อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.ย.60

อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.ย.60

นุ่มนิ่มอยู่กับเนตรดาราที่คอนโด บ่นว่าทำไมช่วงนี้มีแต่เรื่อง หรือว่ามีตัวซวยอยู่ใกล้ๆเรา เนตรดาราวัวสันหลังหวะสะดุ้งเฮือกแต่เก็บอาการอย่างเร็ว ฟังนุ่มนิ่มบ่นต่อใจคอไม่ดี

“นี่ถ้าผลพิสูจน์ศพออกมาว่าพี่กรตายเพราะเสพยาเกินขนาดจริง พวกเราจะต้องซวยยิ่งกว่านี้แน่ เพราะตำรวจคงจะยกโขยงกันมาสืบสวนสอบสวนให้วุ่นไปหมด... น้องเนตรว่า คนอย่างพี่กรจะเสพยาบ้าจริงๆเหรอคะ?”

เนตรดาราอึ้งแล้วอึ้งอีก นุ่มนิ่มยังคงพูดไม่หยุด...

“แต่พี่ว่าไม่มีทางพี่กรแกรักสุขภาพจะตาย



ยิ่งพักหลังแกไม่ค่อยสบาย แกยิ่งเฮลตี้ พี่เห็นกินคลีนทุกมื้อเลย” นุ่มนิ่มฉุกคิดอะไรได้ สงสัยว่า “หรือว่าจะมีใครอยากอัพบีทให้แกกำกับเร็วๆเลยหยอดยาขยันให้แกกิน จะได้ปิดกล้องไวๆ ไปรับงานอื่นเหมือนที่น้องเนตรอยากให้เป็นไงคะ”

เนตรดาราถูกจี้ใจดำเผลอตัวตวาดว่าพูดอะไร ระวังปากหน่อย ซี้ซั้วพูดแบบนี้ระวังจะไม่ได้ตายดี!!

นุ่มนิ่มตกใจบอกว่าตนก็แค่สันนิษฐานความเป็น ไปได้ทำไมต้องแช่งชักหักกระดูกตนด้วย มันแรงไปแล้วนะ เนตรดารารู้สึกตัวอึกอักขอโทษเสียงอ่อย อ้างว่าตนกำลังตกใจกลัวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บอกให้นุ่มนิ่มกลับไปก่อนตนอยากอยู่คนเดียวสักพัก เมื่อนุ่มนิ่มกลับไปแล้ว เนตรดาราก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว...

เนตรดาราเข้าไปในห้องน้ำเปิดน้ำล้างหน้า แล้วเงยมองตัวเองในกระจก คิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมานับแต่เธอได้เข้าเสียบแทนกีรณาในละครเรื่อง“รักหลงโรง” ของกร เธอมีปัญหาในกองอย่างมาก

คนทั้งกองต้องรอเธอออกไปถ่ายทำ เพียงเพราะเธออ่านนิตยสารที่ชอบยังไม่จบ ทั้งผู้ช่วยผู้กำกับและประสานงานมาเรียกก็บอกว่ายังไม่พร้อม จนกรต้องมาตามเอง ถามว่าทำไมไม่ออกไปสักที หน้า ผม ชุด ก็เปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เนตรดาราตอบไปอย่างยโสโอหังว่า

“แหม...รอเนตรนิดหน่อยพี่กรทำหงุดหงิดไปได้ ทีเนตรรอพี่กรนอนป่วยจนต้องยกกองไปตั้งหลายคิว

เนตรยังไม่ว่าอะไรเลยนะคะ” แล้วลุกเร่งกรที่ยืนมึนอยู่ “ไปถ่ายสิคะ อย่ามัวเสียเวลากันอยู่เลย ไปค่ะพี่นุ่มนิ่ม” เนตรดาราเดินออกจากห้องไปเลย ปล่อยให้กรยืนมึนกับคำพูดของเธออยู่ตรงนั้น

นอกจากนี้ ในการแสดงก็ต้องเทกจนนับครั้งไม่ถ้วนเมื่อกรติงว่าเธอเล่นได้ไม่ถึงอารมณ์ต้องใส่ความรู้สึกให้มากกว่านี้ เธอก็โต้อย่างอวดดีว่าตนตีความหมายมาดีแล้ว ความรู้สึกแค่นี้พอแล้ว

“เนตรดารา...หนูถ่ายละครเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เท่าไหร่แล้ว” กรถามอย่างเหลืออด เมื่อเธอบอกว่าเรื่องที่สอง กรปรามว่า “แต่พี่กำกับละครมาสิบสองปี ทำละครมาเกือบยี่สิบเรื่องแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าเถียง! พี่ในฐานะคนดูคนแรกของนักแสดง บอกว่าไม่พอก็คือไม่พอ! ขนาดซุปเปอร์สตาร์ดาราระดับฝีมืออย่างแกรนด์ ยังฟังพี่ แล้วเธอเป็นใครถือดียังไงจะไม่ฟัง!!”

ขณะนั้นโรสิตาฟังอยู่อย่างสะใจมากชมว่าพี่กรเจ๋ง ส่วนเนตรดาราหน้าชา กำหมัดแน่น!!

เมื่อนับวันเนตรดารายโสโอหังมากขึ้น กรบอกนุ่มนิ่มว่าตนไม่โอเคกับพฤติกรรมของเนตรดาราที่ทำตัวเป็นซุปเปอร์สตาร์ท่าใหญ่ไม่ฟังใครแม้กระทั่งตนที่เป็นผู้กำกับ บอกนุ่มนิ่มให้ตักเตือนสั่งสอนกันบ้าง ถ้าเตือนไม่ได้ก็ควรบอกคุณดาว ไม่ใช่ปล่อยให้ทำตามใจถือหางน้องในทางที่ผิด หนทางวิบัติจะมารออยู่ตรงหน้านะ

นุ่มนิ่มบอกว่าตนทราบ กรย้ำปรามว่า

“พังคนเดียวไม่ว่าหรอก แต่นี่จะทำงานพี่พังไปด้วย ละครเรื่องนี้คือหัวใจของพี่นุ่มนิ่มก็รู้ เฮ้อ...ไม่น่าเกิดเรื่องกับแกรนด์เลย ไม่งั้นพี่คงมีความสุขมากกว่านี้ที่ได้ทำงานกับนางเอกที่พี่อยากให้เขาเล่นที่สุด เสียดายจริงๆแกรนด์คนเดียวเท่านั้น ที่เหมาะกับบทนี้”

เนตรดาราแอบฟังอยู่ แทนที่จะสำนึกกลับแค้นริษยากีรณาที่โดดเด่นกว่าตน!

คิดถึงอดีตแล้ว เนตรดารายิ่งแค้น มองตัวเองในกระจก พึมพำเหี้ยม...

“นังแกรนด์คนเดียวเท่านั้นงั้นเหรอ...หึๆ สมควรแล้วพี่กร...สมควรแล้วที่พี่ตาย!!! ถ้าพี่จะไปหา ก็ไปหา นังแกรนด์แล้วกัน!!”

ooooooo

เพราะกีรณาตากฝนและต่อสู้กับพวกขี้เมา คืนนี้เธอมีไข้ ชาลีจึงจัดยาให้กินและให้นอนพักผ่อน มัทรีให้กุ๊กกับกิ๊กไปนอนกับตนเพื่อลูกแก้วจะได้พักผ่อนได้เต็มที่ ซ้ำยังจัดห้องให้อย่างสวยงาม

กัณหาเห็นแม่กับพี่ชายดูแลกีรณาอย่างดีก็ประชดว่า นี่มันโรงแรมระดับห้าดาวชัดๆเลย ถูกชาลีดุว่าแม่บอกว่ายังไง กัณหาเสียงอ่อยว่า แม่บอกว่าที่นี่คือบ้านเราทุกคนคือครอบครัว

“สำหรับคนในครอบครัวทำให้มากกว่านี้ก็ยังได้” ชาลีย้ำ

“แต่คนในห้องเขาเคยคิดว่าพวกเราเป็นครอบครัวของเขาบ้างไหม ทำไมถึงขยันสร้างแต่ปัญหามาให้” กัณหาย้อนถาม กีรณาที่อยู่ในห้องได้ยินถึงกับสะอึก จุก กัณหายังบ่นไม่หยุดว่า “ตั้งแต่กลับมาก็สรรหาแต่เรื่อง ถ้าเขาคิดว่าตัวเองเป็นคนในครอบครัวของเราสักนิด ก็คงไม่เป็นอย่างนี้หรอก

กัณหาพูดแล้วเดินไปเลย ชาลีส่ายหน้ามองตามกัณหาอย่างอ่อนใจ แต่ไรวินทร์เดินตามไปทันที เขาไปทวงคำขอบคุณที่วันนี้ตนช่วยเธอไว้หลายเรื่อง เมื่อกัณหากระชากเสียงขอบคุณ ไรวินทร์บอกว่าสบายใจแล้วและจะกลับ ก่อนกลับยังพูดเตือนสติกัณหาว่า

“นี่คุณ ผมจะบอกอะไรให้ บางครั้งเราบอกความ รู้สึกจริงๆกับคนที่เรารักได้นะ ว่าจริงๆแล้วเราเป็นห่วงเขาแค่ไหน กับคนในครอบครัวไม่ต้องมีทิฐินักหรอก จริงๆ...ไม่งั้นมันอาจจะมีคำว่าสายเกินไปก็ได้” พูดแล้วไรวินทร์เดินไปเลย กัณหามองตามรู้สึกตัวเองทำผิดไปเหมือนกัน...

ooooooo

เมื่อเนตรดาราถูกบวรฤทธิ์เฉดหัวทิ้ง ก็ไปหา ไอศูรย์อย่างเปิดเผยที่บริษัทของเขา ได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับเดชว่าเห็นคนคลับคล้ายคลับคลากีรณา ไอศูรย์สั่งให้ตามหาตัวมาให้ได้

เนตรดาราถามว่าเจอกีรณาแล้วหรือ เขาบอกว่ายังไม่แน่มันแค่เบาะแสเท่านั้น เนตรดาราวางแผนที่จะตามหาตัวกีรณาเอง จึงโทร.หาอารดา อาของกีรณาที่บัดนี้ตกต่ำถึงกับต้องเช่าโรงแรมจิ้งหรีดซ่อนตัว หลอกล่อให้ช่วยตามหากีรณา บอกว่านี่เป็นการช่วยอาดาเองด้วย

แต่ที่บ้านยายขวัญ วันนี้เกิดเรื่องใหญ่เมื่อกัณหาไปเรียกกีรณากินข้าว ปรากฏว่ากีรณาหนีไปแล้ว ทุกคนรีบออกตามหา ตุลาไปเจอกีรณากำลังจะขึ้นรถกะป๊อ เขาดึงเธอไว้บอกว่าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น นอกจากไปกับตน!

ตุลาลากกีรณามาที่รถ กีรณาสะบัดสุดแรงตะโกนให้ปล่อย ถามว่าทำบ้าอะไร

“ผมต่างหากที่ต้องถามคุณว่าเป็นบ้าอะไร จะหนีไปไหน?!!”

“เรื่องของฉัน”

ตุลาเตือนสติว่าทุกเรื่องคือเรื่องของเธอ แต่มันกระทบความรู้สึกคนอื่นรู้ตัวบ้างไหม!

“รู้สิ! ฉันถึงได้จะไปนี่ไง เพราะฉันอยู่ถึงทำให้ทุกคนเดือดร้อน คณะแก้วขวัญของยายก็ตกต่ำ น้ามัทรีก็ต้องมาป่วย ฉันคือตัวซวย ไม่ใช่ซวยตัวเอง แต่ยังเผื่อแผ่ความซวยไปถึงผู้อื่นด้วย เพราะฉะนั้น ฉันควรไปเสียก่อนที่ทุกคนจะเดือดร้อนเพราะฉันมากไปกว่านี้ นายก็รู้นี่ว่าจริงๆตอนนี้ฉันคือผู้ร้ายหนีคดีที่มีหมายจับติดตัว!!

ฉันอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ได้จริงๆ!!”

กีรณาพูดทั้งน้ำตาแล้ววิ่งหนีไปเลย ตุลาไม่ทันระวังตกใจตะโกนพลางวิ่งตาม

“คุณจะไปไหน?!! นี่คุณ...คุณณณณ...”

กีรณาวิ่งเตลิดไปไม่เหลียวหลัง...

ooooooo

กีรณาวิ่งไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำ หยุดกลางสะพานมองไปเบื้องล่าง ตุลาตะโกนสุดเสียง

“หยุดนะคุณลูกแก้ว...หยุดทำอะไรบ้าๆเดี๋ยวนี้!” กีรณาบอกว่าตนไม่ไหวแล้ว อยากตาย!

“ตายหนีปัญหา? ไม่อยากเชื่อ คุณคิดได้แค่นี้เองเหรอ?!!”

ตุลาพยายามหว่านล้อม แต่เมื่อกีรณาทำท่าจะตายให้ได้ เขาโมโหเลยยุให้โดดลงไปเลย! ด่าว่าเธอก็แค่เก่งแต่ปาก ที่แท้แล้วขี้ขลาดยอมตายเพื่อหนีปัญหา คนทั้งประเทศยิ่งจะเชื่อว่าเธอทำผิดจริงๆ ไม่กล้าลุกขึ้นมาสู้ปัญหา แบบนี้ตายไปก็อายกลายเป็นผีหนีความผิดติดตัว

ตุลาพูดๆๆๆพูดจนสาแก่ใจแล้ว ชี้ทางออกแก่เธอว่า

“แต่ถ้าคุณไม่ผิดก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ เอาศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา!!”

เห็นกีรณายังสับสน ลังเล ตุลาเอากล่องที่ยายขวัญฝากไว้ให้ลูกแก้วมอบให้เธอ กีรณาเปิดออกในนั้นเป็นสมุดใส่รูปถ่าย หน้าปกเขียนว่า “หลานรักของยาย”

กีรณาพลิกดูเป็นรูปเธอตั้งแต่เด็กจนโตขึ้นจนกระทั่งรูปปัจจุบันที่ตัดจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์...

โดยตุลาบรรยายถึงความรักความปรารถนาดีที่ยายขวัญทำให้เธอทุกอย่าง แม้กระทั่งการส่งเธอไปอยู่กับอาดาก็เพราะไม่อยากให้เธอลำบากเหมือนยาย

ตุลาพูดจนกีรณาน้ำตาไหล และขอโทษเขา ตุลาบอกว่าไม่ต้องขอโทษตน เพราะเธอยังไม่ได้ทำผิดอะไร ย้ำกับเธอว่า “แค่อย่ายอมแพ้ แล้วลุกขึ้นต่อสู้ด้วยกันก็พอ”

“ฉันจะสู้ ฉันเป็นหลานยายขวัญ ฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ” กีรณาฮึดขึ้นมา

“มันต้องอย่างนี้...ผมจะสู้ไปกับคุณด้วย! ไป... กลับบ้าน” ตุลาจับมือเธอข้างหนึ่งไว้แน่นเหมือนจะไม่ยอมให้เธอหายไปไหน จูงเธอไปขึ้นรถกลับบ้านด้วยกัน...

ooooooo

เนตรดารานัดอารดามาพบกัน อารดาเล่าประวัติของกีรณาให้ฟัง เนตรดาราพูดอย่างดูถูกว่า แสดงว่าประวัติที่แกรนด์บอกสื่อคือการย้อมแมว! ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่แกรนด์จะกลับบ้านที่อ่างทอง

ระหว่างที่เนตรดาราคุยกับอารดานั้น จู่ๆไอศูรย์ก็โผล่มาพูดขู่ในทีว่า ป๋าคิดถึงอาดามาก ตนจะไม่บอกป๋าว่าเจออาดา แต่อาดาต้องช่วยพวกตนจับตัวแกรนด์กีรณามาให้ได้!!

เนตรดาราเสริมทันทีว่า แล้วสิ่งที่ติดค้างอยู่ก็จะหมดไป อาดาก็จะสบายตัวสบายใจใช้ชีวิตได้อย่างปกติเสียที

แต่ขณะที่พวกเนตรดารา อารดา และไอศูรย์เดินออกไปจากร้านอาหารนั่นเอง ก็ถูกนักสืบที่โรสิตาจ้างมา แอบถ่ายรูปไว้ถี่ยิบ

นักสืบเอารูปไปให้โรสิตาดู บอกว่าไอศูรย์ในรูปคือลูกบุญธรรมของบวรฤทธิ์ ผู้มีอิทธิพลที่มีเบื้องหลังดำมืด ทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า ดูก็รู้ทุกคนมาด้วยกันเพียงแต่แยกกันเดินเท่านั้น

“พวกมันมารวมตัวกันอย่างนี้แสดงว่าต้องมีอะไรเกี่ยวกับนังแกรนด์แน่” โรสิตาจิกตาอย่างอยากรู้

เมื่อตุลาพากีรณากลับบ้านแล้ว เธอไหว้ขอโทษมัทรี มัทรีกอดไว้แน่นบอกว่าไม่เป็นไร ลูกแก้วกลับมาพวกเราก็ดีใจแล้ว ทั้งชาลี กัณหา และหล่อต่างแสดงความดีใจ ลุงเสริมสัญญาว่าจะสอนให้ลูกแก้วร้องลิเกให้เก่ง จะได้เป็นนางเอกลิเกที่ดังที่สุดในอ่างทอง

ที่มุมลับหลังต้นไม้ เดชซุ่มดูอยู่ มันพึมพำอย่างสะใจ “อยู่นี่เอง...แกรนด์ กีรณา!”

เมื่อกีรณารู้สึกดีขึ้น ตุลาถามว่าพร้อมที่จะไปสู้คดีฉี่สีม่วงแล้วใช่ไหม กีรณาบอกว่าตนต้องหาทนายก่อน ตุลาบอกไม่ต้องไปหาที่ไหนพร้อมกับยื่นนามบัตร ตุลา รักษ์ศิริกุล ทนายความ ให้ดู กีรณาถึงกับอึ้งที่จุดไต้ตำตอเข้าอย่างจัง

“ผมเป็นทนายความ และผมรับว่าความให้คุณ” ตุลามองหน้าเธอ บอกจริงจัง จริงใจ

กีรณาโทร.ไปคุยกับพี่ดาว ถูกพี่ดาวแซวว่าสนิทกันขนาดนั้นกลับไม่รู้ว่าเขาเป็นทนายความ กีรณาบอกว่าก็แค่เพื่อนธรรมดา ซ้ำหน้าเขาก็ไม่ให้ด้วย ดาวฝากความหวังว่า ดีใจที่มีทนายฝีมือดีว่าความให้ ตนอยากให้แกรนด์กลับมาเร็วๆ เราจะกลับมาสู้ด้วยกัน

นุ่มนิ่มเข้ามาแต่เมื่อไรไม่รู้ พอดาววางสายจากกีรณา นุ่มนิ่มถามทันทีว่าติดต่อแกรนด์ได้แล้วหรือ ขณะที่นุ่มนิ่มคุยกับดาวอยู่นั้น เนตรดาราผ่านมาได้ยินเอาหูแนบประตูฟังตื่นเต้นแทบไม่กล้าหายใจ

ดาวบอกนุ่มนิ่มว่าแกรนด์กำลังจะกลับมาสู้คดี กำชับนุ่มนิ่มให้รูดซิปปากเรื่องนี้ให้สนิท

เนตรดาราที่แอบฟังอยู่กำหมัดแน่น แววตาร้ายกาจ จิกตาพึมพำ

“นังแกรนด์จะกลับมาสู้คดีเหรอ??!!”

ooooooo

อ่านละคร รักหลงโรง ตอนที่ 8 วันที่ 11 ก.ย.60

ละครเรื่อง รักหลงโรง บทประพันธ์โดย ญนันธร
ละครเรื่อง รักหลงโรง บทโทรทัศน์โดย คนเขียนงา / หลี่เจิน
ละครเรื่อง รักหลงโรง ผลิตโดยบริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่อง รักหลงโรง กำกับการแสดงโดย ปิยะพงษ์ คำภากุล
ละครเรื่อง รักหลงโรง ออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชม ละครเรื่อง รักหลงโรง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ