ต้องสืบให้ได้ว่าเขาเป็นใคร” ไรวินทร์มุ่งมั่น

พลันเสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ของไรวินทร์ก็ดังขึ้น ไรวินทร์ดูนาฬิกาเป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว เขาชวน รสิตากลับไปที่วัดกัน เธอถามว่าจะรีบไปไหน ลิเกเล่นตั้งทุ่ม

“จะรีบไปดูตลก” ไรวินทร์พูดเป็นนัยขำๆในใจนึกถึงกัณหาม้าดีดกะโหลกที่จะมาแต่งหน้าคืนนี้

ไปถึงได้ยินเสียงหัวเราะกันอย่างครึกครื้น รสิตาจิกเสียงถามว่าหัวเราะอะไรกัน! จะแสดงอยู่แล้ว

นางเอกอยู่ไหน เริ่มแต่งตัวหรือยัง มัทรีบอกว่ากำลังจะโทร.ตาม ไม่ต้องห่วงเพราะนักแสดงทุกคนพร้อมขึ้นเวทีแน่นอน รสิตาย้ำว่า “หวังว่าจะทำได้อย่างที่พูดนะ” จนหล่อบ่นเบาๆว่า พูดเป็นอยู่ประโยคเดียวรึไง

“โอ้ย...เหนื่อย...” รสิตาออกมาบ่นอยู่ข้างนอก

เมื่อกีรณากับตุลาไหว้พระขอพรแล้ว ตุลาเตือนว่าก่อนแสดงอย่าลืมขอพรจากยายขวัญด้วย ยายจะได้คุ้มครองและเป็นกำลังใจให้เธอ กีรณาชักสีหน้าทันที พอดีมัทรีโทร.มาตามให้ไปแต่งหน้าเธอเลยแยกไป ตุลามองตามถอนใจพึมพำ

“เมื่อไหร่จะเลิกโกรธยายขวัญซะทีนะ” พอเดินไปอีกนิดก็เห็นเกลือกับน้ำตาลในคราบหนุ่มบาวก็งงว่าคืนนี้มีคอนเสิร์ตเพื่อชีวิตด้วยหรือ??

ไรวินทร์มาเห็นกัณหาที่แต่งหน้าแล้วก็ชมว่าสวย ตะโกนบอกกัณหาที่เดินไปทางห้องน้ำว่า

“ห้ามล้างหน้านะ วันนี้คุณสวยมากรู้ไหม”

เกลือกับน้ำตาลที่คอยท่าอยู่แล้ว สบโอกาสเมื่อกัณหาไปเข้าห้องน้ำเข้าอุ้มเธอไปตามคำสั่งของเสี่ยฮุ่ย แม้กัณหาจะสู้สุดฤทธิ์แต่ก็สู้แรงผู้ชายสองคนไม่ได้

กีรณาแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ พอเผยโฉมออกมาทุกคนชมว่าสวยราวกับเจ้าหญิง

ที่หน้าเวที ทุกคนในคณะมาไหว้ครูรวมทั้งไหว้ยายขวัญด้วย ทุกคนไหว้ครู พอถึงรูปยายขวัญกีรณาบอกมัทรีว่า “น้าขอแทนฉันแล้วกัน ฉันจะไปเตรียมตัว” พูดแล้วเดินไปเลย

มัทรีกับตุลาสบตากันอย่างเหนื่อยใจ ชาลีเข้าไปกระซิบถามแม่ว่า หล่อกับกัณหาหายไปไหนไม่มาไหว้ครูด้วย

มัทรีให้กุ๊กกับกิ๊กออกมาตามหากัณหา เจอไรวินทร์กำลังมองหาอยู่เหมือนกัน ต่างสงสัยว่ากัณหาหายไปไหนในเวลาสำคัญอย่างนี้

ขณะนั้นเองเสี่ยฮุ่ยกับชิบเดินเข้ามา เสี่ยทำทีถามว่ามีอะไรหรือหน้าเครียดเชียว ไรวินทร์ไม่ตอบย้อนถามว่าเสี่ยมาดูลิเกด้วยหรือ ชิบบอกว่าตนกับป๊าจะมาดูนางเอกใหม่ หมวดถามว่าเป็นใคร เสี่ยฮุ่ยพูดเป็นนัยว่าเดี๋ยวเห็นบนเวทีก็รู้เอง ยกเว้นว่าจะไม่ได้เห็น แล้วชวนชิบไปหาที่นั่งกัน

“รอแป๊บนะสองสาว เดี๋ยวพี่ชิบจะมาเหมามาลัย” ชิบบอกกุ๊กกับกิ๊กแล้วเดินกร่างไป

“กุ๊ก กิ๊ก เดี๋ยวพี่หมวดจะไปตามหาพี่กัณหาเองนะ เราสองคนรออยู่ตรงนี้จะได้ขายพวงมาลัยไปด้วยรอพี่กัณหาไปด้วย ถ้าพี่กัณหากลับมาต้องรีบส่งข่าวให้พี่รู้ เข้าใจไหม?”

ตุลาเดินตรวจอยู่หน้าเวทีเจอรสิตายืนดูผู้คนทยอยกันเข้ามา เห็นเสี่ยฮุ่ยเธอถามว่าใครหน้าคุ้นๆ

“อ๋อ นั่นเสียฮุ่ยกับลูกชายไง ที่ผู้หมวดไรวินทร์ให้รสิตาช่วยสืบเรื่องน่ะ”

รสิตาถามว่าทำไมดูเขาเครียดๆ ถามว่ากลัวเสี่ยฮุ่ยจะมาป่วนหรือ บอกว่าไม่ต้องห่วงตนจะเข้าไปนั่งคุมเชิงใกล้ๆ ในฐานะเจ้าภาพงานนี้ เราจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้มันพังเด็ดขาด”

ขณะนั้นเองไรวินทร์เข้ามาบอกว่ากัณหาหายไป ทั้งสองรีบไปบอกมัทรีกับกีรณา หมวดบอกว่าที่ซุ้มขายมาลัยก็ไม่อยู่ ลองหาในงานก็ไม่มี

มัทรีใจคอไม่ดีแต่ใกล้เวลาแสดงแล้ว บอกให้ทุกคนเตรียมตัวเพราะทุ่มครึ่งเป็นฤกษ์ที่เจ้าภาพกำหนดไว้ ถามว่าทุกคนพร้อมไหม

“ไม่พร้อมหรอกแม่” ชาลีเข้ามาพอดี มัทรีถามว่าอะไรอีกล่ะ? “ก็พี่หล่อก็หายไปด้วยนี่แม่”

การหายไปของหล่อเป็นปัญหาใหญ่เพราะไม่มีคนออกแขก ทุกคนจึงออกตามหากัณหากับหล่อกันให้ควั่ก เครียด

ชาลีทบทวนที่ไรวินทร์เล่าว่าเจอกัณหาครั้งสุดท้ายที่ไหน จึงไปดูที่ห้องน้ำ

ooooooo

กัณหากับหล่อถูกเกลือกับน้ำตาลจับมัดมือมัดเท้าและมัดปากพาไปขังที่ห้องเก็บของหลังห้องน้ำวัด หล่อถูกมัดเช่นเดียวกันและยังสลบอยู่

กัณหาถามว่าจับตนมาทำไม แต่พูดไม่รู้เรื่องเพราะถูกมัดปากน้ำตาลไปดึงผ้ามัดปากออก กัณหาถามว่า พวกมันเป็นใครและจับตนมาทำไม น้ำตาลไม่บอก

“ถ้าไม่บอก แล้วฉันหลุดออกไปได้ แกสองคนจะสยองมากกว่านี้แน่!!”

เมื่อชิบขาดเกลือกับน้ำตาลมาเสริมบารมีก็กร่างไม่ออก ขณะไปซื้อมาลัยอยู่นั้นเกลือกับน้ำตาลที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดาแล้วเข้ามาจ๊ะเอ๋ ถูกชิบด่าว่าหายหัวไปไหนมาทั้งวัน มันบอกว่าตนไปรับจ๊อบงานพ่อมา กุ๊กกับกิ๊กเร่งให้รีบจ่ายค่ามาลัยมาก่อน

“เอ้านี่...แล้วฝากกระซิบพี่กัณหาด้วยนะว่ามาลัยพวกนี้พี่ชิบจะคล้องให้น้องกัณหาคนเดียว” แล้วชิบ เกลือกับน้ำตาลก็เดินกร่างกลับไป

ป้าไฝกับหยกฟ้ามาดูลิเก หยกฟ้าหน้าบูดไม่อยากมาดูนางเอกใหม่เพราะยิ่งดูก็ยิ่งเจ็บ เดินไปเจอเสี่ยฮุ่ย ป้าไฝแซวว่ามาจองนั่งอยู่แถวหน้าเลยนะ เสี่ยบอกว่าตนกับชิบอยากดูหน้านางเอกใหม่

“อ้าว...นี่ยังไม่ได้เห็นอีกเหรอ” ป้าไฝจงใจถามเสียงดัง

อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 7 วันที่ 6 ก.ย.60

ละครเรื่อง รักหลงโรง บทประพันธ์โดย ญนันธร
ละครเรื่อง รักหลงโรง บทโทรทัศน์โดย คนเขียนงา / หลี่เจิน
ละครเรื่อง รักหลงโรง ผลิตโดยบริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่อง รักหลงโรง กำกับการแสดงโดย ปิยะพงษ์ คำภากุล
ละครเรื่อง รักหลงโรง ออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง รักหลงโรง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ