อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 8 ก.ย.60

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 8 ก.ย.60

ห้างหรู ใจเริงเดินเข้าร้านนาฬิกา ซื้อๆๆๆ รูดๆๆๆๆ ใจเริงเอานาฬิกา กระเป๋า ใส่กล่องอย่างดี ปีเตอร์ผลักใจเริงล้มลงพื้น แล้วลากไปที่เตียง ใจเริงน้ำตาไหล แต่กัดฟันอดทน ใจเริงร่างกายสะบักสะบอม แววตาแห้งผาก ยืนอยู่ในร้านเพชร ใจเริงส่งบัตรให้รูดอย่างไร้วิญญาณ ปีเตอร์ตบใจเริงต่อหน้าลูกน้อง คนในร้านมอง ปีเตอร์ล้มโต๊ะ แล้วก็เดินออกไป ใจเริงลนลานทั้งเจ็บทั้งอายคนในร้าน ปีเตอร์เดินกลับมาลากใจเริงออกไปเหมือนเป็นสิ่งของ ไม่ใช่คน

ใจเริงมือสั่น หยิบโทรศัพท์มาดูไอจีของมาลัยวรรณ ข้างๆมีแก้วไวน์วางอยู่ ใจเริงอยู่ในอาการกึ่มๆ เมาๆ ใจเริงดูรูปโจ .. โตขึ้นแล้ว น่ารักมากมาย ใจเริงดูแล้วก็ยิ้ม เป็นเหมือนกำลังใจให้สู้ต่อ ดูคลิปล่าสุด ... ใจเริงกดเข้าไปดู เป็นคลิปตอนหัดเดิน .. มีฤกษ์ พิม ยืนลุ้น เสียงมาลัยวรรณพูด “เดินไปหาพ่อเลยโจ”
“โจมาหาพ่อลูก” โจกลับเดินไปหาพิม ไม่ไปหาฤกษ์ ทุกคนขำ หัวเราะ ฤกษ์แกล้งทำหน้าจ๋อยๆ “โจ นี่พ่อนะลูก”มาลัยวรรณหันกล้องมาทางตัวเอง “โจเลือกน้าพิมค่ะ ต้องยอมนาง ... น้าพิมชนะเลิศค่ะ”


มาลัยวรรณหันกล้องไปทางพิมกับโจ พิมอุ้มโจ โจขำหัวเราะเอิ๊กอ๊าก แล้วภาพก็หยุดตรงนั้น ใจเริงเลื่อนคลิปกลับไป
“ต้องยอมนาง...น้าพิมชนะเลิศค่ะ น้าพิมชนะเลิศค่ะ น้าพิมชนะ น้าพิมชนะ !!”
ใจเริงหยุดภาพ มองหน้าพิมกับลูกแล้วก็ปล่อยโฮออกมา ใจเริงร้องไห้ด้วยความสำนึกผิด ความเศร้า ความสิ้นหวัง

วันต่อมา บ้านฤกษ์ พิมกำลังเลิอกรูปใจเริงเก็บใส่อัลบั้ม มองไปที่รูปหนึ่งตาของใจเริงดูเศร้า พิมมองรูปแล้วทันใดเทียนสามเล่มที่จุดอยู่ก็ดับพรึ่บไป พิมนั่งขนลุกอยู่ตรงนั้น
ผ่านเวลาหลายวันต่อมา ใจเริงยืนอยู่หน้ากระจกในชุดราตรีสีแดง แววตาแห้งแล้ง ใจเริงขยับชุดดูความเรียบร้อย
ทันใดนั้นปีเตอร์ก็เดินเข้ามาแล้วก็กระชากแขนอย่างไม่ใยดี
“พอได้แล้ว จะแต่งอะไรกันหนักกันหนา” ปีเตอร์กระชากแขนเข้ามาอย่างแรง “ออกไปหาลูกค้าแป๊บเดียว กลับมาฉันก็ต้องถอดชุดเธอออกอยู่ดี” ใจเริงมองปีเตอร์ด้วยความรังเกียจอย่างแรง ปีเตอร์ลากใจเริงออกไปอย่างไม่เห็นค่า
ใจเริงเดินตามไปอย่างเลื่อนลอย ... และล่องลอย ใจเริง ... มองออกไปข้างหน้าเห็นปีเตอร์เป็นเงาทะมึนๆ เหมือนปีศาจที่ครอบงำชีวิต ใจเริงแววตาแห้งผาก ขณะที่เดินผ่านกระจกใจเริงมองตัวเองด้วยความสมเพชและสังเวชใจ ..
ภาพตัวเองในอดีตแว่บเข้ามาสลับกับในตอนนี้ที่มีแต่ความทุกข์ ตอนใจเริงเฉิดฉายในงานเลี้ยง ใจเริงสนุกสนานมีความสุขตอนที่มีฤกษ์มาจีบ ใจเริงตอนมีความสุขที่เทิดพันธ์ให้ทุกอย่าง ใจเริงตอนหัวเราะอย่างมีความสุข

ใจเริงนั่งอยู่บนรถอย่างทุกข์ระทม ด้านหลังเห็นมอเตอร์ไซด์ตามประกบ ๓ คัน “มันมาอีกแล้วครับนาย”
ปีเตอร์หันขวับไปดู “Fuck!” ใจเริงแววตาเลื่อนลอย ไม่หลงเหลือความหวาดกลัว มือปืนประกบจ่อจะยิง
“เหยียบสิเว้ย!!!” คนขับเร่งเครื่อง กระสุนเฉียดเข้าด้านหลังของตัวรถ รถปีเตอร์หักเลี้ยวหลบเข้าถนนเล็กๆ ทันใดนั้นมีรถมอเตอร์ไซด์สวนกลับมา คนซ้อนชักปืนมายิงคนขับรัวไม่ยั้ง คนขับตายคาที่เลือดกระเด็นใส่ใจเริง ใจเริงสะดุ้ง เฮือก ลูกน้องอีกคนที่นั่งข้างคนขับรีบจับพวงมาลัยแทน และดึงเบรคมือ รถพุ่งชนกำแพงหยุดกึก ปีเตอร์รีบเปิดประตูจะหนี ใจเริงยังนั่งช็อค ปีเตอร์หันมาคว้า “รีบหนีสิเว้ย นั่งทำบ้าอะไร”
ปีเตอร์ลากใจเริงออกจากรถไปอย่างทุลักทุเล

ในซอกเล็กๆ ปีเตอร์ลากใจเริงวิ่ง วิ่งจนใจเริงไม่ไหว หกล้มคลุกคลาน ใจเริงวิ่ง..วิ่ง...วิ่ง...ในหัวมีแต่คำว่า .. หยุด ... พอ ... เหนื่อย ... ระหว่างที่วิ่ง..ภาพตอนโจหัดเดินแว่บเข้ามา ใจเริงวิ่ง เริ่มจะหมดแรง ภาพโจหัวเราะแว่บเข้ามา ใจเริงฝืนวิ่งต่อ ภาพตอนฤกษ์อุ้มลูก พิมอุ้มลูก และทั้งสามคนอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น แว่บเข้ามา
ใจเริงหมดแรง ... หมดใจ หมดหวัง ใจเริงสะบัดมือออกจากมือปีเตอร์ แล้วก็หยุดวิ่ง ปีเตอร์จะด่า
“หยุดทำไม จะบ้าเหรอ รีบหนีเร็ว”
ใจเริงไม่ยอมเดิน...แต่ค่อยๆถอยหลัง .. ถอยหลังออกมา ขาอ่อนเปลี้ย ด้านหลังใจเริง..เห็นมือปืนวิ่งมา มือปืนตั้งมือเตรียมยิง ปีเตอร์เลิ่กลั่กๆ ใจเริงค่อยๆหันมาทางมือปืนอย่างไม่กลัว มือปืนเหนี่ยวไก เล็งปีเตอร์ แต่มันอยู่ในวิถีที่ใจเริงยืนอยู่ ใจเริงยืนรับลูกกระสุนอย่างตั้งใจ ปีเตอร์ช็อค หันมามองอีกที เห็นใจเริงค่อยๆล้มลง ...เสียงปืนดังตามมาอีกหนึ่งชุด ปีเตอร์รีบวิ่งหนีอย่างทุลักทุเล การไล่ล่าดำเนินไป ทิ้งใจเริงไว้อย่างไม่ใครใยดี ...
ร่างใจเริงอยู่ที่พื้นลมหายใจ รวยริน ความเจ็บปวดพรากชีวิตของใจเริงไปอย่างช้าๆ
“ไม่อยากเห็นภาพใดแม้แต่ท้องฟ้า อยากจะพักดวงตาลงชั่วกาล จะไปซุกตัวนอนซ่อนกายในเงาจันทร์ อยากหลับฝันไม่ขอตื่นขึ้นมา .... คงจะมีเพียงลมหายใจรวยริน เอนกายบนดิน ยอมรับความพ่ายแพ้ ปีกของฉันมันหนัก..บินต่อไม่ไหว จะขอพักกายชั่วกาล”
ในลมหายใจสุดท้ายเห็นใจเริงยิ้มจางๆ ให้กับบทสิ้นสุดของตัวเอง .. แววตาที่ทุกข์ตรมนิ่งค้างไร้ชีวิต .... ภาพค่อยถอยห่างออกมา เห็นใจเริงนอนนิ่งอยู่ในซอกถนนอันแสนสกปรกและไร้ค่าอย่างที่สุด

หลายวันต่อมา ที่เมรุเผาศพเงียบสงบ....หน้าเมรุเป็นรูปใจเริงยิ้มสดใส คนอื่นๆทยอยวางวางดอกไม้ .. พจน์ มาลี ฤกษ์ ผ่องใสพึมพำเบาๆ. แอบกลัวๆ “อะไรๆที่เคยทำไม่ดีกันไว้ ฉันอโหสิกรรมให้นะ ไปดีๆหล่ะ”
ผ่องใสเดินไป เทิดพันธ์กับมาลัยวรรณเดินมาวางดอกไม้ มาลัยวรรณวางแล้วเดินไป เทิดพันธ์ยืนสงบใจแล้วก็บอกลา “ไปสู่สุคตินะเริง ...” เทิดพันธ์พูดแล้วก็เดินไป
พิม ฤกษ์ ยืนคู่กัน ทั้งสองคนค่อยๆวางดอกจันทร์ .. พิมมองด้วยความเมตตา ฤกษ์สงบให้อภัย
“ไม่ต้องห่วงลูก...พี่จะดูแลลูกอย่างดี”
“พักให้สบายนะเริง” ฤกษ์โอบพิมเดินออกไป ฤกษ์มารับโจจากแอ๊ด แอ๊ดเดินไปวางดอกไม้จันทร์ ฤกษ์อุ้มโจมาหาพิมที่ยืนอยู่หน้ารูปใจเริง .. พิมมองใจเริงในรูปเหมือนจะบอกลา .. โจเอื้อมมือมาจับรูปใจเริงด้วยความไร้เดียงสา
ทุกคนที่เห็นต่างสะเทือนใจ น้ำตาซึมๆ ไฟในเมรุลุกโชน .. ควันลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ปลดปล่อยดวงวิญญาณของใจเริงสู่สุคติ

ภายในวัด ฤกษ์เดินจับมือพิม เทิดพันธ์เดินมากับมาลัยวรรณ ฤทธิ์ มาลี พจน์ ผ่องใสอุ้มโจ แอ๊ดถือของเดินตามๆกันมา เสียงโทรศัพท์เทิดพันธ์ดังขึ้น เทิดพันธ์กดรับ
“ว่าไงครับคุณปกรณ์” เทิดพันธ์ฟังด้วยความแปลกใจ “โอเคๆ เดี๋ยวจะรีบไป พิมครับ” พิม ฤกษ์ หันมา
“ทนายส่วนตัวไอ้ทินโทร.มาบอกว่าจะขอเจอพิม กับ คุณฤกษ์”
“มีอะไรเหรอครับ”
“ทนายของมันบอกว่าจะเปิดพินัยกรรมของใจเริง ในพินัยกรรมบอกว่าต้องเปิดต่อหน้าพิมกับคุณฤกษ์”
ทุกคนแปลกใจ
“เปิดพินัยกรรม ? พี่เริงมีพินัยกรรมกับเค้าด้วยเหรอเนี่ย” มาลัยวรรณถามแทนใจทุกคนอย่างซื่อๆ
พิมกับฤกษ์มองหน้ากันด้วยความแปลกใจ

ที่บ้านฤกษ์..พิมอุ้มโจอยู่ ฤกษ์ มาลัยวรรณ เทิดพันธ์ นั่งอยู่ในห้องรับแขก ปกรณ์ ทนายสุรทินนั่งอยู่ตรงข้าม
“ประมาณสองสามเดือนที่แล้ว คุณทินเรียกผมมาพบคุณเริง คุณเริงเค้าขอให้ผมเขียนพินัยกรรมน่ะครับ”
“แล้วนายคุณตอนนี้ไปไหน”
“เออ คือ คุณสุรทินไปทำธุระต่างประเทศน่ะครับ”
“พูดมาตรง ๆ เลยคุณปกรณ์ ตั้งแต่เกิดเรื่อง นายปีเตอร์หนีไปต่างประเทศ เจ้าทินก็หลบไปกบดานต่างประเทศด้วยเหมือนกัน กลัวโดนหางเลขน่ะ”
“เริงไม่น่าไปยุ่งเกี่ยวกับนายคุณตั้งแต่แรกแล้ว” ปกรณ์เจื่อนไป “พิมว่าเราเปิดพินัยกรรมกันเลยดีกว่า”
“ดีครับ” ปกรณ์ เปิดซอง “ข้าพเจ้านางสาวใจเริง มนต์ประสิทธิ์ ขอทำพินัยกรรมไว้ว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่กรรม”
ฤกษ์รับโจจากพิมมาอุ้ม เศร้าๆ “ขอมอบทรัพย์สินทั้งหมดที่มี ให้กับเด็กชายจิรัณญ์ พินิจพันธ์”
โจนั่งฟังตาแบ๊ว ไม่รู้เรื่อง ฤกษ์กอดโจ “มรดกของข้าพเจ้าอันได้แก่ .... เครื่องเพชร ๑๒ ชุด และทองคำแท่งที่เก็บไว้ในตู้นิรภัยธนาคาร”

ก่อนหน้านี้ ใจเริงที่ตู้เซฟเช่า ใจเริงเอาบัตรไปรูดซื้อเครื่องเพชร ใจเริงเอาเครื่องเพชร ทองไปเก็บที่ตู้นิรภัย
ธนาคาร

ทุกคนมองหน้ากัน ทั้งแปลกใจและสะเทือนใจ
“เงินสดที่ได้จากการขายกระเป๋า รองเท้า และเครื่องใช้ที่ข้าพเจ้าเก็บไว้ในห้องเช่าหมายเลข 309/102 สุขุมวิท 49”

ใจเริงที่ตู้เซฟเช่า ใจเริงรูดซื้อกระเป๋า ใจเริงเอากระเป๋าใส่กล่องอย่างดี มีอุปกรณ์ครบทุกอย่าง ใจเริงจัดเก็บไว้ในห้องเช่าเล็กๆที่เช่าไว้สำหรับเก็บของโดยเฉพาะ

ประตูเปิดออกเป็นมาลัยวรรณ พิม เทิดพันธ์ เดินเข้ามาในห้องเช่า ที่เต็มไปด้วยกล่องกระเป๋า รองเท้า แบรนด์เนม ขายแล้วก็น่าจะหลายล้านอยู่ ทุกคนอึ้ง อึ้งในความพยายามของใจเริง
“ข้าพเจ้าขอมอบให้นางพิมาลา พินิจพันธ์ เป็นผู้ดูแลมรดกทั้งหมด การจัดการมรดกขอให้สิทธิ์ขาดของนางพิมาลา พินิจพันธ์ เพียงผู้เดียว” พิมอึ้ง ทนายส่งซองจดหมายให้พิม
“นี่เป็นซองจดหมาย .. ที่คุณใจเริงฝากให้ผมมอบให้คุณพิมาลาครับ”
พิมรับมาด้วยความแปลกใจ .. ทุกคนสนใจ โดยเฉพาะฤกษ์ที่รอดู พิมเปิดจดหมายออก เป็นกระดาษสีขาวหนึ่งแผ่น พิมค่อยๆเปิดออกมาดู พอเห็นสิ่งที่เขียนในกระดาษพิมถึงกับปล่อยโฮออกมา กระดาษเป็นลายมือใจเริงเขียนสั้นๆว่า “ขอโทษ......พิมเพื่อนรักของเริง” ฤกษ์จุกน้ำตาคลอขึ้นมาทันที เทิดพันธ์กับมาลัยวรรณรับมาอ่านแล้วก็สลด อดที่จะให้อภัยใจเริงไม่ได้ ฤกษ์กอดพิม และ ลูกไว้.. ทั้งสองคนร้องไห้ โจมองด้วยความแปลกใจ .. โจเอามือมาเช็ดน้ำตาให้พิม .. พิมยิ่งร้องไห้ค่อยๆดึงโจมากอดไว้ ... กอดแทนใจเริงที่จากไปแล้ว ... ฤกษ์กอดพิมกับโจไว้อีกทีหนึ่ง .. หมดสิ้นกันสักที
หลายวันต่อมา บ้านตากอากาศริมทะเล รูปใจเริงเป็นรูปที่ไม่แต่งหน้าจัด ยิ้มสดใส ดูสบายๆ พิมเอามาติดไว้ที่ผนังในห้องนอนโจ โจกำลังเล่นอยู่ที่พื้น ฤกษ์เดินเข้ามาหา ..กำลังเช็ดมือจากการแกะเนื้อปู พิมหันมาบอกฤกษ์
“พิมติดรูปไว้ตรงนี้นะคะ โจจะได้รู้ว่าแม่เริงหน้าตาเป็นยังไง” ฤกษ์กอดพิม
“โจเขาคงจำแม่เริงของเขาได้ ใช่ไหมครับโจ” โจเงยหน้ามองรูป
“มาเที่ยวคราวหน้า เราพาคุณเทิดกับวรรณมาด้วยนะ สองคนนั่นอยากมาเห็นบ้านตากอากาศหลังใหม่ของเราแล้ว”
“ได้ค่ะ”
ฤกษ์เข้ามาโอบพิม พิมทำจมูกฟุดฟิด “กลิ่นอะไรคะพี่ ฤกษ์”
“อ๋อ พี่ซื้อปูนึ่งมาน่ะ เพิ่งแกะเนื้อออก กลิ่นยังติดมืออยู่เลย” ฤกษ์ยกมือมาดม พิมเกิดอาการขยักขย้อน
“อะ....อะ...อ้วก” พิมวิ่งพรวดเข้าไปที่ซิงค์ แล้วก็อ้วกกกกกออกมา ฤกษ์ตกใจ “พิม...พิมเป็นอะไร”
พิมอ้วกอยู่ ตอบไม่ได้ ฤกษ์ฉุกคิด เดินเข้ามาหาพิม ฤกษ์เข้ามาหาพิม “พี่ฤกษ์ ไปล้างมือก่อน พิมเหม็น”
ฤกษ์ตาวาว “พิม ที่ตรวจน่ะ ตรวจท้องน่ะ เค้าเรียกอะไร ตรวจการตั้งครรภ์น่ะ พิมเอาไว้ไหน อยู่ไหน”
พิมชะงักมองหน้าฤกษ์ ดึงทิชชู่มาเช็ดปาก “ตรวจครรภ์”
“ใช่ มันอยู่ที่ไหน”
“ห้องนอนค่ะ”
“พี่ไปหยิบเดี๋ยวนี้ โจ ลูกกำลังจะมีน้องแล้วนะ” ฤกษ์ดึงพิมมากอดอีกที “อ้วก ๆๆๆ”
พิมหันไปอ้วกต่อ ฤกษ์ร้องยินดีวิ่งออกไป พิมหอบมองหน้าตัวเองในกระจกแล้วกุมท้องตัวเองอย่างไม่แน่ใจนัก
แล้วยิ้มออกมา โจมองแม่พิมตาแป๋ว พิมยังอ้วกอย่างต่อเนื่อง และหนักหน่วง รูปใจเริงที่ผนังยิ้ม

สามเดือนต่อมา บ้านตากอากาศหลังเดิม ทะเลสงบสวยงาม...ลมพัดสบายๆ ที่หาดทราย..โจวิ่งเล่นมี เทิดพันธ์ กับ มาลัยวรรณวิ่งไล่ เล่นกันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะดังอย่างสดใส ทั้งสามคนวิ่งแข่งกัน เทิดพันธ์เอาโจขี่คอ มาลัยวรรณวิ่งคนเดียว พอเริ่มวิ่งมาลัยวรรณก็แกล้งดึงกางเกงเทิดพันธ์ไว้ แล้วก็วิ่งนำไป
“เฮ้ยยยย ขี้โกง !! โจเราต้องไม่ยอมนะครับ จับแน่นๆนะครับ”
“คับ” โจเกาะแน่น เทิดพันธ์วิ่งไม่คิดชีวิต มาลัยวรรณก็วิ่ง ไม่มีใครยอมใคร เสียงหัวเราะดังไปทั้งหาด
พิมยืนมองอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องพักแล้วก็ยิ้ม มีความสุข มือฤกษ์สอดมากอดที่เอวและหอมแก้มพิมเบาๆ เห็นว่าพิมท้องเล็ก ๆ “เป็นไงบ้างครับคุณแม่..เช้านี้แพ้เยอะมั้ย”
“ไม่ค่ะ สงสัยลูกจะรู้ว่าพิมจะเริ่มทำงานวันแรก”
“งาน ? งานอะไร”
“เขียนบันทึกค่ะ” ฤกษ์งง “บันทึกอะไร”
“พี่หมี่ขอให้พิมช่วยเขียนเล่าประสบการณ์ชีวิตเอาไปลงในบล็อกของบริษัทน่ะค่ะ”
“แล้วพิมจะเขียนประสบการณ์อะไร” พิมยิ้ม “บอกไม่ได้ค่ะ ถ้าอยากรู้ ต้องรออ่านนะคะ”
“ได้เลย” ฤกษ์ยิ้ม “พี่จะตามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบเลย” พิมยิ้มรับ “พี่ไปเล่นกับลูกนะ ว่างๆจะมากวนใหม่”
ฤกษ์หอมแก้มอีกที พิมหัวเราะ ฤกษ์วิ่งลงไปเล่นกับโจ “พ่อมาแล้วค้าบโจ!!”
โจหัวเราะรับ ฤกษ์มาวิ่งเล่นกับลูกด้วยความสนุกสนาน เสียงหัวเราะแห่งความสุขดังก้องไปทั่วบริเวณ พิมมองยิ้มๆ แล้วเดินมาเปิดคอม....แล้วก็คิด....คิด แล้วก็เริ่มพิมบรรทัดแรก “ดิฉันชื่อ พิมาลา มิตรอมร .. ท่านอาจจะไม่อยากอ่านเรื่องที่ดิฉันกำลังจะเขียน หรืออ่านไปแล้วอาจจะร้องยี้ ! มันเป็นเรื่องเก่าเล่าใหม่ เรื่องที่รู้ๆกันอยู่ เรื่องที่มักเกิดขึ้นอย่างดาษดื่นในยุคปัจจุบัน จนไม่อยากจะเสียเวลาอ่าน หรือเสียเวลารับฟัง ดิฉันไม่ว่าถ้าท่านจะคิดเช่นนั้น แต่ดิฉันขอพูดเพียงว่าเรื่องที่ท่านว่าเก่านั้นมักจะเป็นเรื่องที่ครองโลกเสมอ ... เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันมีเพื่อนรักอยู่คนหนึ่ง ........... “
พิมนั่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนสุข....ฤกษ์ โจ เทิดพันธ์ มาลัยวรรณ วิ่งเล่นกันอยู่ไม่ห่าง ...

*******อวสาน*******

อ่านละคร เพลิงบุญ ตอนอวสาน[จบ] วันที่ 8 ก.ย.60

ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทประพันธ์โดย กฤษณา อโศกสิน
ละครเรื่อง เพลิงบุญ บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครเรื่อง เพลิงบุญ กำกับการแสดงโดย ประเสริฐ ประศาสน์
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง เพลิงบุญ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่อง เพลิงบุญ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ